ADS


Breaking News

หอการค้าไทย ประเมินมติ ศบค. กระตุ้นความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ คาดไตรมาสสุดท้ายดันเศรษฐกิจปีนี้เป็นบวกได้

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ ศบค. มีมติเห็นชอบให้มีการผ่อนคลายกิจการและกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติม เช่น ร้านเสริมสวย นวดและสปา สถานเสริมความงาม โรงภาพยนตร์ และเล่นดนตรีในร้านอาหารได้ตามปกติ รวมทั้งลดระยะเวลาห้ามออกนอกเคหสถานเป็น 22.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ถือเป็นข่าวดี และเป็นการส่งสัญญานสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนที่เหลือ รวมทั้ง สะท้อนความสามารถของระบบสาธารณสุข ที่พร้อมจะรับมือกับการแพร่ระบาด

     “เกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา หลายธุรกิจได้รับการผ่อนคลายและเตรียมตัวกลับมาเปิดดำเนินการ ส่วนภาคประชาชนก็เริ่มมีความมั่นใจในการกลับมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ในขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงในหลายจังหวัดประกอบกับ สถานพักคอยและโรงพยาบาลสนามหลายแห่ง เริ่มมีผู้ป่วยลดลงในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ไม่ให้หนักได้ สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ศบค. พิจารณาผ่อนคลายกิจการ และมาตรการต่าง ๆ มากขึ้น
     ทั้งนี้ หอการค้าไทยและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินว่า การจับจ่ายใช้สอยทางเศรษฐกิจในเดือนตุลาคมนี้น่าเพิ่มมาเป็น 10,000-12,000 ล้านบาทต่อวัน และมองว่าการผ่อนคลายในเดือนตุลาคมนี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ให้กลับมาเป็นบวกได้” นายสนั่น กล่าว

ในขณะนี้ หลายพื้นที่ทำงานกันแบบภาครัฐร่วมเอกชน วางแผนเปิดเมืองร่วมกัน จึงอยากให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า แนวทางหรือมาตรการต่าง ๆ ที่จะออกมานั้น ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจากทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นลำดับแรก และพยายามผ่อนคลายให้ภาคธุรกิจดำเนินกิจกรรมต่อไปได้ นอกจากนั้น ปริมาณวัคซีนที่ยังทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และมีการกระจายไปยังจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งการปลดล็อค ATK ให้มีราคาที่ถูกลง จะทำให้ผู้ประกอบการและประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ เกิดความมั่นใจมากขึ้น และพร้อมจะปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐ เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด

นอกจากนั้น แผนการเปิดเมืองที่จะทยอยเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาได้นั้น หอการค้าไทยได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น  กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร และ ททท. ในการวางมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางที่ผ่านเกณฑ์มาตรการต่าง ๆ ให้เข้า-ออกประเทศไทยได้ โดยมีการจำกัดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วง เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นโดยเร็ว เชื่อว่าในไตรมาสสุดท้ายจะทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการกลับมาได้

     อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทยเป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นหลายจังหวัดในขณะนี้เป็นอย่างมาก เพราะอาจจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ โดยประเมินว่า อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 5,000-10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ได้ติดต่อไปยังหอการค้าจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เร่งประสานงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อร่วมหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนต่อไป