งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

คณะสงฆ์จาริกธรรม ครั้งที่ 12 ศึกษาเส้นทาง “ทวงคืนพระบรมสารีริกธาตุ” สู่เมืองไวสาลี อินเดีย เปิดใจ พระมหา ดร.ฉลอง ผู้ผลักดันสำเร็จ

“คณะสงฆ์โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่12”
ศึกษาเส้นทาง “ทวงคืนพระบรมสารีริกธาตุคืนสู่เมืองไวสาลี”
“พระมหา ดร.ฉลอง จนฺทสิริ”
เจ้าอาวาสวัดไทยไวสาลี ประเทศอินเดีย เปิดใจเส้นทางต่อสู้นำพระบรมสารีริกธาตุคืนสู่เมืองไวสาลี
หลัง “คณะสงฆ์จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 12”
ปักหลัก “วัดไทยไวสาลี” และ มุ่งหน้าสู่ “วัดไทยเกสรี
ยา”

     คณะสงฆ์จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 12 ไปที่ไหน และเหตุใดจึงสำคัญ?
    คณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 12 เดินทางศึกษาประวัติศาสตร์การอัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุ” กลับคืนสู่เมืองไวสาลี (Vaishali) รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย พร้อมรับฟังการเปิดใจจากผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจครั้งประวัติศาสตร์

ปักหลักวัดไทยไวสาลี มุ่งสู่วัดไทยเกสรียา

     เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 คณะสงฆ์เดินทางถึง วัดไทยเกสรียา (Wat Thai Kesariya) ในเขตเมืองไวสาลี รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย โดยมี​ พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ หรือ พระมหา ดร.ฉลอง จนฺทสิริ เจ้าอาวาส วัดไทยไวสาลี ให้การต้อนรับ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านที่พักและภัตตาหาร เพื่อให้คณะสงฆ์ได้ปฏิบัติศาสนกิจและภาวนาอย่างสงบ

    ก่อนหน้านี้ คณะสงฆ์ได้เดินทางออกจากวัดไทยนาลันทา เมืองนาลันทา ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 และเข้าพักที่โรงเรียน MDN High School Barimath เมืองนาลันทา 1 คืน ก่อนเดินทางต่อมายังวัดไทยไวสาลี ระหว่างวันที่ 20–22 กุมภาพันธ์ 2569

เปิดเส้นทางต่อสู้ 17 ปี ทวงคืนพระบรมสารีริกธาตุ

     พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ นับเป็นบุคคลสำคัญในการผลักดันการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับคืนสู่เมืองไวสาลี ซึ่งในสมัยพุทธกาล กษัตริย์ลิจฉวีแห่งแคว้นวัชชีนครเวสาลี ได้รับส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ 1 ใน 8 ส่วน หลังการปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

     ต่อมาในปี ค.ศ. 1958 มีการขุดค้นพบพระบรมสารีริกธาตุที่ปาวาลเจดีย์ แต่ได้อัญเชิญไปเก็บรักษาไว้ที่เมืองปัฏนา เนื่องจากเมืองไวสาลียังไม่มีสถานที่เก็บรักษาที่ปลอดภัย โดยมีบันทึกว่าจะนำกลับคืนเมื่อมีความพร้อม

     พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ เล่าว่า ท่านได้ศึกษาข้อมูลระหว่างปี ค.ศ. 2004–2006 และตัดสินใจดำเนินการทางกฎหมายเพื่อขอคืนพระบรมสารีริกธาตุ แม้ในช่วงแรกจะไม่มีวัดใดเห็นด้วย แต่ท่านยืนยันดำเนินการเพียงลำพัง

     ใช้เวลาต่อสู้ในชั้นศาล 2 ปี (ค.ศ. 2008–2010) จนศาลมีคำสั่งให้รัฐบาลรัฐพิหารดำเนินโครงการก่อสร้างสถานที่ประดิษฐาน พร้อมจัดสรรงบประมาณกว่า 3,000 ล้านรูปี รวมทั้งเวนคืนที่ดินและก่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัย

     แม้กระบวนการจะล่าช้า และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ในที่สุดโครงการแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 2025 และมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับสู่ไวสาลี เมื่อวันที่ 29–30 กันยายน ค.ศ. 2025 ก่อนเปิดอย่างเป็นทางการให้ประชาชนเข้าสักการะวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 2025​

สถานที่ประดิษฐานแห่งใหม่ “Buddha Samyak Darshan Museum & Stupa”

     ปัจจุบัน รัฐพิหารได้จัดตั้งสถานที่ประดิษฐานอย่างเป็นทางการในชื่อ​ Buddha Samyak Darshan Museum & Stupa หรือ “พิพิธภัณฑ์เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ” ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางศรัทธาและแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาสำคัญของโลก

ผลดีต่อชุมชนไวสาลี และการสืบสานความกตัญญู

     พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ ระบุว่า การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุกลับคืนสู่ถิ่นเดิม ไม่เพียงเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อกษัตริย์ลิจฉวีในอดีต แต่ยังสร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การจ้างงาน โรงแรม เกสต์เฮาส์ และธุรกิจบริการที่เติบโตตามมา

ติดตามเส้นทางจาริกธรรม

      ผู้สนใจสามารถติดตามคลิปและรายละเอียด “เส้นทางการต่อสู้ทวงคืนพระบรมสารีริกธาตุกลับคืนสู่ไวสาลี” ได้ทางเพจ​ จาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา โดยวัดดอยเทพนิมิต ต.ป่าซาง อ.แม่จัน จ.เชียงราย