งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

“เสี่ยโก้” โปรโมเตอร์มวยโลก ร้อง ป.ป.ช. ทวงความเป็นธรรม คดีสัมปทานโฆษณารถโดยสารรัฐ เสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท

"เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน รุดทวงถามความเป็นธรรมที่ สำนักงาน ป.ป.ช. กรณีอดีตผู้บริหาร หน่วยงานขนส่งสาธารณะ ร่วม บริษัทเอกชนด้านสื่อโฆษณา ปลอมลายเซ็นตนเองและภรรยา เพื่อฮุบสัมปทานโฆษณาบนรถเมล์ ก่อให้เกิดความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท และภาครัฐเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท

     วันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จังหวัดนนทบุรี นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ หรือ “เสี่ยโก้” โปรโมเตอร์มวยโลกระดับนานาชาติ เจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชียจาก 3 สถาบัน เดินทางเข้ายื่นหนังสือติดตามความคืบหน้าการร้องเรียนกรณีถูกละเมิดสิทธิในสัญญาสัมปทานพื้นที่โฆษณาบนรถโดยสารของหน่วยงานรัฐด้านคมนาคม ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาคเอกชนกว่า 5,000 ล้านบาท และส่งผลกระทบต่อภาครัฐมากกว่า 1,000 ล้านบาท

     นายก่อเกียรติเปิดเผยว่า ได้เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานตรวจสอบการทุจริตในภาครัฐตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 กรณีอดีตผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานขนส่งสาธารณะ ร่วมกับกลุ่มบุคคลและบริษัทเอกชนด้านสื่อโฆษณา กระทำการโดยมิชอบ มีพฤติการณ์ปลอมแปลงลายมือชื่อ ใช้เอกสารอันเป็นเท็จ และใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต เพื่อเปลี่ยนแปลงและแก้ไขสัญญาสัมปทานพื้นที่โฆษณาบนรถโดยสารสาธารณะ

     ต่อมา หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นกรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. จึงได้ส่งเรื่องต่อให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568

     อย่างไรก็ตาม จนถึงวันที่ 6 มกราคม 2569 เวลาล่วงเลยมากกว่า 322 วัน หรือกว่า 10 เดือน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในการพิจารณา นายก่อเกียรติจึงเดินทางมาติดตามเรื่องด้วยตนเอง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในฐานะผู้ประกอบอาชีพสุจริตที่ได้รับผลกระทบมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี

     นายก่อเกียรติให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การล่าช้าในการดำเนินการสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องต่อภาคเอกชน และตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของกระบวนการตรวจสอบ โดยเฉพาะกรณีเอกสารที่ถูกระบุว่าเป็น “ด่วนที่สุด” แต่กลับไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

     นอกจากนี้ ยังระบุว่า ภายหลังข้อพิพาททางคดีในอดีต ได้พบพยานหลักฐานใหม่เป็นเอกสารจำนวนมากกว่า 50 ฉบับ ที่เข้าข่ายการปลอมแปลงลายมือชื่อและการใช้เอกสารปลอม เพื่อนำไปใช้ในการเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานพื้นที่โฆษณาบนรถโดยสารสาธารณะ อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ

     นายก่อเกียรติกล่าวย้ำว่า การออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อปกป้องสิทธิทางธุรกิจของตนเองเท่านั้น แต่เพื่อปกป้องหลักนิติธรรม สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และผลประโยชน์ของประเทศชาติ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายอย่างถึงที่สุด

    ทั้งนี้ นายก่อเกียรติยังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยมีบุคคลหนึ่งเข้ามาแอบอ้างเพื่อขอให้ยุติการร้องเรียน โดยอ้างว่าจะสามารถไกล่เกลี่ยและยุติปัญหาทั้งหมดได้ ทำให้ตนหลงเชื่อและหยุดการร้องเรียนไปเกือบ 1 ปี ส่งผลให้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจและการเรียกร้องความเป็นธรรม

     ปัจจุบัน นายก่อเกียรติได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในกรณีการแอบอ้างดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่สื่อมวลชนที่สนใจติดตามข้อเท็จจริงของคดีนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ในชื่อ “โปรโมเตอร์มวยโลกก่อเกียรติร้องทุกข์”