L.T. Group ผนึก China Xinshidai ลงนาม MOU ดัน 4 อุตสาหกรรมไทยบุกตลาดจีน
L.T. Group จับมือ China Xinshidai ลงนาม MOU ดัน 4 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ “โดรน-โซลาร์-ข้าวไทย” บุกตลาดจีน รับเศรษฐกิจโลกผันผวน

กรุงเทพฯ – L.T. Group (Thailand) Co., Ltd. ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ China Xinshidai Company (Poly) เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีใน 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อากาศยานไร้คนขับ (Drone), พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar), การส่งออกข้าวไทย และอุปกรณ์ทางการแพทย์
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในดีลไทย-จีนที่มีมิติหลากหลาย ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยีขั้นสูงและภาคเศรษฐกิจฐานราก สอดรับแนวโน้มการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในปี 2569
🌏 ไทยรับบท “ศูนย์กลางเชื่อมจีน-อาเซียน”
ผู้บริหาร L.T. Group ระบุว่า ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
กลับกลายเป็น “โอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ของประเทศไทย
โดยไทยมีจุดแข็งสำคัญ ได้แก่
- ทำเลที่ตั้งเชื่อมอาเซียน
- โครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์
- ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่สมดุล
ส่งผลให้ไทยถูกมองเป็น “Hub” เชื่อมตลาดจีนสู่ภูมิภาค
🚀 เปิด 4 แกนความร่วมมือหลัก
1. 🚁 โดรน (Drone Technology)
พัฒนาอากาศยานไร้คนขับระดับอุตสาหกรรม
ใช้ใน
- เกษตรอัจฉริยะ (AgriTech)
- โลจิสติกส์
ช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และยกระบบบริหารจัดการดิจิทัล
2. ☀️ พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy)
ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
- ลดต้นทุนพลังงาน
- เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด
- สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero
3. 🌾 ส่งออกข้าวไทยสู่จีน
ผลักดัน
- ข้าวหอมมะลิ
- ข้าวพรีเมียมไทย
ผ่านเครือข่ายตลาดจีนของ Xinshidai เพิ่มมูลค่าการส่งออกและขยายตลาดผู้บริโภคระดับกลาง-บน
4. 🏥 เทคโนโลยีการแพทย์
นำเข้าและพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์สมัยใหม่
- เพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย
- ยกระดับระบบสาธารณสุข
- สนับสนุนไทยสู่ Medical Hub อาเซียน
📊 วิเคราะห์
- จีนเร่ง “กระจายความเสี่ยง” จากสงครามการค้า
- ไทยกลายเป็นฐานลงทุนสำคัญ (China+1 Strategy)
- AgriTech + Clean Energy คือเมกะเทรนด์
- ตลาดผู้บริโภคจีนระดับกลาง-บนยังเติบโตสูง
🎯 มุมมองเชิงยุทธศาสตร์
นักวิเคราะห์มองว่า การผสาน “เทคโนโลยีขั้นสูง (Hard Tech)”
เข้ากับ “ภาคเกษตรและทรัพยากรไทย” จะเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ช่วยเพิ่ม
- ความสามารถแข่งขัน
- มูลค่าสินค้าไทย
- ความยั่งยืนในระยะยาว
