ADS


Breaking News

วช. X DLET-Hub & PSDP-Hub ผนึก รร.นายร้อยตำรวจ รวมพลังวิจัยสร้างศูนย์กลางความรู้-เครือข่าย พิชิตปัญหายาเสพติดด้วยนวัตกรรม

วช. หนุน DLET-Hub & PSDP-Hub จับมือ รร.นายร้อยตำรวจ ผนึกกำลังวิจัยสร้างศูนย์กลางความรู้-เครือข่าย พิชิตปัญหายาเสพติดด้วยนวัตกรรม

     วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมการประชุมทางวิชาการเพื่อเผยแพร่และขยายผลการดำเนินงาน “ศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติด” โดยได้รับเกียรติจาก พลตำรวจโท ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ปราบปราม ป้องกัน ฟื้นฟู : ยุทธศาสตร์ตำรวจไทยเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน เพื่อสังคมปลอดยาเสพติด” ในโอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวิจัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ : พลังขับเคลื่อนงานวิจัยสู่แนวปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด” และการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ พลตำรวจตรี ดร.ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และผู้บริหารศูนย์ DLET-Hub กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ พลตำรวจตรีหญิง ดร.พัชรา สินลอยมา หัวหน้าศูนย์ PSDP-Hub ให้การต้อนรับ รวมทั้งได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายหน่วยงานเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จังหวัดนครปฐม

     พลตำรวจโท ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การประชุมทางวิชาการในครั้งนี้เป็นการเผยแพร่และขยายผลการดำเนินงานของ “ศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติด” ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่ส่งผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างรุนแรง ทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคง การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกคน โดยศูนย์ทั้ง 2 แห่งนี้ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ

    โดยมีบทบาทในการรวบรวมองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดี ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อนำไปเผยแพร่และขยายผลให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป การประชุมทางวิชาการในวันนี้ เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์และแนวคิดในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อนำไปต่อยอดและพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

     นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบวิจัย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว.ได้เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติด 1 ใน 10 นโยบายเร่งด่วนวาระแห่งชาติ การตัดต้นตอการผลิตและจำหน่ายด้วยการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน การสกัดกั้น ควบคุมการลักลอบนำเข้าและตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด การค้นหาผู้เสพในชุมชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด การฝึกอาชีพ การศึกษา และการฟื้นฟูสภาพทางสังคม การทำระบบติดตามดูแลช่วยเหลือเพื่อไม่ให้กลับไปสู่วงจรยาเสพติดอีก เพื่อคืนคนคุณภาพกลับสู่สังคม โดย วช. เป็นหน่วยงานหลักในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ตั้งแต่การวิจัยจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ ไปสู่การสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจรด้วยวิจัยและนวัตกรรม วช. ขอร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนงานวิจัย เพื่อสร้างสังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด

     ศาสตราจารย์ พลตำรวจตรีหญิง ดร.พัชรา สินลอยมา หัวหน้าศูนย์ PSDP-Hub กล่าวว่าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้รับการสนับสนุนทุนการทำกิจกรรม จาก วช. ในปีงบประมาณ 2566 จนถึงปัจจุบัน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย ศูนย์ PSDP-Hub เป็นศูนย์กลางด้านความรู้ หรือ Hub of Knowledge เกี่ยวกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมกระบวนการสาธารณสุขและกระบวนการทางชุมชน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดดำเนินการรวบรวมองค์ความรู้ด้านยาเสพติดจากฐานข้อมูลทางวิชาการและประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการดำเนินงานควบคู่ไปกับ DLET-Hub ศูนย์ DLET-Hub ซึ่งเป็นศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ หรือ Hub of Talents ที่ได้รวบรวมบุคลากรศักยภาพสูง จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติด เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และส่งต่อไปยังผู้ใช้ประโยชน์กลุ่มต่าง ๆ ผ่านกิจกรรมการประชุม อบรม สัมมนา หรือเวทีทางวิชาการ โดยทั้ง 2 ศูนย์ฯ มีการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสาร และเป็นพื้นที่คลังปัญญาของบรรดาผู้เชี่ยวชาญ ด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

     การประชุมครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน ประกอบด้วยอาจารย์มหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข และนักเรียน นักศึกษา เพื่อร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนถึงแนวทางด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเครือข่ายการทำงานร่วมกันในอนาคต นับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาควิชาการ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน