วช. ผนึก มศว. ติดตั้ง “ระบบเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” น่าน ยกระดับความปลอดภัยชุมชนเสี่ยง
วช. หนุน มศว. “นวัตกรรมเพื่อน้ำที่มั่นคง” ยกระดับระบบเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันสู่ชุมชน พร้อมส่งมอบนวัตกรรม ณ อ.เวียงสา จ.น่าน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เดินหน้าขับเคลื่อน “นวัตกรรมเพื่อน้ำที่มั่นคง” นำร่องติดตั้งระบบเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน (Flash Flood Warning System) ในพื้นที่เสี่ยงภัย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชนและลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีสาธารณะหัวข้อ
“นวัตกรรมเพื่อน้ำที่มั่นคง: การวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาระบบน้ำแบบบูรณาการ”
ณ องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคึกคัก
🔶 วช. ดันวิจัยสู่การใช้งานจริง แก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยพิบัติ
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริงในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง”
โครงการนี้เป็นการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขา ทั้งวิศวกรรม สังคมศาสตร์ และสาธารณสุข ร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ เช่น
- อำเภอเวียงสา
- อำเภอบัว
- อำเภอเมืองน่าน
- อำเภอท่าวังผา
- สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินโคลนถล่มอย่างเป็นระบบ
🔶 พัฒนา “ระบบเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” รองรับเหตุฉุกเฉิน
ด้าน รศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และหัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า
ทีมวิจัยได้พัฒนา “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน (Flash Flood Warning Device Innovation)” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือภัยพิบัติในระดับชุมชน
🔹 จุดเด่นของนวัตกรรม ได้แก่
- ตรวจจับระดับน้ำและความเสี่ยงแบบเรียลไทม์
- แจ้งเตือนผ่านระบบเสียงและหอกระจายข่าวชุมชน
- ลดความสูญเสียจากน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม
- รองรับการใช้งานในพื้นที่เสี่ยงภัยภูเขาและลุ่มน้ำ
🔶 ลงพื้นที่ติดตั้งจริง เชื่อมระบบชุมชน
ภายในกิจกรรม คณะนักวิจัยได้ลงพื้นที่ติดตั้งระบบเตือนภัย ณ สะพานน้ำปั้ว จังหวัดน่าน พร้อมสาธิตการใช้งานจริง และเชื่อมต่อกับระบบสื่อสารในชุมชน
ขณะเดียวกัน ยังมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่าง
- หน่วยงานภาครัฐ
- นักวิชาการ
- ผู้นำชุมชน
เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการในระยะยาว
🔶 พื้นที่น่านเสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม ต้องมีระบบเตือนภัย
นายบัณฑูร สุนทรสมบัติ นายอำเภอเวียงสา ระบุว่า จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อ น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในฤดูฝน การมีระบบเตือนภัยที่แม่นยำและรวดเร็ว จะช่วยให้ประชาชนสามารถอพยพและรับมือได้ทันท่วงที
🔶 สรุป: ต้นแบบจัดการน้ำสู่ความยั่งยืนระดับประเทศ
โครงการ “นวัตกรรมเพื่อน้ำที่มั่นคง” ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการนำงานวิจัยไปใช้จริงในพื้นที่ ช่วยยกระดับระบบเตือนภัย ลดความเสี่ยงภัยพิบัติ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน
พร้อมต่อยอดสู่การขยายผลในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ เพื่อรองรับความท้าทายด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต

