สภาทนายความ ผนึกสภาสมาคมธรรมาภิบาล–มูลนิธิธรรมาภิบาลฯ MOU เสริมองค์ความรู้กฎหมายและธรรมาภิบาล ยกระดับบุคลากรสู่มาตรฐานสากล
สภาทนายความจับมือ สมาคมธรรมาภิบาล และมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต ลงนาม MOU ความร่วมมือด้านวิชาการและกฎหมาย

สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สภาสมาคมธรรมาภิบาล และ มูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านกฎหมาย ธรรมาภิบาล และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างเป็นระบบ สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและมาตรฐานวิชาชีพระดับประเทศและนานาชาติ
พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาล และประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต เป็นผู้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกัน
🔹 ผนึกกำลังวิชาการ ยกระดับกฎหมาย–ธรรมาภิบาล
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการฉบับนี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรของทั้งสองฝ่าย ผ่านการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในด้านกฎหมาย ธรรมาภิบาล และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการและการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
🔹 กรอบความร่วมมือสำคัญ
ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ
-
การสนับสนุนและจัดฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ธรรมาภิบาล และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
-
การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมทางวิชาการระหว่างองค์กร
-
การสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ การใช้ทรัพยากร บุคลากร และสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน
-
การร่วมจัดประชุม สัมมนาทางวิชาการ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างยั่งยืน
-
การสนับสนุนด้านงบประมาณและบุคลากรจากสภาสมาคมธรรมาภิบาล และมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการฝึกอบรมของสภาทนายความตามแผนงานประจำปี
🔹 กำหนดระยะเวลาและการบริหารความร่วมมือ
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้มีระยะเวลาบังคับใช้ 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนาม โดยการดำเนินกิจกรรมในแต่ละโครงการจะต้องได้รับการพิจารณาร่วมกันเป็นรายกรณี ทั้งนี้ คู่สัญญาสามารถแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกบันทึกข้อตกลงได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของความร่วมมือ
🔹 มุ่งสร้างบุคลากรคุณภาพ เสริมสังคมโปร่งใส
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านกฎหมายและธรรมาภิบาล เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความเข้มแข็งทางวิชาการ มีจริยธรรม และมีบทบาทในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืนในระยะยาว
