ศุลกากรภาค 5 จับยาเสพติดล็อตใหญ่ในพัสดุที่ภูเก็ต ยึดยาบ้า 1 แสนเม็ด ไอซ์กว่า 500 กรัม มูลค่า 4.4 ล้านบาท เร่งขยายผลเครือข่าย
ภูเก็ต – กรมศุลกากรสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ในพัสดุเอกชน ยึดยาบ้า 100,000 เม็ด และไอซ์กว่า 505 กรัม มูลค่ารวมประมาณ 4.4 ล้านบาท เตรียมขยายผลจับกุมเครือข่ายผู้กระทำผิด

วันที่ 16 มีนาคม 2569 นางสาวจินตนา คงเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 5 กรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ในการขับเคลื่อนมาตรการ “Quick Big Win in Anti-Drug Trafficking” เพื่อเร่งปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติด กรมศุลกากรได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติดผ่านทุกช่องทาง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 กรมศุลกากร โดย สำนักงานศุลกากรภาคที่ 5 ได้บูรณาการความร่วมมือกับ หน่วยปราบปรามยาเสพติดภูเก็ต กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 ในการสืบสวนและเฝ้าระวังการแพร่กระจายของยาเสพติด โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
จากการตรวจสอบพบ พัสดุต้องสงสัยที่ส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่จึงทำการ เอ็กซ์เรย์พัสดุภัณฑ์ ก่อนร่วมกันเปิดตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่า ภายในกล่องพัสดุมีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ใน กระติกน้ำแข็ง
ผลการตรวจสอบพบของกลางดังนี้
-
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) ลักษณะเป็นผลึกสีขาวขุ่น บรรจุในถุงพลาสติกใส น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 505 กรัม
-
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ลักษณะเป็นเม็ดสีส้ม บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ถุงละประมาณ 200 เม็ด มัดรวมเป็นมัดละประมาณ 10,000 เม็ด จำนวน 10 มัด รวมประมาณ 100,000 เม็ด
เจ้าหน้าที่ได้นำวัตถุที่ตรวจพบมาตรวจสอบเบื้องต้นด้วย น้ำยาทดสอบสารเสพติด Nik Public Safety พบว่าสารดังกล่าวทำปฏิกิริยาเปลี่ยนเป็น สีน้ำเงิน จึงสันนิษฐานได้ว่าเป็น เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) และ ยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า)
ยาเสพติดที่ตรวจยึดได้มี มูลค่ารวมประมาณ 4.4 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงทำการ ตรวจยึดพัสดุดังกล่าวไว้เป็นของกลาง และนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน
“จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน”
ทั้งนี้ เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด และ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
ในขั้นตอนต่อไป กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จะนำข้อมูลที่ได้จากการตรวจยึดครั้งนี้ไป สืบสวนขยายผล เพื่อติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายค้ายาเสพติดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
กรมศุลกากรย้ำว่า ยังคงเดินหน้ามาตรการ ป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติด รวมถึงสินค้าอันตรายหรือไม่พึงประสงค์ ที่อาจเป็นภัยต่อสังคม โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานทั้ง ภาครัฐและภาคเอกชน อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นคง ปลอดภัย และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน
