งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

กขค.เตรียมตรวจสอบแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ผูกขาดขนส่งสินค้า เตือนกฎหมายใหม่โทษถึงจำคุก

สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เตรียมตรวจสอบแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ หลังมีการร้องเรียนว่ามีการกำหนดผู้ให้บริการขนส่งสินค้าเพียงบางราย ซึ่งอาจเข้าข่ายการจำกัดการแข่งขันทางการค้า กระทบทั้งผู้ค้าออนไลน์และผู้บริโภค

กขค

     เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา​ สำนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า​(กขค.)​ นายพลศักดิ์ สุพร เลขานุการ​ สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น​(ประเทศไทย) พร้อมด้วย​ นายอนันต์ชัย ไชยเดช​ หรือ “ทนายกระดูกเหล็ก” ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ​ นายวิษณุ วงศ์สินศิริกุล​ เลขาธิการ กขค. เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่อาจมีการ กำหนดบริษัทขนส่งสินค้าไว้ล่วงหน้า ทำให้ผู้ขายและผู้ซื้อไม่สามารถเลือกผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นได้

ผู้ค้าร้องเรียน ถูกจำกัดสิทธิเลือกบริษัทขนส่ง

     นายพลศักดิ์ กล่าวว่า สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่นฯ ได้รับการร้องเรียนจากสมาชิก ผู้ค้าออนไลน์ และผู้บริโภคจำนวนมาก ระบุว่าแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซบางแห่งกำหนดผู้ให้บริการขนส่งเฉพาะราย ส่งผลให้ผู้ขายไม่สามารถเลือกบริษัทขนส่งที่อยู่ใกล้กว่า ราคาถูกกว่า หรือสะดวกกว่าได้เหมือนในอดีต

     จึงได้หารือร่วมกับนายอนันต์ชัย ไชยเดช เพื่อพิจารณาว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่าย ฝ่าฝืน​ พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 หรือไม่ และได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กขค. เพื่อให้หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง

ภาระต้นทุนเพิ่ม ผู้บริโภคอาจต้องจ่ายแพงขึ้น

     ด้านนายอนันต์ชัย ระบุว่า การกำหนดบริษัทขนส่งเพียงบางรายทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ต้องเดินทางไปส่งสินค้ายังศูนย์ขนส่งที่อาจอยู่ไกลกว่า ส่งผลให้ต้นทุนการจัดส่งเพิ่มขึ้น ทั้งค่าเดินทาง เวลา และความล่าช้าในการส่งสินค้า

     ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้มักถูกผลักภาระไปยังผู้บริโภคผ่านราคาสินค้าที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันยังทำให้การแข่งขันในธุรกิจขนส่งถูกจำกัด ผู้ให้บริการรายอื่นไม่สามารถเข้าถึงตลาดได้ และผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้บริการลดลง

กขค.เตือนกฎหมายใหม่กำกับแพลตฟอร์มออนไลน์

     ด้าน ผศ.ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการ กขค. กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงาน กขค. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดผู้ให้บริการขนส่ง การบังคับทำโปรโมชั่น หรือการใช้อำนาจเหนือคู่ค้า ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

     ทั้งนี้ กขค.กำลังผลักดัน ประกาศกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบหลายด้าน (Multi-sided Platform) เพื่อกำหนดกติกาที่เป็นธรรมสำหรับธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีหลักการสำคัญ ได้แก่

  • ผู้ขายต้องมีสิทธิเลือกบริษัทขนส่งได้เอง

  • ห้ามตั้งค่าเริ่มต้นบังคับใช้ขนส่งรายเดียว (No Default)

  • ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส

  • การปรับค่าธรรมเนียมต้องแจ้งล่วงหน้า

  • ห้ามปิดกั้นการมองเห็นสินค้าโดยไม่เป็นธรรม

     ประกาศดังกล่าวคาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา​ ประมาณเดือนเมษายน 2569

โทษทางกฎหมายทั้งจำคุกและปรับ

     เลขาธิการ กขค. ระบุว่า หากตรวจสอบพบว่ามีการผูกขาดหรือใช้อำนาจเหนือตลาด อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 50 และมาตรา 57 ของพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ซึ่งมีบทลงโทษทั้ง โทษทางอาญาและโทษทางปกครอง

     พร้อมย้ำว่า สำนักงาน กขค. จะดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนอย่างรอบด้าน เพื่อให้การแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยเป็นธรรม และคุ้มครองทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในระยะยาว