งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

วุฒิสภาห่วงภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย หลัง นทท.เข็นมอเตอร์ไซค์หาน้ำมันในสมุย เร่งรัฐแก้ด่วน รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลางเสี่ยงทัวร์หาย 5 แสนคน

กมธ.ท่องเที่ยว วุฒิสภา เตือนปัญหาภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย หลังพบภาพนักท่องเที่ยวต่างชาติเข็นรถจักรยานยนต์หาน้ำมันในเกาะสมุย ขณะเดียวกันสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางเริ่มกระทบหนัก เสี่ยงนักท่องเที่ยวหายกว่า 500,000 คน หากยืดเยื้อ

     เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่การประชุมของ คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา โดยมี คุณพิศูจน์ รัตนวงศ์ เป็นประธาน ได้หารือถึงผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

     การประชุมครั้งนี้มีหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมชี้แจง อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นักท่องเที่ยวเข็นมอเตอร์ไซค์หาน้ำมัน กระทบภาพลักษณ์ “เกาะสมุย”

     คุณพิศูจน์ รัตนวงศ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พบภาพนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เกาะสมุย ต้อง เข็นรถจักรยานยนต์หาน้ำมัน และบางรายต้องนำรถกลับไปคืนร้านเช่า เนื่องจากไม่สามารถเติมน้ำมันได้

     โดยระบุว่า​ แม้ข้อเท็จจริง น้ำมันไม่ได้ขาดแคลน แต่เกิดปัญหา “ไม่มีจุดบริการเพียงพอ” ส่งผลให้เกิดความกังวลในกลุ่มนักท่องเที่ยว

“ภาพลักษณ์แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย ต้องเร่งแก้ไขและสื่อสารให้ชัดเจนโดยเร็ว”

     พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐและ ททท. เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวกลับคืน

สงครามตะวันออกกลางกระทบท่องเที่ยว-การบิน

     ด้าน ชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ความไม่สงบใน ตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบินและการเดินทางมายังประเทศไทย

     สถานการณ์ล่าสุดพบว่า

  • สายการบินหลายแห่ง ลดเที่ยวบินและปรับตารางแบบวันต่อวัน

  • เที่ยวบินจาก ดูไบ มีการยกเลิกและเลื่อนจำนวนมาก

  • ราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้นประมาณ 20%

  • ยกเลิกเที่ยวบินเฉลี่ย 50 เที่ยวต่อวัน

  • นักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบสะสมแล้วกว่า 58,876 คน (ข้อมูล ณ 15 มี.ค. 2569)

เสี่ยงนักท่องเที่ยวหายกว่า 5 แสนคน หากยืดเยื้อ

     หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 3 เดือน คาดว่าจะกระทบตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมกว่า 500,000 คน

ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  • ความกังวลด้านความปลอดภัย

  • ระยะเวลาเดินทางที่ยาวขึ้น

  • ราคาน้ำมันและค่าครองชีพสูง

  • ผลกระทบจากการปิดเส้นทางขนส่งสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ

ททท.เร่งแผนดึงตลาดใหม่-เน้นกลุ่มกำลังซื้อสูง

     การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมปรับกลยุทธ์ โดย

  • กระตุ้นตลาดทดแทนใน เอเชียและโอเชียเนีย

  • รักษาตลาดหลักจากยุโรปและอเมริกา

  • ผลักดันเที่ยวบินระยะไกลข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก

  • ชูไทยเป็น “Wellness Destination” หรือจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลก

  • เน้นกลุ่ม Long Stay / Medical Tourism / High-Spending Tourists

เอกชนแนะเปิดรับ “นักลงทุนหนีสงคราม” แต่ต้องคุมกฎหมายเข้ม

     ด้าน คุณรัชชพร พูลสวัสดิ์ รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า ไทยสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส โดยเฉพาะการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่ย้ายถิ่นฐานจากพื้นที่ความขัดแย้ง

     พื้นที่เป้าหมาย เช่น

  • เกาะสมุย

  • เกาะพะงัน

  • ภูเก็ต

     อย่างไรก็ตาม ต้องมีการกำหนดกติกาและการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความขัดแย้งในพื้นที่ และสร้างความเข้าใจระหว่างนักลงทุนกับชุมชนท้องถิ่น

เร่งกู้ความเชื่อมั่น “ท่องเที่ยวไทย” ระยะเร่งด่วน

     กมธ.ท่องเที่ยว วุฒิสภา ย้ำว่า รัฐต้องเร่งดำเนินการ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

  1. แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การให้บริการน้ำมันในแหล่งท่องเที่ยว

  2. สื่อสารเชิงรุก สร้างความเข้าใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ

  3. วางกลยุทธ์ระยะยาว รองรับผลกระทบจากสถานการณ์โลก

     เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก