ADS


Breaking News

“บุรีรัมย์” ผนึกกำลัง “ช้าง” จัด “Buriram Marathon presented by เครื่องดื่มตราช้าง” มาราธอนระดับโลกครั้งแรกในไทย 12 กุมภาพันธ์ปีหน้า ชิงเงินรางวัล 6.13 ล้านบาท

     “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด”​ ร่วมกับ “เครื่องดื่มตราช้าง”​ พร้อมด้วย จังหวัดบุรีรัมย์, กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ การกีฬาแห่งประเทศไทย สร้างปรากฎการณ์ครั้งใหญ่ ให้วงการมาราธอนไทย เตรียมจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย รายการ Buriram Marathon presented by เครื่องดื่มตราช้าง โดยความร่วมมือของสมาคมกรีฑาแห่ง ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สหพันธ์กรีฑาเอเชีย (AAA) และ สหพันธ์กรีฑานานาชาติ (IAAF) ปิดเส้นทาง 100 เปอร์เซ็นต์ ระยะทาง 42.195 กม. ผสมผสานเส้นทางหลากยุคสมัยในจังหวัดบุรีรัมย์ เงินรางวัล สูงสุดในไทย 6,130,500 บาท พร้อมพิสูจน์ ความแข็งแกร่ง “ร่างกาย” และ “จิตใจ” นักวิ่ง ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560
บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด เตรียมจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับโลกครั้งแรกในเมืองไทย อย่างรายการ Buriram Marathon presented by เครื่องดื่มตราช้าง ขึ้นในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 โดยล่าสุดได้จัดงานแถลงข่าวสุดยิ่งใหญ่ ขึ้นใจกลางเมืองเมื่อวันอังคารที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่ ศูนย์การค้า เดอะสตรีท ถนนรัชดาภิเษก
โดยมีนายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์,​ พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ​นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬา แห่งประเทศไทย, นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านตลาดใน ประเทศการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย, นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด, นายสุรพล อุทินทุ ผู้อำนวยการสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ Mr.Maurice R.Nicholas เลขาธิการสหพันธ์กรีฑา แห่งเอเชีย เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว
นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด เปิดเผยว่า “บุรีรัมย์ มาราธอน” มีจุดเริ่มต้นจากความต้องการให้เมืองบุรีรัมย์ เป็นศูนย์กลางด้านกีฬาแห่งภูมิภาคอาเซียนในอนาคต หลังจากได้สร้างมาตรฐานระดับโลกในจังหวัด ทั้งสนามฟุตบอลที่ได้การรับรองจากฟีฟ่า และทีม ฟุตบอลแถวหน้าของไทย รวมถึงสนามแข่งรถที่ได้ รับมาตรฐานระดับ FIA GRADE 1 และ FIM GRADE A จึงวางแผนริเริ่มให้มีการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่เป็นมาตรฐานระดับสากล เพื่อเป็นศูนย์กลาง ของเหล่านักวิ่ง ซึ่งเป็นเส้นทางที่นำไปสู่การวิ่งใน รายการระดับโลกต่อไป
Buriram Marathon presented by เครื่องดื่มตราช้าง มีความโดดเด่นในเรื่องของเส้นทาง การวิ่งอย่างมาก ทุกระยะของเส้นทางจะตัดผ่านอารยธรรมทุกช่วงสมัยของ จ.บุรีรัมย์ ทั้งในปัจจุบัน และเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ รวมถึงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมต่างๆ

โดยเส้นทางหลักจะเริ่มต้นออกสตาร์ทจาก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต, สันเขื่อน ห้วยจรเข้มากซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ, สนามฟุตบอล ไอ-โมบาย สเตเดียม,​ พระบรมราชานุ-สาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช,​ วิ่งผ่านบ้านเรือนและร้านค้ากลางเมือง, วัดกลางพระอารามหลวง, สวนสาธารณะ และศาลากลางจังหวัด โดยเส้นชัยจะอยู่ที่ บุรีรัมย์ คาสเซิล นับเป็นการเชื่อมโยงอารยธรรมทั้งยุคใหม่ และยุคเก่าของ จ.บุรีรัมย์ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว 
“บุรีรัมย์ มาราธอน” แบ่งเส้นทางการวิ่งออกเป็น 4 ระยะ เริ่มตั้งแต่ มาราธอน 42.195 กม. ในระยะนี้ถือเป็นมาตรฐานสามารถบรรจุเข้าอยู่ในโปรแกรมการแข่งขันระดับโลกที่ได้ โดยมีการวาง เป้าหมายการจัดงานเพื่อไปสู่มาตรฐาน ไอเอเอเอฟ บรอนซ์ลาเบล ภายใน 3 ปี ถัดลงมาเป็น ฮาล์ฟ มาราธอน 21.1 กม. โดยร่นระยะทางลงมากึ่งหนึ่ง เพื่อให้นักวิ่งเลือกระยะทางที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังมี มินิ มาราธอน 10 กม. สำหรับผู้ที่เริ่มต้นการวิ่ง และ ฟัน รัน 5.5 กม. เพื่อให้ผู้ที่สนใจร่วมสนุก กับการวิ่งและเป็นแรงบันดาล ใจไปสู่การวิ่งมาราธอนในอนาคต
นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “กีฬาวิ่งมาราธอนได้รับ ความนิยมมากในระดับโลก ส่วนในไทยก็มีนักกีฬาจำนวนมากที่สนใจการวิ่ง และแน่นอนว่ากีฬาชนิด นี้จะช่วยสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนชาวไทย นอกจากนี้ยังสร้างชื่อเสียงในระดับโลกให้กับ ประเทศไทยด้วย เรามีแผนผลักดันให้ผ่านการรับรองจาก สหพันธ์กรีฑานานาชาติ (IAAF) ระดับ บรอนซ์ลาเบล ภายใน 3 ปี”
ด้าน นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า “บุรีรัมย์ มาราธอน ถือเป็นอีกกิจกรรมระดับโลกที่จะผลักดันให้ จ.บุรีรัมย์ กลายเป็นเมืองที่รู้จักกันในฐานะศูนย์กลางแห่ง กีฬา เรายินดีอย่างมากที่จะได้ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ และความสวยงามของจังหวัด รวมถึงการถ่าย ทอดภาพการแข่งขันไปทั่วโลก เพื่อสร้างมาตรฐานระดับโลกให้กับ จ.บุรีรัมย์ และประเทศไทย”
Buriram Marathon presented by เครื่องดื่มตราช้าง มีเงินรางวัลสำหรับการแข่งขันสูงที่ สุดในประเทศไทย มากถึง 6,130,500 บาท แบ่งเป็น รางวัลทำลายสถิติโลก 3,600,000 บาท ไม่จำกัด สัญชาติ ทำเวลาได้เร็วกว่า 2 ชั่วโมง 2.57 นาที ทำไว้โดย เดนนิส คิพรูโต คิเมตโต ชาวเคนย่า (Dennis Kipruto Kimetto) ที่ประเทศเยอรมนี เมื่อปี 2014
รางวัลทำลายสถิติประเทศไทย 1,000,000 บาท สำหรับผู้ที่วิ่งเร็วกว่าสถิติประเทศไทยด้วย เวลาเร็วกว่า 2 ชั่วโมง 19.33 นาที ที่ทำไว้โดย จิรัฐติกาล บุญมา ที่จังหวัดลำพูน เมื่อปี 2538 (1995) และ รางวัลพิเศษจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำหรับนักวิ่งจาก ภาคเหนือ, ภาคกลาง และ ภาคใต้ ที่สามารถชนะการแข่งขัน 10 อันดับแรกในระยะมาราธอน ทั้งประเภทชาย และหญิง ไม่จำกัดรุ่นอายุ รวมทั้งสิ้น 20 รางวัล รางวัล ละ 5,000 บาท และรางวัลสำหรับนักวิ่งทั้งประเภททั่วไป และรุ่นอายุ รวมมูลค่ามากกว่า 1,400,000 บาท
     สำหรับ “บุรีรัมย์ มาราธอน” มาราธอนแห่งอารยธรรม จะมีขึ้นในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ จ.บุรีรัมย์ โดยล่าสุดได้เปิดรับสมัครนักวิ่งแล้วผ่านทาง www.burirammarathon.com และตามจุดรับ สมัครต่างๆ ทั้งใน กรุงเทพมหานคร และที่ จ.บุรีรัมย์ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559


ข้อมูลการแข่งขัน
“Buriram Marathon presented by เครื่องดื่มตราช้าง”

เส้นทางการวิ่ง

“Buriram Marathon presented by เครื่องดื่มตราช้าง” แบ่งเส้นทางการวิ่งออก เป็น 4 ระยะ เริ่มตั้งแต่ มาราธอน 42.195 กม. ในระยะนี้ถือเป็นมาตรฐานสามารถบรรจุเข้าอยู่ใน โปรแกรมการแข่งขันระดับโลกที่ได้ โดยมีเป้าหมายการจัดงานเพื่อไปสู่มาตรฐาน ไอเอเอเอฟ บรอนซ์ลาเบล ภายใน 3 ปี ถัดลงมาเป็น ฮาล์ฟ มาราธอน 21.1 กม. โดยร่นระยะทางลงมากึ่งหนึ่ง เพื่อให้นักวิ่งเลือกระยะทางที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังมี มินิ มาราธอน 10 กม. สำหรับผู้ที่ เริ่มต้นการวิ่ง และ ฟัน รัน 5.5 กม. เพื่อให้ผู้ที่สนใจร่วมสนุกกับการวิ่งและเป็นแรงบันดาลใจ ไปสู่การวิ่งมาราธอนในอนาคต

มาราธอน (42.195 กม.)
นักวิ่งจะออกตัวจากจุดสตาร์ท และวิ่งใน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นระยะ ทางประมาณ 4 กิโลเมตร ก่อนออกจากสนามเข้าเลี้ยวขวาสู่ทางหลวงหมายเลข 226 ก่อนเลี้ยว ซ้ายเข้า ถนนเลียบคลองชลประทานตรงทางเข้าโรงเรียนปรุบุมะค่าผ่านทุ่งนาประมาณ 6 กิโลเมตร จนเลี้ยวขวาตรงสันเขื่อนห้วยจรเข้มาก ประมาณกิโลเมตรที่ 13 วิ่งบนสันเขื่อนและเลี้ยวขวา เลียบคลองชลประทานเพื่อไปกลับตัวบริเวณหน้าวัดสว่างศรีที่ประมาณกิโลเมตรที่ 17.6 และวิ่ง ย้อนเส้นทางเดิม กลับมาเลี้ยวซ้ายขึ้นวิ่งบนสันเชื่อนอีกครั้ง ผ่านเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำ สำนักปฏิบัติธรรม วนานุรักษาราม และตรงออกสู่ทางหลวงหมายเลข 2445
จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2445 วิ่งบนถนนไฮเวย์ปราศจากการจราจรเป็น ทางตรง ระยะยาว ผ่านหน้าวนอุทยานเขากระโดงประมาณกิโลเมตรที่ 29 ตัดข้ามแยกภัทรบพิตร ตรงผ่าน บริเวณหน้าสนามฟุตบอล ไอ-โมบาย สเตเดียม ข้ามทางรถไฟ ตรงเข้าสู่ตัวเมือง
เมื่อถึงบริเวณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เลี้ยวขวา หน้าสวนเฉลิมพระเกียรติเข้าทางหลวงหมายเลข 288 ประมาณกิโลเมตรที่ 34.3 และ เลี้ยวซ้าย เข้าถนนสุนทรเทพ ข้ามคลองละลมคูเมืองโบราณและเลี้ยวซ้าย วิ่งเลียบคูเมืองไปจนถึง ถนนจิระ ซึ่งเป็นชุมชน โบราณใจกลางเมืองบุรีรัมย์  เลี้ยวซ้ายเข้าถนนจิระ วิ่งผ่านบ้านเรือนและ ร้านค้ากลางเมืองบุรีรัมย์ ผ่านวัดกลางพระอารามหลวง สถานีตำรวจ สวนสาธารณะที่ว่าการ อำเภอ และศาลากลางจังหวัด
เลี้ยวซ้ายสู่พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชอีกครั้งที่ กิโลเมตร ที่ 39 ย้อนเส้นทางเดิม ข้ามทางรถไฟ เลี้ยวขวาเข้าเส้นชัยที่ บุรีรัมย์ คาสเซิล รวม 42.195 กิโลเมตร

ฮาล์ฟ มาราธอน (21.1 กม.)
นักวิ่งจะออกตัวจากจุดสตาร์ท และวิ่งใน สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต เป็นระยะทาง ประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนออกจากสนามเข้าเลี้ยวขวาสู่ทางหลวงหมายเลข 226 ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้า ถนนเลียบคลองชลประทานตรงทางเข้าโรงเรียนปรุบุมะค่า  ผ่านทุ่งนาประมาณ 6 กิโลเมตร ก่อน เลี้ยวขวาตรงสันเขื่อนห้วยจรเข้มากประมาณกิโลเมตรที่ 10 วิ่งตามสันเขื่อน และกลับตัว ตรงผ่านเขต ห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำ สำนักปฏิบัติธรรมวนานุรักษาราม และตรง ออกสู่ทางหลวงหมายเลข 2445
จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2445 วิ่งบนถนนไฮเวย์ปราศจากการจราจร เป็นทางตรงระยะยาว ผ่านหน้าวนอุทยานเขากระโดงประมาณกิโลเมตรที่ 18 ตัดข้ามแยก ภัทรบพิตร ตรงผ่านบริเวณหน้าสนามฟุตบอล ไอ-โมบาย สเตเดียม ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นชัยที่ บุรีรัมย์ คาสเซิล รวม ระยะทาง 21.1 กิโลเมตร

มินิ มาราธอน (10 กม.)
นักวิ่งจะออกตัวจากจุดสตาร์ท และวิ่งใน สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต เป็น ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ก่อนออกจากสนามเข้าเลี้ยวซ้ายสู่ทางหลวงหมายเลข 226 ประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2445 ที่แยกภัทรบพิตร ในกิโลเมตรที่ 7  จากนั้นวิ่งตรงสนามฟุตบอล ไอ-โมบาย สเตเดียม ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นชัยที่ บุรีรัมย์ คาสเซิล  รวมระยะทาง 10 กิโลเมตร

ฟันรัน (5.5 กม.)
     นักวิ่งจะออกตัวจากจุดสตาร์ท และวิ่งในสนามแข่งรถช้างอินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต เป็นระยะทาง ประมาณ 2 กิโลเมตร เศษๆ และใช้เส้นทางในบริเวณ  สนามฟุตบอล ไอ-โมบาย สเตเดียม ไปยัง บุรีรัมย์ คาสเซิล รวมระยะทาง 5.5 กิโลเมตร

รุ่น-อายุการแข่งขัน
• Marathon แบ่ง 5 รุ่นอายุ 18-29, 30-39, 40-49, 50-59 และ 60ปีขึ้นไป 
• Half Marathon แบ่ง 5 รุ่นอายุ 18-29, 30-39, 40-49, 50-59 และ 60ปีขึ้นไป
• Mini marathon 10 กิโลเมตร แบ่ง 7 รุ่นอายุ 13-15, 16-19, 20-29, 30-39, 40-49, 50-59, ​และ 60 ปีขึ้นไป
• Fun Run 5.5 กิโลเมตร ไม่จำกัดรุ่นอายุ

อัตราค่าสมัคร บุรีรัมย์ มาราธอน”
- มาราธอน 42.195 กม.     ค่าสมัคร 800 บาท
- ฮาล์ฟ มาราธอน 21.1 กม.     ค่าสมัคร 600 บาท
- มินิ มาราธอน 10 กม.     ค่าสมัคร 400 บาท
- ฟัน รัน 5.5 กม.         ค่าสมัคร 300 บาท

สถานที่รับสมัคร
- สมัครทางออนไลน์ที่  www.burirammarathon.com (วิธีการสมัคร http://bit.ly/BRM-reg)
- จุดจำหน่ายตั๋ว สนามฟุตบอล ไอ-โมบาย สเตเดียม เพื่อเพื่อนนักวิ่งชาวบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง 
เปิดรับสมัครทุกวัน 9.00-18.00 น. 
- บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมก้า สโตร์ สาขาสยามแสควร์ เปิดรับสมัครทุกวัน 10.00-19.00 น. 
- ร้าน BANANA RUN SHOP หรือร้านกล้วย ข้างสวนลุมพินี (ถนนสารสิน)
วันธรรมดาเปิดตั้งแต่ 11.00-21.00 น.
 ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 8.00-18.00 น.

เงินรางวัล
Buriram Marathon presented by เครื่องดื่มตราช้าง มีเงินรางวัลสำหรับการแข่งขัน สูงที่สุดในประเทศไทย มากถึง  6,130,500 บาท แบ่งเป็น
- รางวัลทำลายสถิติโลก 3,600,000 บาท ไม่จำกัดสัญชาติ โดยต้องทำเวลาได้เร็วกว่า สถิติเดิมที่ 2 ชั่วโมง 2.57 นาที ซึ่งทำไว้โดย เดนนิส คิพรูโต คิเมตโต ชาวเคนย่า (Dennis Kipruto Kimetto) ที่ ประเทศเยอรมนี เมื่อปี 2014  
- รางวัลทำลายสถิติประเทศไทย 1,000,000 บาท สำหรับผู้ที่วิ่งเร็วกว่าสถิติประเทศไทย ด้วยเวลาเร็วกว่า 2 ชั่วโมง 19.33 นาที ที่ทำไว้โดย จิรัฐติกาล บุญมา ที่จังหวัดลำพูน เมื่อปี 2538 (1995) 
- รางวัลพิเศษจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำหรับนักวิ่งจากภาคเหนือ, ภาคกลาง และ ภาคใต้ ที่สามารถชนะการแข่งขัน 10 อันดับแรกในระยะมาราธอน ทั้งประเภทชาย และหญิง ไม่จำกัดรุ่นอายุ รวมทั้งสิ้น 20 รางวัล รางวัล ละ 5,000 บาท และรางวัลสำหรับนักวิ่งทั้งประเภท ทั่วไป และรุ่นอายุ รวมมูลค่ามากกว่า 1,400,000 บาท