วุฒิสภาห่วงภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย หลัง นทท.เข็นมอเตอร์ไซค์หาน้ำมันในสมุย เร่งรัฐแก้ด่วน รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลางเสี่ยงทัวร์หาย 5 แสนคน
กมธ.ท่องเที่ยว วุฒิสภา เตือนปัญหาภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย หลังพบภาพนักท่องเที่ยวต่างชาติเข็นรถจักรยานยนต์หาน้ำมันในเกาะสมุย ขณะเดียวกันสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางเริ่มกระทบหนัก เสี่ยงนักท่องเที่ยวหายกว่า 500,000 คน หากยืดเยื้อ

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่การประชุมของ คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา โดยมี คุณพิศูจน์ รัตนวงศ์ เป็นประธาน ได้หารือถึงผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
การประชุมครั้งนี้มีหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมชี้แจง อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
นักท่องเที่ยวเข็นมอเตอร์ไซค์หาน้ำมัน กระทบภาพลักษณ์ “เกาะสมุย”
คุณพิศูจน์ รัตนวงศ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พบภาพนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เกาะสมุย ต้อง เข็นรถจักรยานยนต์หาน้ำมัน และบางรายต้องนำรถกลับไปคืนร้านเช่า เนื่องจากไม่สามารถเติมน้ำมันได้
โดยระบุว่า แม้ข้อเท็จจริง น้ำมันไม่ได้ขาดแคลน แต่เกิดปัญหา “ไม่มีจุดบริการเพียงพอ” ส่งผลให้เกิดความกังวลในกลุ่มนักท่องเที่ยว
“ภาพลักษณ์แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย ต้องเร่งแก้ไขและสื่อสารให้ชัดเจนโดยเร็ว”
พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐและ ททท. เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวกลับคืน
สงครามตะวันออกกลางกระทบท่องเที่ยว-การบิน
ด้าน ชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ความไม่สงบใน ตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบินและการเดินทางมายังประเทศไทย
สถานการณ์ล่าสุดพบว่า
-
สายการบินหลายแห่ง ลดเที่ยวบินและปรับตารางแบบวันต่อวัน
-
เที่ยวบินจาก ดูไบ มีการยกเลิกและเลื่อนจำนวนมาก
-
ราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้นประมาณ 20%
-
ยกเลิกเที่ยวบินเฉลี่ย 50 เที่ยวต่อวัน
-
นักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบสะสมแล้วกว่า 58,876 คน (ข้อมูล ณ 15 มี.ค. 2569)
เสี่ยงนักท่องเที่ยวหายกว่า 5 แสนคน หากยืดเยื้อ
หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 เดือน คาดว่าจะกระทบตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมกว่า 500,000 คน
ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
-
ความกังวลด้านความปลอดภัย
-
ระยะเวลาเดินทางที่ยาวขึ้น
-
ราคาน้ำมันและค่าครองชีพสูง
-
ผลกระทบจากการปิดเส้นทางขนส่งสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ
ททท.เร่งแผนดึงตลาดใหม่-เน้นกลุ่มกำลังซื้อสูง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมปรับกลยุทธ์ โดย
-
กระตุ้นตลาดทดแทนใน เอเชียและโอเชียเนีย
-
รักษาตลาดหลักจากยุโรปและอเมริกา
-
ผลักดันเที่ยวบินระยะไกลข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก
-
ชูไทยเป็น “Wellness Destination” หรือจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลก
-
เน้นกลุ่ม Long Stay / Medical Tourism / High-Spending Tourists
เอกชนแนะเปิดรับ “นักลงทุนหนีสงคราม” แต่ต้องคุมกฎหมายเข้ม
ด้าน คุณรัชชพร พูลสวัสดิ์ รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า ไทยสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยเฉพาะการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่ย้ายถิ่นฐานจากพื้นที่ความขัดแย้ง
พื้นที่เป้าหมาย เช่น
-
เกาะสมุย
-
เกาะพะงัน
-
ภูเก็ต
อย่างไรก็ตาม ต้องมีการกำหนดกติกาและการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความขัดแย้งในพื้นที่ และสร้างความเข้าใจระหว่างนักลงทุนกับชุมชนท้องถิ่น
เร่งกู้ความเชื่อมั่น “ท่องเที่ยวไทย” ระยะเร่งด่วน
กมธ.ท่องเที่ยว วุฒิสภา ย้ำว่า รัฐต้องเร่งดำเนินการ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่
-
แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การให้บริการน้ำมันในแหล่งท่องเที่ยว
-
สื่อสารเชิงรุก สร้างความเข้าใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ
-
วางกลยุทธ์ระยะยาว รองรับผลกระทบจากสถานการณ์โลก
เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก
