“เคนโด้ รวมไทยสร้างชาติ” ลุยอีสานคึกคัก ชูนโยบายลดค่าไฟ 3.3 บาท–น้ำมัน 25 บาท ปลุกความหวังคนอีสานอยู่ดีกินดี
เคนโด้ความสุขคนอีสาน หาเสียงแบบจ๊วดๆ ชาวบ้านมักหลายนโยบายลดค่าไฟ รวมไทยสร้างชาติ

บรรยากาศการหาเสียงในภาคอีสานเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อ นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือ “เคนโด้” รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับมอบหมายจาก นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ลงพื้นที่พบปะประชาชน ภายใต้แคมเปญ “คาราวานอีสานต้องดีกว่านี้” มุ่งสื่อสารนโยบายลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะการลดต้นทุนด้านพลังงานที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง
เคนโด้ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติให้ความสำคัญกับการ “มัดรวมค่าพลังงาน” ทั้งค่าไฟฟ้า น้ำมัน และก๊าซ ให้ราคาถูกลงอย่างเป็นธรรม โดยชูนโยบาย ลดค่าไฟเหลือ 3.3 บาทต่อหน่วย, น้ำมันเบนซิน–ดีเซล 25 บาทต่อลิตร และ ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม เพื่อช่วยประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมย้ำว่า นโยบายดังกล่าวมีความเป็นไปได้จริง เพราะในช่วงที่ นายพีระพันธุ์ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สามารถลดภาระค่าไฟให้ประชาชนไปแล้วกว่า 270,000 ล้านบาท และตั้งเป้า “ลดต่อ ทำต่อ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
การลงพื้นที่เริ่มต้นที่ จังหวัดหนองคาย โดยเคนโด้เดินหาเสียงที่ ตลาดโพธิ์ชัย ตลาดท่าเสด็จ และลานพญานาค พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนอย่างเป็นกันเอง ได้รับเสียงตอบรับดีเยี่ยมจากชาวบ้านที่เห็นด้วยกับนโยบายลดค่าพลังงาน รวมถึงนโยบาย เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,500 บาทต่อเดือน เพื่อช่วยประคองค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
จากนั้นเคนโด้เดินทางต่อสู่ จังหวัดอุดรธานี ขึ้นรถแห่รอบเมืองและเดินพบประชาชนในจุดสำคัญ อาทิ ตลาดเทศบาล 1 ซึ่งได้รับกำลังใจอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ สะท้อนความคาดหวังให้พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นปากเสียงให้ประชาชน โดยช่วงเย็นได้เปิดเวทีปราศรัยย่อยที่ หนองประจักษ์ มีประชาชนเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก พร้อมถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย มีผู้รับชมกว่า 10,000 คน
เคนโด้ยังได้กล่าวถึงประเด็น ทุนพลังงานครอบงำประเทศ ปัญหาสแกมเมอร์ และการฟอกเงิน ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง พร้อมยืนยันว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะเดินหน้าจัดการปัญหาโครงสร้างพลังงาน เพื่อให้ประชาชนจ่ายน้อยลง มีเงินเหลือใช้มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้พบปะกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนพาสุขมั่นคง อธิบายนโยบายด้านสวัสดิการ โดยเฉพาะ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,500 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ตลอดเดือนมกราคมนี้ เคนโด้ยังคงเดินสายลงพื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสาน เพื่อสื่อสารนโยบายให้เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมเชิญชวนร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ “สังคมน่าอยู่ ไม่ใช่สังคมที่ต้องทนอยู่”
