งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

เลขาธิการ คปภ. แถลงนโยบายปี 69 สู่แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ปั้นระบบประกันภัยเป็นโครงสร้างพื้นฐานบริหารความเสี่ยงของประเทศ National Risk Buffer

เลขาธิการ คปภ. แถลงนโยบายและทิศทางการดำเนินงาน ปี 2569 เดินหน้าแผนพัฒนาการประกันภัย​ ฉบับที่ 5 มุ่งยกระดับระบบประกันภัยเป็นโครงสร้างพื้นฐานบริหารความเสี่ยงของประเทศ​

คปภ. แถลงนโยบาย

กรุงเทพมหานคร – 23 กุมภาพันธ์ 2569 – นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ. ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุม NT Meeting & Auditorium กรุงเทพมหานคร

เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า ปี 2569 เป็นปีเริ่มต้นสำคัญในการขับเคลื่อน แผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติจริง โดยมุ่งยกระดับระบบประกันภัยให้เป็น "โครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงของประเทศ" และ "National Risk Buffer" หรือกลไกรองรับแรงกระแทกจากความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการประกันภัยอย่างทั่วถึง ใช้เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สิน และรองรับความเสี่ยงใหม่ ๆ รวมถึงภัยพิบัติขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปีนี้จึงเป็นปีแห่งการ "แปลงแผนสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้" ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ทำให้ระบบประกันภัยไทย "อึด – รับ – ทั่ว – ล้ำ" โดยมี "คน" เป็นกลไกหลัก ข้อมูลเป็นฐาน เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ และการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ยุทธศาสตร์ที่ 1: อึด (Stability) – สร้างระบบประกันภัยที่ยืดหยุ่น แข็งแกร่ง ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลง มุ่งยกระดับการกำกับดูแลคนกลางประกันภัยสู่การกำกับเชิงป้องกัน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่

  1. ป้องกันปัญหาก่อนเกิด ด้วย Risk Scoring และ e-Payment (ยกเลิกเงินสดผ่านตัวแทนภายในปี 2570)
  2. คุ้มครองสิทธิประชาชนตั้งแต่ต้นทาง ลดเรื่องร้องเรียนอย่างน้อย 15% ด้วย KPI และ SLA ชัดเจน
  3. ยกระดับสาขาบริษัทประกันภัยภูมิภาคด้วย Market Conduct และ Risk-focused Supervision
  4. กำกับดูแลแบบ Group-Wide Supervision ป้องกันความเสี่ยงลูกโซ่
  5. สร้าง Insurance Community ยกระดับไทยสู่ ASEAN Insurance Hub ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา InsurTech และ Innovation Center

ยุทธศาสตร์ที่ 2: รับ (Resilience) – รองรับภัยขนาดใหญ่และความเสี่ยงใหม่ เสริมความมั่นคงด้วยการกำกับ Reinsurance เป็นกันชนทางการเงิน วิเคราะห์ข้อมูล ERM/ORSA พัฒนากลไกบริหารภัยพิบัติระดับชาติ และศึกษาจัดตั้งกองทุนประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อลดภาระรัฐและเยียวยาประชาชนรวดเร็ว

ยุทธศาสตร์ที่ 3: ทั่ว (Inclusion) – การเข้าถึงประกันภัยอย่างทั่วถึง รองรับสังคมสูงวัย 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

  1. ขยาย e-Policy ไปยังประกันส่วนบุคคล เชื่อมระบบ Custodian กลาง
  2. ยกระดับ พ.ร.บ. รถยนต์ให้เป็นวาระแห่งชาติ "รถทุกคันต้องมี พ.ร.บ." เชื่อมข้อมูลทะเบียนรถและแจ้งเตือน
  3. เสริมสร้างความรู้ผ่าน Responsible Voices (Finfluencer) รุ่น 3 Workshop สื่อมวลชน และมาสคอต "น้องพิทักษ์ (PITAK)" เพื่อสื่อสารสิทธิประโยชน์ให้เข้าใจง่าย

ยุทธศาสตร์ที่ 4: ล้ำ (Technology & Data-Driven) – ระบบนิเวศข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ พัฒนา AI ด้วย OIC AI Submission Acceleration Platform (OIC ASAP) ยกระดับ OIC Gateway และ e-Custodian ผลักดัน Open Insurance เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลปลอดภัย ลดฉ้อโกง เพิ่มความรวดเร็วและเป็นธรรมในการรับประกันและจ่ายสินไหม

เลขาธิการ คปภ. กล่าวปิดท้ายว่า "การดำเนินการทุกยุทธศาสตร์มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์จริง ทั้งความมั่นคงทางการเงิน ความเป็นธรรม และการเข้าถึงระบบประกันภัยที่เชื่อถือได้ เพราะประกันภัยไม่ใช่แค่กรมธรรม์ แต่คือหลักประกันความมั่นคงของชีวิต เศรษฐกิจ และประเทศชาติ" พร้อมขอบคุณสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และทุกภาคส่วนที่ช่วยถ่ายทอดข้อมูลอย่างถูกต้อง

สำนักงาน คปภ. จะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อสร้างระบบประกันภัยไทยที่มั่นคง โปร่งใส ยั่งยืน และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง