รองนายกฯ สุชาติ ชมกลิ่น ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจ 18 ตู้สินค้าต้องสงสัย พบลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 2.8 แสน กก.
รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัย 18 ตู้ หลังพบพฤติการณ์ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ปะปนมากับเศษโลหะ น้ำหนักรวมหลายแสนกิโลกรัม

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อติดตามการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่อาจเข้าข่าย ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) จากต่างประเทศ โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่
-
กรมศุลกากร
-
กรมสอบสวนคดีพิเศษ
-
กรมควบคุมมลพิษ
เพื่อขยายผลสู่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าของเสียอันตราย
ตรวจพบตู้สินค้าต้องสงสัย 18 ตู้
นายพันธ์ทอง ลอยกลุนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามเรื่องสืบสวนที่ 27/2569 ซึ่งพบว่ามีขบวนการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเข้าสู่ประเทศไทย โดยสำแดงสินค้าเป็น “เศษโลหะ” หรือ “เศษเหล็ก” เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
การตรวจสอบในวันที่ 10 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้เปิดตรวจ ตู้สินค้าต้องสงสัยรวม 18 ตู้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่ 1
จำนวน 12 ตู้ สำแดงสินค้าเป็น “เศษเหล็ก” จากประเทศเฮติ แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็น เศษเหล็กปะปนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เข้าข่ายขยะอิเล็กทรอนิกส์ น้ำหนักรวมประมาณ 284,919 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 2.53 ล้านบาท
กลุ่มที่ 2
จำนวน 4 ตู้ ได้รับข้อมูลจากเครือข่ายเฝ้าระวังขยะอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ Basel Action Network โดยสำแดงเป็นสินค้า “Metal Scraps” และ “Mixed Metal” จากประเทศสหรัฐอเมริกา มีปลายทางการขนส่งไปยังญี่ปุ่นและฮ่องกง
กลุ่มที่ 3
จำนวน 2 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่กรมศุลกากรได้อายัดไว้ เนื่องจากผู้นำเข้ามีประวัติได้รับแจ้งข้อมูลจากเครือข่าย BAN โดยสำแดงสินค้าเป็น “เศษอลูมิเนียม” จากสหรัฐอเมริกาและเนเธอร์แลนด์
เข้าข่ายขยะอันตรายตามกฎหมายไทยและอนุสัญญาระหว่างประเทศ
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ตู้สินค้าบางส่วนเข้าข่ายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายไทย รวมถึง Basel Convention ว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดน
การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ที่มุ่งป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
ย้ำจุดยืนไทยไม่เป็นแหล่งทิ้งขยะโลก
กรมศุลกากรยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการ ผลักดันส่งสินค้าดังกล่าวกลับไปยังประเทศต้นทาง และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้อง
พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายขบวนการลักลอบนำเข้าของเสียอันตรายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยย้ำจุดยืนของประเทศไทยว่า จะไม่เป็นแหล่งทิ้งหรือทางผ่านของขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ
