คณะสงฆ์จาริกธรรม ครั้งที่ 12 ศึกษาเส้นทาง “ทวงคืนพระบรมสารีริกธาตุ” สู่เมืองไวสาลี อินเดีย เปิดใจ พระมหา ดร.ฉลอง ผู้ผลักดันสำเร็จ
“คณะสงฆ์โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่12”
ศึกษาเส้นทาง “ทวงคืนพระบรมสารีริกธาตุคืนสู่เมืองไวสาลี”
“พระมหา ดร.ฉลอง จนฺทสิริ”
เจ้าอาวาสวัดไทยไวสาลี ประเทศอินเดีย เปิดใจเส้นทางต่อสู้นำพระบรมสารีริกธาตุคืนสู่เมืองไวสาลี
หลัง “คณะสงฆ์จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 12”
ปักหลัก “วัดไทยไวสาลี” และ มุ่งหน้าสู่ “วัดไทยเกสรี
ยา”

คณะสงฆ์จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 12 ไปที่ไหน และเหตุใดจึงสำคัญ?
คณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 12 เดินทางศึกษาประวัติศาสตร์การอัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุ” กลับคืนสู่เมืองไวสาลี (Vaishali) รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย พร้อมรับฟังการเปิดใจจากผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจครั้งประวัติศาสตร์
ปักหลักวัดไทยไวสาลี มุ่งสู่วัดไทยเกสรียา
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 คณะสงฆ์เดินทางถึง วัดไทยเกสรียา (Wat Thai Kesariya) ในเขตเมืองไวสาลี รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย โดยมี พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ หรือ พระมหา ดร.ฉลอง จนฺทสิริ เจ้าอาวาส วัดไทยไวสาลี ให้การต้อนรับ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านที่พักและภัตตาหาร เพื่อให้คณะสงฆ์ได้ปฏิบัติศาสนกิจและภาวนาอย่างสงบ
ก่อนหน้านี้ คณะสงฆ์ได้เดินทางออกจากวัดไทยนาลันทา เมืองนาลันทา ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 และเข้าพักที่โรงเรียน MDN High School Barimath เมืองนาลันทา 1 คืน ก่อนเดินทางต่อมายังวัดไทยไวสาลี ระหว่างวันที่ 20–22 กุมภาพันธ์ 2569
เปิดเส้นทางต่อสู้ 17 ปี ทวงคืนพระบรมสารีริกธาตุ
พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ นับเป็นบุคคลสำคัญในการผลักดันการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับคืนสู่เมืองไวสาลี ซึ่งในสมัยพุทธกาล กษัตริย์ลิจฉวีแห่งแคว้นวัชชีนครเวสาลี ได้รับส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ 1 ใน 8 ส่วน หลังการปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ต่อมาในปี ค.ศ. 1958 มีการขุดค้นพบพระบรมสารีริกธาตุที่ปาวาลเจดีย์ แต่ได้อัญเชิญไปเก็บรักษาไว้ที่เมืองปัฏนา เนื่องจากเมืองไวสาลียังไม่มีสถานที่เก็บรักษาที่ปลอดภัย โดยมีบันทึกว่าจะนำกลับคืนเมื่อมีความพร้อม
พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ เล่าว่า ท่านได้ศึกษาข้อมูลระหว่างปี ค.ศ. 2004–2006 และตัดสินใจดำเนินการทางกฎหมายเพื่อขอคืนพระบรมสารีริกธาตุ แม้ในช่วงแรกจะไม่มีวัดใดเห็นด้วย แต่ท่านยืนยันดำเนินการเพียงลำพัง
ใช้เวลาต่อสู้ในชั้นศาล 2 ปี (ค.ศ. 2008–2010) จนศาลมีคำสั่งให้รัฐบาลรัฐพิหารดำเนินโครงการก่อสร้างสถานที่ประดิษฐาน พร้อมจัดสรรงบประมาณกว่า 3,000 ล้านรูปี รวมทั้งเวนคืนที่ดินและก่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัย
แม้กระบวนการจะล่าช้า และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ในที่สุดโครงการแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2025 และมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับสู่ไวสาลี เมื่อวันที่ 29–30 กันยายน ค.ศ. 2025 ก่อนเปิดอย่างเป็นทางการให้ประชาชนเข้าสักการะวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 2025
สถานที่ประดิษฐานแห่งใหม่ “Buddha Samyak Darshan Museum & Stupa”
ปัจจุบัน รัฐพิหารได้จัดตั้งสถานที่ประดิษฐานอย่างเป็นทางการในชื่อ Buddha Samyak Darshan Museum & Stupa หรือ “พิพิธภัณฑ์เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ” ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางศรัทธาและแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาสำคัญของโลก
ผลดีต่อชุมชนไวสาลี และการสืบสานความกตัญญู
พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ ระบุว่า การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับคืนสู่ถิ่นเดิม ไม่เพียงเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อกษัตริย์ลิจฉวีในอดีต แต่ยังสร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การจ้างงาน โรงแรม เกสต์เฮาส์ และธุรกิจบริการที่เติบโตตามมา
ติดตามเส้นทางจาริกธรรม
ผู้สนใจสามารถติดตามคลิปและรายละเอียด “เส้นทางการต่อสู้ทวงคืนพระบรมสารีริกธาตุกลับคืนสู่ไวสาลี” ได้ทางเพจ จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา โดยวัดดอยเทพนิมิต ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย
