FETC International คือใคร? จากไต้หวันสู่ไทย เดินหน้านวัตกรรม M-Flow สร้าง Smart Mobility Ecosystem ยกระดับคมนาคมดิจิทัล
จากไต้หวันสู่ไทย FETC International นำนวัตกรรมขับเคลื่อน M-Flow สู่ Smart Mobility Ecosystem

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคของระบบคมนาคมอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อ FETC International บริษัทในเครือของ Far Eastern Electronic Toll Collection Co., Ltd. (FETC) ผู้นำระดับโลกด้านระบบเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวัน เดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมด้าน M-Flow และ Smart Mobility Ecosystem เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางของไทยให้ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว
FETC ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) ในฐานะหนึ่งในบริษัทเครือข่ายกว่า 200 แห่งของ Far Eastern Group (FEG) และได้รับมอบหมายจากกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมไต้หวัน ให้เป็นผู้พัฒนาและบริหารจัดการระบบเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้ไม้กั้น (Multi-Lane Free Flow: MLFF) ครอบคลุมทั่วประเทศไต้หวันต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี
ระบบดังกล่าวมีอัตราความแม่นยำในการตรวจจับยานพาหนะสูงถึง 99.98% และมีความแม่นยำในการอ่านและจดจำป้ายทะเบียนมากกว่า 99.999999% รองรับธุรกรรมมากกว่า 17 ล้านรายการต่อวัน ปัจจุบันไต้หวันมีโครงสร้างเหล็กเก็บค่าผ่านทางแบบไร้ไม้กั้นมากกว่า 340 จุด ครอบคลุมโครงข่ายทางหลวงระยะทางรวมกว่า 932 กิโลเมตร นับเป็นหนึ่งในระบบทางด่วนอัจฉริยะที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของโลก และทำให้ไต้หวันเป็นประเทศแรกที่สามารถเปลี่ยนผ่านจากระบบจัดเก็บค่าผ่านทางแบบดั้งเดิมสู่ระบบดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับประเทศไทย FETC International (Thailand) ได้ร่วมมือกับพันธมิตรภายในประเทศ ส่งมอบระบบ M-Flow แห่งแรก บนมอเตอร์เวย์สาย 9 (M9) บางปะอิน–บางพลี และร่วมกับกลุ่มกิจการร่วมค้า BGSR พัฒนาระบบ M-Flow บนมอเตอร์เวย์สาย 81 (M81) บางใหญ่–กาญจนบุรี และมอเตอร์เวย์สาย 6 (M6) บางปะอิน–นครราชสีมา
ระบบดังกล่าวผสานการทำงานของเทคโนโลยี AI-ALPR (Automatic License Plate Recognition) หรือระบบอ่านและจดจำป้ายทะเบียนอัตโนมัติด้วยปัญญาประดิษฐ์ เข้ากับเทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการระบุตัวตนยานพาหนะและคำนวณค่าผ่านทางได้อย่างถูกต้อง ช่วยให้ผู้ใช้ทางสามารถขับผ่านด่านได้โดยไม่ต้องหยุดรถ ลดปัญหาการจราจรติดขัด ลดอุบัติเหตุจากการเปลี่ยนเลนกะทันหัน และเพิ่มความปลอดภัยบนโครงข่ายทางหลวง
คุณเคนนี่ เฉิน (Kenny Chen) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอฟอีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า
“ประเทศไทยมีศักยภาพสูงทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล FETC มุ่งมั่นที่จะร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและ Smart Mobility Ecosystem ซึ่งเป็นระบบนิเวศการเดินทางอัจฉริยะที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และผู้ใช้งานเข้าด้วยกันอย่างครบวงจรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
นอกจากบทบาทผู้ให้บริการระบบ M-Flow แล้ว FETC International (Thailand) ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและผู้พัฒนาระบบจราจรอัจฉริยะครบวงจร โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง อาทิ ระบบชั่งน้ำหนักขณะรถวิ่ง (Weigh-in-Motion: WIM) และระบบตรวจจับยานพาหนะต้องสงสัย มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนในการเดินทาง
ขณะเดียวกัน บริษัทยังนำประสบการณ์จากการพัฒนาและบริหารจัดการลานจอดรถมากกว่า 3,000 แห่งในไต้หวัน มาปรับใช้ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถอย่างมีประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้ประกอบการ
การขยายบทบาทของ FETC ในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับระบบคมนาคมและเมืองอัจฉริยะ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Smart Mobility ของภูมิภาคในอนาคต
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.fetci.com
