งานเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา

Breaking News

ผู้สมัครเสรีรวมไทยชูแนวทางคุม “บุหรี่ไฟฟ้า” เข้ากฎหมาย ปกป้องเยาวชน สกัดทุนเทา ลดทุจริตธุรกิจใต้ดิน

ผู้สมัครเสรีรวมไทยชูนโยบายสางปมบุหรี่ไฟฟ้า เน้นปกป้องเยาวชน- ปราบทุจริตและลดปัญหาธุรกิจใต้ดิน

     พรรคเสรีรวมไทย เดินหน้าผลักดันนโยบายแก้ไขปัญหา บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย อย่างเป็นระบบ ชูนโยบายควบคุมให้ถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่มาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนเข้าถึง สกัดการทุจริต ลดอิทธิพลทุนเทา และแก้ปัญหาธุรกิจใต้ดินที่ขยายตัวจากการแบนอย่างเบ็ดเสร็จ

     นายโอภาส อาลมิสรี ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่ง โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 โดยมีภารกิจหลักในการเสนอแนวทางเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน

     นายโอภาส ระบุว่า ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการพบ 3 แนวทางหลัก ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นควรให้มีการ นำบุหรี่ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบการควบคุมตามกฎหมาย แทนการแบนอย่างเด็ดขาด โดยต้องกำหนดมาตรการเข้มงวดในการจำหน่าย การโฆษณา และการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน เพื่อสร้างความปลอดภัยต่อสังคมในระยะยาว

     “การแบนบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้ปัญหาหมดไป แต่กลับยิ่งทำให้การซื้อขายใต้ดินขยายตัว เราไม่สามารถตรวจสอบผู้ซื้อผู้ขายได้ ไม่มีระบบควบคุม และสุดท้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเด็กและเยาวชน” นายโอภาส กล่าว

     พร้อมกันนี้ นายโอภาส ยังสะท้อนถึงนโยบายควบคุมยาสูบที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบเชิงโครงสร้าง เช่น การปรับขึ้นภาษีบุหรี่มวนอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบต่อชาวไร่ยาสูบและแรงงานในอุตสาหกรรม รวมถึงการแบนบุหรี่ไฟฟ้าที่เอื้อต่อการเกิด สินค้าเถื่อน การลักลอบนำเข้า และการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ

     “บุหรี่ไฟฟ้าถูกแบน แต่ยังมีคนสูบอยู่ สินค้ามาจากไหน? ก็มาจากการลักลอบนำเข้าและการผลิตเถื่อน ทุนเทาทั้งนั้น คำถามคือใครได้ประโยชน์จากการแบนมากที่สุด ซึ่งก็คือกลุ่มที่ได้ส่วย หากเข้าสู่ระบบกฎหมาย ทุกอย่างจะตรวจสอบได้” นายโอภาส กล่าว

     นายโอภาส ย้ำจุดยืนในฐานะกรรมาธิการว่า สนับสนุนให้มีการ ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าเช่นเดียวกับบุหรี่มวน โดยกำหนดโทษรุนแรงสำหรับผู้ขายให้เด็กและเยาวชน รวมถึงให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการรับรู้และป้องกัน

     ท้ายที่สุด นายโอภาส กล่าวถึงบทบาททางการเมืองของพรรคเสรีรวมไทยว่า แม้พรรคจะไม่ได้มีฐานเสียงหลักจากกลุ่มชาวไร่ยาสูบ แต่ยึดมั่นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและการปราบปรามทุจริตอย่างจริงจัง

     “พรรคเสรีรวมไทยมองเห็นความเดือดร้อนของประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าท่านจะเป็นฐานเสียงของเราหรือไม่ เรามุ่งเสนอทางออกที่ยั่งยืน โปร่งใส และเป็นธรรม นี่คือเจตนารมณ์ของพรรคในการทำงานเพื่อประเทศ” นายโอภาส กล่าว