จากทฤษฎีตะวันตกสู่วิจัยไทย! ศ.เอนก ปาฐกถา RUSH ชูวิจัยมนุษยศาสตร์-สังคมศาสตร์ วช.
ศ.เอนก ชูบทบาทมนุษยศาสตร์-สังคมศาสตร์วิถีไทย บูรณาการทุนวัฒนธรรม ยกระดับงานวิจัยสู่สากล

นนทบุรี – ระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดอบรมหลักสูตรเสริมศักยภาพและจรรยาบรรณด้านการวิจัย สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ระยะที่ 2 (The Research Utilizations Program for Social Sciences and Humanities Phase II: RUSH) ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี โดยมีบุคลากรวิชาการและนักวิจัยที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 41 คน
ไฮไลท์สำคัญของการอบรมครั้งนี้คือปาฐกถาพิเศษจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในหัวข้อ “สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ในบริบทไทย: จากรากฐานตะวันตกสู่การสร้างสรรค์ทฤษฎีของเราเอง”
ดร.เอนก กล่าวว่า งานวิจัยสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ของไทยในปัจจุบันยังได้รับอิทธิพลหลักจากองค์ความรู้ตะวันตก ซึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความทันสมัยเคยเป็นเครื่องมือสำคัญ แต่การยึดติดกับกรอบตะวันตกเป็นศูนย์กลางนำมาซึ่ง “กับดักความคิด” หลายประการ โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทยที่มีเอกลักษณ์สูง
สองกับดักหลักที่ชี้ให้เห็น
- กับดักความเป็นสากลและทัศนคติเชิงเปรียบเทียบ – ทฤษฎีตะวันตกมักถูกมองเป็น “มาตรฐานสากล” และเป็นเป้าหมายที่ทุกสังคมต้องตาม ส่งผลให้เกิดอคติ วิถีตะวันตกถูกยกเป็น “ก้าวหน้า” ส่วนวัฒนธรรมอื่นถูกตีตราเป็น “ล้าหลัง” ทั้งที่ศาสตร์ตะวันออกและวิถีไทยมีความรุ่มรวยทางมนุษยธรรมและมิติความเป็นมนุษย์ที่ลึกซึ้ง ซึ่งเลนส์ตะวันตกอาจมองข้าม
- ช่องว่างระหว่างทฤษฎีตะวันตกกับพฤติกรรมจริงในสังคมไทย – ตัวอย่างชัดเจนคือทฤษฎีระบบราชการของแม็กซ์ เวเบอร์ (Max Weber) ที่เน้น Impersonalization (ไร้ตัวตน) ปฏิบัติตามกฎระเบียบเคร่งครัด ปราศจากอคติ ความสัมพันธ์เครือญาติ หรืออารมณ์ แต่สังคมไทยให้ความสำคัญกับ “ตัวบุคคล” และสายสัมพันธ์ทางสังคม การวิจัยจึงต้องเข้าใจมิติเหล่านี้เพื่ออธิบายพฤติกรรมจริงได้อย่างถูกต้อง
ดร.เอนก เสนอแนวคิด “ระบบอุปถัมภ์เชิงสร้างสรรค์” ที่ประกอบด้วยคุณธรรมและความใส่ใจ โดยระบบอุปถัมภ์ไม่ควรใช้รักษาสถานะเดิม แต่ควรส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการเติบโตของผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมยกย่องผู้ทำคุณประโยชน์ เพื่อสร้างความร่วมมือยั่งยืน
กรณีศึกษา “ราชูปถัมภ์” – ตัวอย่างการใช้ทุนวัฒนธรรมไทยนำทางศาสตร์สมัยใหม่ คือความร่วมมือกับองค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป (CERN) ซึ่งเกิดจากพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงอุปถัมภ์นักวิทยาศาสตร์ไทยให้มีโอกาสร่วมวิจัยระดับโลก นับเป็นการประยุกต์ระบบอุปถัมภ์แบบไทยอย่างแยบคายเพื่อขยายโอกาสวิชาการสู่สากล
ดร.เอนก ยังชี้ว่า สังคมไทยมีจุดแข็งคือความใจกว้างและให้โอกาสคนทุกระดับโดยไม่จำกัดเชื้อชาติหรือภูมิหลัง สะท้อนจากบุคคลสำคัญในระดับสูงที่มีต้นกำเนิดจากครอบครัวยากจน งานวิจัยไทยจึงควรขยายจาก “ความเหลื่อมล้ำ” ไปสู่ “การเลื่อนชั้นทางสังคม” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและโอกาสใหม่
ดร.เอนก กล่าวสรุปว่า “หัวใจของการพัฒนางานวิจัยมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ยุคใหม่ของไทย คือการก้าวข้ามข้อจำกัดทฤษฎีตะวันตกที่เน้นความเป็นสากลแบบเชิงเดี่ยว มุ่งสร้างองค์ความรู้ที่เท่าทันพฤติกรรมและอัตลักษณ์ไทย โดยปรับมุมมองต่อกลไกอุปถัมภ์ที่มีคุณธรรมและความใส่ใจ ให้กลายเป็น “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่เกื้อหนุนการก้าวกระโดดทางนวัตกรรมและวิชาการระดับสากล”
โครงการ RUSH ระยะ 2 นี้มีเป้าหมายเสริมศักยภาพนักวิจัย สร้างจรรยาบรรณวิชาการ และส่งเสริมการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมกับบริบทสังคมไทย เพื่อยกระดับงานวิจัยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน
#มนุษยศาสตร์ไทย #สังคมศาสตร์วิถีไทย #ทุนวัฒนธรรม #เอนกเหล่าธรรมทัศน์ #วช #กระทรวงอว
