งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

"เสี่ยโก้" บุกกระทรวงพาณิชย์! ร้องเพิกถอนทะเบียนบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ อ้างใช้เอกสารเท็จ-ปลอมชื่อฮุบหุ้น

"เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์รางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันบุกกระทรวงพาณิชย์ ร้องขอถอดถอนและยกเลิกทะเบียนพาณิชย์ "บริษัทสื่อมหาชน"  เพราะใช้เอกสารการยื่นจดทะเบียนเป็นเอกสารเท็จเกือบทั้งหมด 

     [กระทรวงพาณิชย์ – 19 มกราคม 2569]"เสี่ยโก้" นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน เดินหน้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกระทรวงพาณิชย์ ขอให้ตรวจสอบและถอดถอนทะเบียนของบริษัทสื่อโฆษณาชื่อดังรายหนึ่ง โดยอ้างว่าพบหลักฐานการใช้เอกสารเท็จและปลอมแปลงลายมือชื่อเพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้น หวังจำกัดอำนาจการตัดสินใจและหลบเลี่ยงภาษี

ประเด็น "เสี่ยโก้" ร้องกระทรวงพาณิชย์

     หากถามว่า "ทำไมเสี่ยโก้ถึงไปร้องกระทรวงพาณิชย์?" นี่คือสรุปข้อเท็จจริง:

  • เป้าหมาย: ร้องขอให้ถอดถอนและยกเลิกทะเบียนพาณิชย์ของบริษัทคู่กรณี (บริษัทมหาชนด้านสื่อโฆษณา)

  • ข้อกล่าวหาหลัก: มีการปลอมลายเซ็นนายก่อเกียรติและภรรยา เพื่อแก้ไขจำนวนหุ้นให้เหลือไม่เกิน 5% ทำให้เสียสิทธิในการตัดสินใจและตรวจดูเอกสารสำคัญ

  • ผลกระทบ: อ้างว่าสูญเสียโอกาสทางธุรกิจมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท และอาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

  • ประเด็นเพิ่มเติม: มีการกล่าวอ้างถึงการใช้เอกสารปลอมในการโอนสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสารสาธารณะ

เปิดหลักฐาน "ปลอมลายเซ็น" แก้ไขบัญชีผู้ถือหุ้น

     นายก่อเกียรติ ระบุว่าเหตุที่ต้องเดินทางมายื่นหนังสือในวันนี้ เนื่องจากพบว่าเอกสารการยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมหาชนของคู่กรณี ตั้งแต่วันแรกเป็นเอกสารเท็จเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะรายงานการประชุมที่มีการปลอมแปลงลายมือชื่อผู้ถือหุ้นหลัก คือตนเองและภรรยา เพื่อแก้ไขจำนวนหุ้นให้ลดลงเหลือไม่เกิน 5%

การกระทำดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อ "สิทธิของผู้ถือหุ้น" ได้แก่:

  • การเสนอชื่อกรรมการอิสระและวาระการประชุม

  • สิทธิในการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญ

  • สิทธิในการตรวจสอบรายงานการประชุมและเอกสารสำคัญ

  • สิทธิในการรับข้อมูลข่าวสารและการฟ้องร้องตามกฎหมาย

แฉขบวนการใช้เอกสารปลอมโอนสัญญาสัมปทาน

     นอกจากนี้ นายก่อเกียรติ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีการนำหนังสือบริคณห์สนธิที่อ้างว่าเป็นเอกสารปลอมกว่า 50 ฉบับ ไปใช้เป็นเอกสารประกอบการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสารสาธารณะจากบริษัทเดิมของตน ไปเป็นของบริษัทคู่กรณี โดยอ้างว่ามีการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานขนส่งรัฐวิสาหกิจในการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ตนสูญเสียโอกาสทางธุรกิจตลอดหลายปีที่ผ่านมามากกว่า 5,000 ล้านบาท

ทนายความจี้พาณิชย์ เร่งสร้างธรรมาภิบาล

     ด้าน นายสุทธิพงษ์ บุษบงค์ ทนายความผู้รับผิดชอบคดี กล่าวว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่กระทบต่อธรรมาภิบาลในตลาดทุนอย่างร้ายแรง เนื่องจากหากบริษัทเริ่มต้นจากการจดทะเบียนด้วยเอกสารปลอม ย่อมส่งผลต่อความโปร่งใสต่อผู้ลงทุนและระบบเศรษฐกิจโดยรวม จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบความจริงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนทั่วไป

     สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ทางออนไลน์ผ่านช่องทาง "โปรมวยโลกก่อเกียรติร้องทุกข์"