งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

อว.–ปรมาณูเพื่อสันติ จับมือ ปตท.–GPSC ศึกษาโรงไฟฟ้า SMR พลังงานทางเลือกปลอดภัยสูง เสริมความมั่นคงพลังงานไทยสู่อนาคตยั่งยืน

โรงไฟฟ้า SMR พลังงานทางเลือกปลอดภัยสูง อนาคตของประเทศที่มั่นคงยั่งยืน ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. ร่วมกับ ปตท. และ GPSC สร้างกลไกร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย เตรียมความพร้อม สร้างความเข้าใจ

     กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายพลังงานอนาคต จัดประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนด้านพลังงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางความร่วมมือในการศึกษาและพัฒนา โรงไฟฟ้า SMR (Small Modular Reactor) ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกที่มีระบบความปลอดภัยสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

     เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวง อว. จัดการประชุมร่วมกับผู้บริหารจากภาคอุตสาหกรรมพลังงาน ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, และ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด เพื่อร่วมวางกรอบความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เตรียมความพร้อมด้านนโยบาย เทคโนโลยี และการสร้างความเข้าใจแก่สังคมเกี่ยวกับการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ในประเทศไทย

    การประชุมมี นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ และรักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของ ปส. ขณะที่ภาคเอกชนพลังงานมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม อาทิ ดร.รสยา เธียรวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กิจการพิเศษ 2 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), นายมนัสชัย คงรักษ์กวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและดีคาร์บอนไนเซชัน และ ดร.พงศ์ศักดิ์ ครุกานันต์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสดีคาร์บอนไนเซชันเทคโนโลยี จากบริษัท GPSC

     ที่ประชุมได้หารือแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้การพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR เป็นไปอย่าง รอบคอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยสากล โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง การสร้างความเข้าใจ และความเชื่อมั่นของประชาชนในทุกมิติ

     นายแพทย์รุ่งเรือง เปิดเผยว่า สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้เตรียมความพร้อมของประเทศในหลายด้าน อาทิ

  • การจัดทำ พระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์ ซึ่งแล้วเสร็จ

  • การจัดตั้ง หน่วยงานเฉพาะด้านโรงไฟฟ้า SMR และ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเขตภาคตะวันออก

  • การวางแผนพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างเป็นระบบ

     นอกจากนี้ ยังได้ระบุ 4 ปัจจัยสำคัญ ที่มีผลต่อการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ในประเทศไทย ได้แก่

  1. การให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน

  2. ความต่อเนื่องของนโยบายพลังงานในระดับประเทศ

  3. การสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม

  4. การพิจารณาและเตรียมความพร้อมพื้นที่ก่อสร้างอย่างเหมาะสมและรอบด้าน

     กลไกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาครัฐและเอกชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างโรงไฟฟ้า SMR มาใช้ในประเทศไทยได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยในอนาคต

     โรงไฟฟ้า SMR นับเป็นพลังงานทางเลือกที่มีระบบความปลอดภัยสูง สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการมุ่งสู่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2050 พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว