งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

วช. หนุน มรภ.สวนสุนันทา ใช้เทคโนโลยีจัดการไฟป่าและความแห้งแล้ง ลดความเสี่ยง PM2.5 พื้นที่​ อ.เวียงสา จ.น่าน

วช. สนับสนุน มรภ.สวนสุนันทา นำเทคโนโลยีจัดการไฟป่าและความแห้งแล้งในพื้นที่เสี่ยงสูง ดำเนินการที่ อ.เวียงสา จ.น่าน

เทคโนโลยีจัดการไฟป่า

     สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าโครงการ “การพัฒนากระบวนการจัดการไฟป่าและความแห้งแล้งในพื้นที่เสี่ยงสูงภาคเหนือตอนบน โดยใช้เทคโนโลยีช่วยตัดสินใจและทฤษฎีป่าเปียก” เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาเขตน่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

     โครงการดังกล่าวดำเนินงานภายใต้แผนวิจัยเป้าหมายสำคัญของยุทธศาสตร์ ววน. “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปริญวัฒน์ ธนศิรเธียรชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หัวหน้าโครงการ กล่าวรายงาน และ นายสังคม คัดเชียงแสน ปลัดจังหวัดน่าน กล่าวต้อนรับ คณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. เข้าร่วมติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

     ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแผนงานเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ววน. “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยมุ่งนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์จริงในระดับพื้นที่ ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายท้องถิ่น เพื่อบรรเทาปัญหาไฟป่า หมอกควัน และความแห้งแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจของประชาชน

     วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยแก่โครงการดังกล่าว โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปริญวัฒน์ ธนศิรเธียรชัย เป็นหัวหน้าโครงการ เพื่อพัฒนาเครื่องมือและกระบวนการจัดการไฟป่าและความแห้งแล้งอย่างเป็นระบบ อาทิ การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีช่วยตัดสินใจ (Decision Support System) ความรู้ด้านการชิงเผา การจัดการเชื้อเพลิง รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่ตาม ทฤษฎีป่าเปียก ผ่านนวัตกรรมหลุมดักความชื้นและการใช้ถ่านชีวภาพ (Biochar) เพื่อลดการเกิดไฟป่าและปัญหา PM2.5 อย่างยั่งยืน

    ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปริญวัฒน์ ธนศิรเธียรชัย เปิดเผยว่า โครงการได้ดำเนินงานนำร่องในพื้นที่ ตำบลน้ำมวบ และตำบลทุ่งศรีทอง ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของป่าชุมชน โดยส่งเสริมบทบาทของ “นวัตกรในพื้นที่” ให้สามารถนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทจริงของชุมชน จากการติดตามข้อมูลพบว่า ปัญหาไฟป่ามักเกิดซ้ำในพื้นที่เดิม จึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชื้อเพลิงและการป้องกันไฟป่าในระดับพื้นที่

   ขณะที่ นายสังคม คัดเชียงแสน ปลัดจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศที่มีคุณค่า แต่ยังเผชิญกับปัญหาไฟป่า หมอกควัน และความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่อง การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้จากงานวิจัยและเครื่องมือเชิงระบบ ตั้งแต่การวางแผน การจัดการพื้นที่ ไปจนถึงการติดตามประเมินผล ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและเสริมศักยภาพการบริหารจัดการทรัพยากรของจังหวัดในระยะยาว

     การลงพื้นที่ติดตามโครงการในครั้งนี้ สะท้อนความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน ในการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากไฟป่า หมอกควัน และปัญหา PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน