Imagine Thailand เปิดแนวคิดสร้าง “สังคมสุขภาวะ” ชี้เริ่มได้ทันทีจากตัวเรา ครอบครัว และชุมชน
Imagine Thailand เปิดแนวคิด “สังคมสุขภาวะ” ชวนเริ่มทันทีจากตัวเรา ครอบครัว และชุมชน สู่คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยและโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสุดขั้ว ส่งผลให้ผู้คนเผชิญความท้าทายด้านสุขภาวะในทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพทางสังคม และสุขภาพทางปัญญาและจิตวิญญาณ ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกันเป็นองค์รวม และเป็นรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
Imagine Thailand Movement หรือขบวนการอิมเมจิน ไทยแลนด์ จึงได้ขับเคลื่อนแนวคิดการสร้าง “สังคมสุขภาวะ” ภายใต้หลักการสำคัญว่า
“เริ่มได้ทันที เริ่มจากตัวเรา คนในครอบครัว และคนรอบข้าง”
สุขภาวะไม่ใช่นโยบายใหญ่ แต่เริ่มจากหัวใจเล็กๆ
ดร. อุดม หงส์ชาติกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ห้องปฏิบัติการทางสังคม (ประเทศไทย) หรือ Social Lab Thailand กล่าวว่า “สังคมสุขภาวะไม่ได้เริ่มจากนโยบายใหญ่ แต่มันเริ่มจากหัวใจเล็กๆ ที่ตื่นรู้ และเลือกจะเปลี่ยนแปลง”
โดย Imagine Thailand Movement ได้ริเริ่มและขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ปลอดภัย ปลอดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ทั้งในระดับชุมชนและสถานประกอบการ ผ่านมาตรการชุมชนและมาตรการองค์กร โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี ของการทำงานภาคสนาม ร่วมกับชุมชนในหลายพื้นที่ อาทิ
-
ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
-
ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่
-
ตำบลคลองมหาสวัสดิ์ จังหวัดนครปฐม
รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายนักปฏิบัติ ปราชญ์ชาวบ้าน ศิลปิน และศิลปินแห่งชาติ รวมเกือบ 10 พื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้เกิดบทเรียนสำคัญในการสร้างสังคมสุขภาวะที่จับต้องได้จริง
5 แนวทางสร้าง “สังคมสุขภาวะ” ที่ทุกคนเริ่มได้
ดร. อุดม สรุป 5 แนวทางหลัก ในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ โดยย้ำว่าทุกคนสามารถเริ่มได้ทันที ดังนี้
1. ครอบครัวสุขภาวะ จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด
ครอบครัวคือหน่วยเล็กที่สุดแต่เป็นฐานรากของสังคมสุขภาวะ การสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย รับฟังกัน เคารพกัน ลดปัจจัยเสี่ยง เช่น บุหรี่ สุรา และสร้างกติกาเล็กๆ อย่างการกินข้าวร่วมกัน หรือ การพูดคำว่า “ขอบคุณ” ทุกวัน คือการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งสุขภาวะในระยะยาว
2. จากครอบครัวสู่ชุมชน พลังของการอยู่ร่วมกัน
เมื่อหลายครอบครัวสุขภาวะมารวมกัน จะก่อเกิดเป็นชุมชนสุขภาวะ เช่น การกำหนดกติกาชุมชนปลอดเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด การจัดตลาดสุขภาวะ หรือพื้นที่สาธารณะปลอดภัย ตัวอย่างเช่น “ตลาด 119 ปี” ตำบลเจ็ดเสมียน ที่ประกาศเป็นตลาดปลอดควันบุหรี่ สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันของคนในชุมชน
3. ผู้นำสุขภาวะ ทุกคนคือผู้นำได้
ผู้นำสุขภาวะไม่จำกัดตำแหน่ง แต่คือผู้ที่ลงมือทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง เช่น พ่อแม่เลิกบุหรี่เพื่อลูก เด็กแยกขยะ ผู้สูงอายุชวนเพื่อนออกกำลังกาย พร้อมเน้นการเรียนรู้ข้ามวัย (Intergenerational Learning) เพื่อเกื้อกูลกันระหว่างรุ่น
4. สุขภาวะเชื่อมโยง บ้าน–โรงเรียน–ที่ทำงาน
สุขภาวะต้องเกิดในทุกพื้นที่ของชีวิต ตั้งแต่บ้าน โรงเรียน จนถึงสถานที่ทำงาน ผ่านความร่วมมือของเครือข่าย เช่น โครงการบ้าน–โรงเรียนดูแลสุขภาพเด็ก องค์กรปลอดปัจจัยเสี่ยง และแนวคิด “บวร/บรม” ที่ทำให้ชุมชนขับเคลื่อนได้อย่างยั่งยืน
5. พื้นที่สุขภาวะ พื้นที่แห่งความสัมพันธ์ที่ดี
พื้นที่สุขภาวะคือพื้นที่ที่ปลอดภัย เป็นมิตร และเอื้อต่อใจ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ชุมชน โรงเรียน หรือองค์กร เพราะสุขภาวะไม่ได้เกิดจากสิ่งปลูกสร้าง แต่เกิดจาก “ความสัมพันธ์ที่ดีของผู้คนในพื้นที่”
สุขภาวะคือการเดินทางร่วมกัน
ดร. อุดม ย้ำว่า
“สุขภาวะไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่คือการเดินทางร่วมกัน ทุกก้าวเล็กๆ ที่เราก้าวไป คือการสร้างสังคมสุขภาวะให้เกิดขึ้นจริง”
ในโอกาสก้าวสู่ปีใหม่ พ.ศ. 2569 ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ทันที ด้วยการตั้งคำถามง่ายๆ ว่า
-
เราอยากเห็นสังคมไทยเป็นอย่างไร
-
เราอยากเห็นเด็กและเยาวชนไทยเติบโตแบบไหน
เมื่อได้คำตอบแล้ว ค่อยๆ ลงมือทำในสิ่งที่เราอยากเห็นให้เกิดขึ้นจริง เริ่มจากตัวเรา ครอบครัว และคนรอบข้าง
ผู้สนใจติดตามการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะของ Imagine Thailand Movement
สามารถติดตามได้ที่ Facebook Page: Imagine Thailand Movement
