วิกฤตนมโรงเรียน 2569! เกษตรกร–เอกชนจี้รัฐทบทวนเกณฑ์ใหม่ หวั่นพังทั้งระบบ
ม็อบโคนมเดือด! กว่า 1,000 คนบุก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ค้านโควตานมโรงเรียน 30% หวั่นกระทบทั้งระบบ

(19 มีนาคม 2569) สถานการณ์ “โควตานมโรงเรียน 2569” ทวีความร้อนแรง เมื่อเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและผู้ประกอบการภาคเอกชนกว่า 1,000 คน รวมตัวเข้ายื่นหนังสือคัดค้าน (ร่าง) หลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ต่อ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมเดินหน้ายื่นเรื่องต่อ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และ สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อขอความเป็นธรรม
🔷 ปมร้อน: โควตาเอกชนไม่เกิน 30% จุดชนวนวิกฤต
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง (ร่าง) หลักเกณฑ์ใหม่กำหนดให้ “ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมภาคเอกชน” ได้รับสิทธิจำหน่ายไม่เกิน 30% ของโควตาในแต่ละพื้นที่
สมาคมโคนมก้าวหน้า นำโดย
นายนที โดดสูงเนิน
ระบุว่า แนวทางดังกล่าว “ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างอุตสาหกรรมจริง” และจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งระบบ ตั้งแต่
-
เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
-
ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ
-
โรงงานแปรรูป
🔷 เสี่ยงน้ำนมล้นตลาด 769 ตัน/วัน
ภาคีเครือข่ายฯ ชี้ว่า ปัจจุบันมีน้ำนมดิบส่วนเกินในระบบกว่า 769 ตันต่อวัน หากโควตาถูกจำกัด จะยิ่งทำให้
-
โรงงานระบายสินค้าไม่ได้
-
ราคาน้ำนมดิบมีแนวโน้มลดลง
-
เกษตรกรขาดรายได้
และอาจนำไปสู่การ “เลิกอาชีพเลี้ยงโคนม” ในวงกว้าง
🔷 ตั้งคำถามความเป็นธรรม–หวั่นผูกขาด
กลุ่มผู้ชุมนุมยังตั้งข้อสังเกตว่า การจัดสรรโควตาในร่างใหม่ อาจเอื้อประโยชน์ให้ “บางกลุ่ม” ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกรถูกจำกัดสิทธิ
พร้อมตั้งคำถามว่า
การกำหนดโควตาเช่นนี้ “กำลังสร้างระบบผูกขาด” ในอุตสาหกรรมนมไทยหรือไม่
🔷 ข้อเรียกร้อง: “นมทุกลิตรต้องเท่าเทียม”
ข้อเสนอหลักจากเครือข่ายเกษตรกร คือ
-
ใช้หลัก “นมทุกลิตรต้องมีสิทธิเท่าเทียม”
-
ผู้ประกอบการที่รับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทยมาก ควรได้โควตามาก
-
ยกเลิกระบบโควตาที่อาจสร้างความเหลื่อมล้ำ
เพื่อให้โครงการนมโรงเรียนตอบโจทย์ “เกษตรกรไทย” อย่างแท้จริง
🔷 ยกระดับกดดัน หากรัฐไม่ตอบรับ
เครือข่ายเกษตรกรระบุชัดว่า
หากข้อเรียกร้องไม่ถูกนำไปพิจารณาอย่างเป็นรูปธรรม อาจมีการ
-
ยกระดับการเคลื่อนไหว
-
ใช้มาตรการกดดันเพิ่มเติมในทุกมิติ
จนกว่าจะเกิด “ความเป็นธรรมในการจัดสรรโควตา”
🔷 สรุป: วิกฤตนมโรงเรียนกระทบทั้งห่วงโซ่
ประเด็นโควตานมโรงเรียน 2569 ไม่ใช่แค่เรื่องนโยบายอาหารเด็ก แต่เป็น “โครงสร้างเศรษฐกิจ” ที่เชื่อมโยงคนจำนวนมากทั่วประเทศ
-
เกษตรกรโคนม
-
ผู้ประกอบการ
-
อุตสาหกรรมแปรรูป
-
ภาครัฐ
การปรับเกณฑ์เพียงครั้งเดียว อาจส่งผลกระทบทั้งระบบ หากไม่สามารถสร้างสมดุลระหว่าง “การแข่งขัน” และ “ความเป็นธรรม” ได้
