วช. เปิดเวทีรับมือภัยแล้ง 2569 ชูเทคโนโลยีน้ำสู้ “โลกเดือด”
วช. เปิดเวที “น้ำมั่นคงไทย” ผนึกวิจัย–เทคโนโลยี รับมือภัยแล้งยุคโลกเดือด ปี 2569

กรุงเทพฯ – 4 เมษายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดเวทีแถลงข่าวและเสวนา “ประเทศไทยน้ำมั่นคง: การใช้เทคโนโลยีและกระบวนการเชิงพื้นที่ป้องกันภัยแล้งในภาวะโลกเดือด” เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อนและเอลนีโญ
โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง เป็นประธานเปิดงาน
พร้อมด้วย
รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์
ไพฑูรย์ เก่งการช่าง
รวมถึงผู้แทนจาก กรมชลประทาน, กรมอุตุนิยมวิทยา และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วม ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วช. กรุงเทพมหานคร
🔶 เตือนปี 2569 เสี่ยงภัยแล้งรุนแรง อุณหภูมิแตะ 43 องศา
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง เปิดเผยว่า ปี 2569 ประเทศไทยเผชิญความเสี่ยงภัยแล้งสูง โดย
- อุณหภูมิช่วงเมษายน–พฤษภาคม อาจสูงถึง 42–43 องศาเซลเซียส
- ปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลงจากอิทธิพล เอลนีโญ
- ต้นทุนพลังงานและการจัดการน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์โลก
จึงจำเป็นต้องเร่งวางแผนบริหารจัดการน้ำ ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและภาคเกษตร
🔶 ขับเคลื่อนแผน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” 10 จังหวัด
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สนับสนุนแผนงานยุทธศาสตร์ ววน. “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด โดยมี
รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ เป็นผู้อำนวยการแผนงาน
เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การกำหนดนโยบายและการใช้งานจริงในพื้นที่
🔶 เวทีเสวนา 2 มิติ: จากสถานการณ์สู่การแก้ปัญหา
1️⃣ วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ–สภาพอากาศ
-
ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย์
วิเคราะห์ฝนแล้งและความแปรปรวนสภาพอากาศ -
ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์
แนวทางบริหารน้ำในเขื่อนและลุ่มน้ำหลัก -
ไพฑูรย์ เก่งการช่าง
มาตรการรับมือภัยแล้งระดับประเทศ -
รวี ศุภนิมิตวิเศษกุล
แผนปฏิบัติการรับมือภัยแล้งระดับพื้นที่
2️⃣ นวัตกรรม–โมเดลพื้นที่รับมือภัยแล้ง
-
สุวรรณี เพียเอีย
แผนบริหารน้ำระดับจังหวัด -
ชัยวัฒน์ ดอกไม้งาม
โมเดลบริหารน้ำระดับตำบล -
พีรศักดิ์ มาตรศรี
แผนน้ำชุมชนพื้นที่สุพรรณบุรี -
ชิษนุวัฒน์ มณีศรีขำ
เทคโนโลยีสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ -
ผศ.ดร.โพยม สราภิรมย์
การเสริมศักยภาพองค์กรท้องถิ่นด้านน้ำ
🔶 ย้ำบทบาท “วิจัย–นวัตกรรม” แก้ปัญหาเชิงระบบ
รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ สรุปว่า
งานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จะเป็นหัวใจสำคัญในการ
- พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า
- สร้างโมเดลต้นแบบระดับพื้นที่
- ขยายผลสู่ระดับนโยบายประเทศ
เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
