“ปั่นจักรยานขายเห็ดโคนน้อย” โมเดลอาชีพชุมชนเชียงใหม่ สร้างรายได้เสริมยุคค่าครองชีพสูง หนุนเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน
ปั่นจักรยานขายเห็ด:ทางเลือกอาชีพชุมชนสู่ความยั่งยืนของครัวเรือนภาคการเกษตรหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน)

เชียงใหม่ – ท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในปี 2569 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ หรือ บพท. ภายใต้ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ เดินหน้าส่งเสริมอาชีพทางเลือกให้ชุมชน ผ่านโมเดล “ปั่นจักรยานขายเห็ดโคนน้อย” ในพื้นที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ สร้างรายได้เสริมให้ครัวเรือนและผู้สูงอายุอย่างเป็นรูปธรรม
โมเดลดังกล่าวเป็นการรวมตัวของกลุ่มผู้สูงอายุ หรือ “ป้ออุ๊ย–แม่อุ๊ย” ในชุมชน ที่ใช้จักรยานหรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รับซื้อเห็ดโคนน้อยจากแหล่งเพาะเลี้ยงในราคาส่งเฉลี่ยกิโลกรัมละ 100 บาท ก่อนนำไปจำหน่ายตามบ้านและตลาดชุมชนในรูปแบบแพ็กย่อย สร้างกำไรเฉลี่ย 20–30 บาทต่อกิโลกรัม โดยแทบไม่ต้องแบกรับต้นทุนด้านพลังงาน
ดร.วุฒิพงษ์ ฉั่วตระกูล จาก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า โมเดลนี้เป็นการสร้าง “ข้อต่อใหม่” ในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของธุรกิจชุมชน โดยอาศัยจุดแข็งของพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท การคมนาคมสะดวก และความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ช่วยให้การกระจายสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้ “โครงการสร้างศูนย์สร้างงานและกระจายรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานรากผ่านธุรกิจการเพาะเห็ดโคนน้อย” ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ (Local Enterprises) ให้สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
นอกจากการสร้างอาชีพปลายน้ำแล้ว โครงการยังพัฒนาศักยภาพต้นน้ำ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรและครัวเรือนในอำเภอสารภี และอำเภอดอยสะเก็ด เพาะเห็ดโคนน้อยในระดับครัวเรือน พร้อมสนับสนุนการผลิต “ก้อนเชื้อเห็ด” เพื่อช่วยลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้
ด้าน นายสรพงษ์ ฟองมี ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน บ้านหนองแฝก อำเภอสารภี กล่าวว่า พื้นที่เพียง 2 ตารางเมตร สามารถเพาะเห็ดโคนน้อยได้ถึง 200–300 ก้อน สร้างรายได้เฉลี่ย 150–200 บาทต่อรอบการผลิต อีกทั้งยังสามารถบริโภคในครัวเรือนได้ ช่วยลดรายจ่ายและเสริมความมั่นคงทางอาหาร
ดร.วุฒิพงษ์ ฉั่วตระกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า เห็ดโคนน้อยเป็นพืชที่เพาะเลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย และเก็บผลผลิตได้ภายใน 7 วัน จึงเหมาะกับการเป็นอาชีพเสริมในยุคเศรษฐกิจผันผวน โดยสามารถต่อยอดสู่การเป็นธุรกิจชุมชนที่เข้มแข็งได้ในระยะยาว
ทั้งนี้ โมเดล “ปั่นจักรยานขายเห็ดโคนน้อย” ไม่เพียงสร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุและครัวเรือน แต่ยังเป็นตัวอย่างของ “นวัตกรรมการพึ่งพาตนเอง” ที่ช่วยกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
