ADS


Breaking News

กรมศุลกากรสนองนโยบายนายกฯ สกัดกั้นยาเสพติดต่อเนื่อง พร้อมป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้า - ส่งออก ยางเถื่อน

กรมศุลกากรขานรับนโยบายนายกฯ สกัดกั้นยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง พร้อมป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้า - ส่งออก ยางเถื่อน
     นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีนโยบายให้แก้ปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วน กรมศุลกากรจึงเพิ่มมาตรการติดตามและเฝ้าระวังการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งการขนส่งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายด้านยาเสพติดของรัฐบาล และจากการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดระหว่างประเทศมีแนวโน้มที่ผู้กระทำความผิดจะเปลี่ยนวิธีการขนส่งยาเสพติดผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ จากเดิมที่มีการขนส่งจำนวนครั้งละมาก ๆ ต่อการส่งหนึ่งครั้ง เป็นการทยอยส่งยาเสพติดจำนวนน้อยลง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ 
ภาพ (17.11.66) จับเฮโรอีนปลายทางออสเตรเลีย

     โดยเมื่อวันที่  17 พฤศจิกายน 2566 เจ้าหน้าที่กองสืบสวนและปราบปราม ได้ทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการลักลอบส่งของต้องห้าม ต้องจำกัด ออกนอกราชอาณาจักร ณ ศูนย์ไปรษณีย์สุวรรณภูมิ โดยได้ทำการตรวจสอบพัสดุด่วนพิเศษระหว่างประเทศ ปลายทางประเทศออสเตรเลีย สำแดงชนิดสินค้าเป็น ‘Picture’ จำนวน 1 หีบห่อ น้ำหนักรวม 1.364 กิโลกรัม ตรวจสอบพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน (Heroine) ซุกซ่อนอยู่ในผนังกล่องกระดาษ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 575 กรัม มูลค่า 1.725 ล้านบาท ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 244 และมาตรา 252 ประกอบมาตรา 166 และมาตรา 167 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด 
ภาพ (18.11.66) จับโคเคนซุกหิน

     ต่อมาเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2566 เจ้าหน้าที่กองสืบสวนและปราบปราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกับชุดปฏิบัติการ AITF (AIRPORT INTERDICTION TASK FORCE) ร่วมกันตรวจสอบสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า ที่สำแดงชนิดสินค้าเป็น‘หินขัดมันหิมาไคต์’ (HANDICRAFTS MALCHITE) จำนวน 4 กล่อง จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ตรวจสอบพบยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน (โคเคน) ซุกซ่อนอยู่ภายในหินขัดมันหิมาไคต์ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 3,227 กรัม มูลค่า 9.68 ล้านบาท จึงได้ร่วมกันตรวจยึดของดังกล่าวไว้เป็นของกลางเพื่อทำการขยายผลการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป กระทั่งในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ AITF สามารถจับกุมหญิงชาวไทย ซึ่งเป็นผู้รับพัสดุ ได้ที่บริเวณบ้านพักแห่งหนึ่งในตำบลขวัญเมือง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด และทำการขยายผลต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมขบวนการอีก 1 ราย เป็นชายชาวไนจีเรียน โดยสามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ณ อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ในตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน ร่วมกันนำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน (โคเคน) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดตามมาตรา 244 และมาตรา 252 ประกอบมาตรา 166 และมาตรา 167 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด 
ภาพ (21.11.66) จับโคเคนในเวย์โปรตีน

     จากนั้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 เจ้าหน้าที่สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ เจ้าหน้าที่กองสืบสวนและปราบปราม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการขนส่งยาเสพติด โดยร่วมกันตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์ผ่านแดนระหว่างประเทศ ประเภทพัสดุไปรษณีย์ทางอากาศ ต้นทางจากประเทศแคนาดา ปลายทางสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) จำนวน 1 หีบห่อ ตรวจพบถุงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเวย์โปรตีน จำนวน 2 ถุง ภายในมีถุงพลาสติกบรรจุสิ่งของ ลักษณะเป็นผงสีขาว ปะปนมากับผงเวย์โปรตีน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวอย่างไปทดสอบด้วยน้ำยา COBALT THIOCYANATE REAGENT จากผลการทดสอบพบว่า เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคคาอีน (โคเคน) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 2,028 กรัม มูลค่า 6 ล้านบาท กรณีดังกล่าวเป็นการนำของต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการผ่านแดน อันเป็นความผิดตามมาตรา 244 และมาตรา 252 ประกอบมาตรา 60  และมาตรา 61  แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด 
ภาพ (21.11.66) จับเฮโรอีนปลายทางฮ่องกง

     ในวันเดียวกันนี้ (21 พฤศจิกายน 2566) เจ้าหน้าที่สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ตรวจสอบใบคำร้องส่งของเร่งด่วนขาออก (Urgently Request) ปลายทางประเทศฮ่องกง สำแดงชนิดสินค้าเป็น ‘Picture with frame’ น้ำหนัก 9.50 กิโลกรัม จำนวน 1 กล่อง ภายในตรวจพบวัตถุต้องสงสัยมีลักษณะเป็นผงสีขาวห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกจำนวน 20 ก้อน จึงได้ทำการทดสอบ ด้วยชุดทดสอบยาเสพติด Marquis Reagent และเครื่อง Handheld Raman Spectrometer แสดงผลเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน (Heroine) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 3,590 กรัม มูลค่า 10.77 ล้านบาท หากส่งออกสำเร็จจะมีมูลค่าปลายทางประมาณ 96 ล้านบาท การกระทำดังกล่าวเป็น การพยายามลักลอบส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน (Heroine) ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา 244 และมาตรา 252 ประกอบมาตรา 166 และ 167 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด 

     สำหรับสถิติการจับกุมยาเสพติดของกรมศุลกากร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (1 ตุลาคม 2566 –  22 พฤศจิกายน 2566) มีจำนวน 26 ราย มูลค่ารวมประมาณ 156.45 ล้านบาท 

     โฆษกกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้แล้วกรมศุลกากรยังขานรับนโยบายนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการเพิ่มความเข้มงวดป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้า - ส่งออกยางพารา โดยที่ผ่านมามีการลักลอบนำเข้า – ส่งออก ตามแนวตะเข็บชายแดน  ซึ่งเป็นยางพาราที่ไม่ได้มาตรฐาน และเกิดผลกระทบกับตลาดยางพาราในประเทศ โดยกรมศุลกากรได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น