งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

งานวิจัยชี้ชัด! ฉลากโภชนาการไทยยังไม่ช่วยเลือกอาหารสุขภาพ แนะใช้ “ฉลากคำเตือน”

งานวิจัยชี้ ฉลากโภชนาการหน้าบรรจุภัณฑ์ไทยยังไม่ตอบโจทย์ แนะปรับสู่ “ฉลากคำเตือน” ลดโรค NCDs

เครือข่ายลดบริโภคเค็ม

     กรุงเทพฯ – งานวิจัยด้านสาธารณสุขล่าสุดชี้ว่า ฉลากโภชนาการหน้าบรรจุภัณฑ์ (Front-of-Pack Label: FOPL) ของประเทศไทยในปัจจุบัน ยังไม่สามารถช่วยให้ผู้บริโภคเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะรับรู้ฉลาก แต่กลับมีการใช้งานจริงในระดับต่ำ ส่งผลต่อแนวโน้มปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

     รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพจากพฤติกรรมการบริโภค โดยเฉพาะโรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการบริโภคอาหารที่มีโซเดียม น้ำตาล และไขมันสูง

     ผลการศึกษาของ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Public Health Nutrition จากกลุ่มตัวอย่างคนไทย 410 คน พบว่า

  • ผู้บริโภครับรู้ฉลาก GDA สูงถึง 95%
  • รับรู้ตรา “ทางเลือกสุขภาพ” 82%
  • แต่มีเพียง 24% เท่านั้นที่อ่านฉลากเป็นประจำ

    สะท้อนช่องว่างสำคัญระหว่าง “การรับรู้” และ “การใช้งานจริง”

🔍 ฉลากแบบไหนได้ผลที่สุด?

     งานวิจัยได้เปรียบเทียบฉลาก 6 รูปแบบ ได้แก่

  • GDA (Guideline Daily Amounts)
  • ฉลากคำเตือน (Warning Labels)
  • Nutri-Score
  • สัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ
  • Star Rating
  • Traffic Light Labels

    ผลพบว่า “ฉลากคำเตือน (Warning Labels)” มีประสิทธิผลสูงสุด ในการช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ รองลงมาคือ Nutri-Score ขณะที่ฉลาก GDA ซึ่งใช้ในประเทศไทยปัจจุบัน ได้คะแนนต่ำสุดในด้านความเข้าใจและการใช้งาน

     ข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับแนวทางของ องค์การอนามัยโลก ที่แนะนำให้ประเทศต่าง ๆ ใช้ฉลากที่เข้าใจง่าย ชัดเจน และไม่ต้องอาศัยการคำนวณ

⚠️ ปัญหาหลักของฉลากไทยในปัจจุบัน

  • ตัวเลขซับซ้อน อ่านยาก
  • ใช้เวลาทำความเข้าใจนาน
  • ตัวอักษรขนาดเล็ก
  • ผู้บริโภคไม่มีพื้นฐานโภชนาการ
  • เวลาจำกัดในการเลือกซื้อสินค้า

     แม้ฉลากแบบสี (เช่น Traffic Light) จะดึงดูดสายตา แต่ ไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดีเท่าฉลากคำเตือน

📊 ข้อเสนอเชิงนโยบาย (Policy Recommendation)

     ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ 3 แนวทางหลัก ได้แก่

  1. เปลี่ยนฉลาก GDA เป็น “ฉลากคำเตือน” (Warning Labels) บนหน้าบรรจุภัณฑ์
  2. รณรงค์ให้ความรู้ประชาชน ก่อนและระหว่างการบังคับใช้
  3. สร้างระบบติดตามประเมินผล ครอบคลุมพฤติกรรมผู้บริโภค ภาคอุตสาหกรรม และผลลัพธ์ด้านสุขภาพ

     พร้อมกำหนดมาตรฐานด้าน

  • ขนาดฉลาก
  • ตำแหน่งบนบรรจุภัณฑ์
  • ความชัดเจนของข้อความ

🌍 โอกาสของประเทศไทยในเวทีโลก

     หากประเทศไทยสามารถปรับใช้นโยบายฉลากโภชนาการที่มีประสิทธิภาพ จะช่วย

  • ลดภาระโรค NCDs
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
  • สร้างมาตรฐานด้านสาธารณสุขระดับสากล
  • ก้าวสู่การเป็นผู้นำนโยบายโภชนาการในภูมิภาคเอเชีย