ADS


Breaking News

AIT โชว์ปันผลงวดครึ่งปีหลัง 1.50 บาทต่อหุ้น ลุยขยายธุรกิจรับยุค Digital Transformation แบบครบวงจร

     AIT ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินครึ่งปีหลังปี 59 อีก 1.50 บาทต่อ หุ้น รวมทั้งปีจ่ายเงินปันผล 2.00 บาทต่อหุ้น แม้ผลการดำเนินงานชะลอตัวเนื่องจากไม่ มีโครงการงานประมูลขนาดใหญ่จากหน่วยงานภาครัฐ ด้านผู้บริหารปรับแผนลุยขยาย ไลน์ธุรกิจรองรับดิจิตัลทรานฟอร์เมชั่นแบบครบวงจรเพิ่มเติมจากธุรกิจ SI 
นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT ผู้นำในธุรกิจบริการออกแบบและรับ เหมาวางระบบโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัทฯได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างงวดผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง (กรกฎาคม-ธันวาคม 2559) ในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท เท่ากับในปี 2559 AIT จ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท โดยบริษัทฯกำหนดปิดสมุดทะเบียนพัก การโอนหุ้นเพื่อสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 24 เมษายน 2560 ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 19 เมษายน 2560 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 นี้
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ยึดนโยบายการจ่ายเงิน ปันผลปีละ 2 ครั้ง ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นแม้ผลการดำเนินงานในรอบปี 2559 ของ AIT ชะลอตัวลงหลังจากหน่วยงานภาครัฐได้เลื่อนการประมูลงาน โครงการขนาดใหญ่ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ในปีที่ผ่านมาลดลง โดยทำรายได้รวม 4,419.59 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 453.51 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและขีดความสามารถการแข่งขันในการเข้าร่วมประมูลงานวางระบบสารสนเทศและการสื่อสาร (SI) ที่ดี โดยยังคงสามารถส่งมอบงานวางระบบให้แก่ลูกค้าได้ตามแผนงานที่วางไว้และบริหารจัดการด้านต้นทุนดำเนินงาน ให้สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรม SI ที่ชะลอตัวลงไป
“เรามองว่าผลการดำเนินงานในปี 2559 ที่ชะลอตัวลง ไม่ได้เกิดจากขีดความสามารถการแข่งขันของ AIT ลดลง แต่มาจากงานประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐได้เลื่อนการประมูลงานออกไป จึงส่งผลต่อแผนดำเนินงานที่ชะลอตัวลง” นายศิริพงษ์ กล่าว
ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AIT กล่าวว่า ทิศทางดำเนินงาน ต่อจากนี้ บริษัทฯได้ปรับโมเดลการดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีบริษัทเครือข่ายมากมายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างครบวงจรตามกระแสการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น ที่กำลังมาแรง โดยบริษัทฯ มีความพร้อมที่จะเป็นผู้สร้างระบบ Private Cloud และนำข้อมูลในระบบคลาวด์ที่มีอยู่มากมาย (Big Data) มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางด้านการบริหารธุรกิจให้มีประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง หรือที่เรียกว่า Data Virsualization
     นอกจากนี้ AIT ยังให้บริการสร้างระบบป้องกันความปลอดภัยในข้อมูล (Security) ที่มีอยู่ในคลาวด์ทั้งระบบ ตลอดจนขยายธุระกิจสู่ Software โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่ายของ SAP และธุรกิจด้าน IOT หรือ Internet of things ที่จะรองรับการเชื่อมโยงสั่งการอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจให้แก่ลูกค้าที่ต้องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพให้ดีขึ้น และส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของ AIT ใน ระยะยาว ให้เติบโตได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต