งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

วช. เดินหน้า “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” โชว์ผลวิจัยพื้นที่สงขลา–พัทลุง ยกระดับจัดการน้ำทั้งระบบ

วช. จัด Thailand Water Security Forum 2026 ดันงานวิจัย “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” โชว์ผลสำเร็จพื้นที่สงขลา–พัทลุง มุ่งสู่ต้นแบบจัดการน้ำระดับประเทศ

น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง

     สงขลา – วันที่ 2 เมษายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงผลงานและทิศทางการขับเคลื่อนแผนวิจัยมุ่งเป้า “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ภายใต้เวที Thailand Water Security Forum 2026 (Episode 3: Songkhla – Phatthalung) ณ โรงแรมลีการ์เด้น พลาซ่า หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

     ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสํานักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา​ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director :PD) “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัดคณะผู้บริหาร วช. นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

     ดร.วิภารัตน์ เปิดเผยว่า การดำเนินงานภายใต้แผน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” เป็นการบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเชิงระบบในระดับพื้นที่ โดยตั้งเป้าภายใน 2 ปี ครอบคลุม 10 จังหวัด 100 ตำบล ช่วยเหลือประชาชนกว่า 120,000 ครัวเรือน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 900 ล้านบาท

     สำหรับพื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ได้มีการดำเนินโครงการสำคัญ อาทิ

  • การพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงเพื่อยกระดับรายได้ชุมชน
  • การใช้นวัตกรรมบริหารจัดการน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำท่วมและภัยแล้ง
  • การพัฒนาระบบบำบัดน้ำแบบ Zero Waste
  • การจัดทำแนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยในเขตเมืองหาดใหญ่อย่างยั่งยืน

     ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นช่วยลดความเสียหายจากภัยพิบัติ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

    ด้านนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า พื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลามีความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและระบบนิเวศ แต่เผชิญความท้าทายจากน้ำ 3 ระบบ ได้แก่ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม รวมถึงปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเค็มรุก การนำองค์ความรู้ด้านวิจัยและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

     ภายในงานยังมีเวทีเสวนา “มุ่งเป้าอนาคตประเทศไทยเพื่อน้ำมั่นคง” ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและผู้ใช้ประโยชน์งานวิจัยในพื้นที่ ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในประเด็นสำคัญ เช่น

  • การถอดบทเรียนการจัดการน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่
  • การพัฒนาแผนบริหารจัดการน้ำระดับจังหวัดและตำบล
  • ระบบพยากรณ์และเตือนภัยน้ำเค็มรุก
  • การสร้างอาชีพและรายได้จากทรัพยากรน้ำ

     เวทีดังกล่าวสะท้อนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ นักวิจัย และชุมชน เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่จริง

     ทั้งนี้ การจัดงาน Thailand Water Security Forum 2026 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการใช้ “งานวิจัยและนวัตกรรม” เป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไขปัญหาน้ำอย่างยั่งยืน พร้อมวางรากฐานสู่การขยายผลในระดับประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว