ADS


Breaking News

มาสด้าเปิดตัว CX-3 ครั้งแรกกับรถฟรีสไตล์

ครอสโอเวอร์ มองโลกมุมใหม่...อิสระไร้ขีดจำกัด
  • สมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังด้วยเครื่องยนต์คลีนดีเซล สกายแอคทีฟ-ดี ขนาด 1500 ซีซี พร้อมเทอร์โบแปรผันที่มีน้ำหนักเบา ประหยัดน้ำมัน 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร
  • เครื่องยนต์เบนซินประสิทธิภาพสูง สกายแอคทีฟ-จี 2000 ซีซี 156 แรงม้า ทั้งแรงทั้งประหยัดน้ำมัน 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร
  • อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟทั้งคัน
  • โดดเด่นสวยสง่างามด้วยโคโดะ ดีไซน์
  • เทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกันมาสด้า i-ACTIVSENSE เต็มรูปแบบครั้งแรกของรถ ในกลุ่มซับคอมแพ็คครอสโอเวอร์เอสยูวี
  • เชื่อมต่อโซเชียลมีเดียกับเทคโนโลยี MZD Connect
กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 10 พฤศจิกายน 2558 – มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต เปิดตัวแนะนำรถยนต์ ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ ออล-นิว มาสด้า  ซีเอ็กซ์-3 สกายแอคทีฟใหม่ “ALL NEW MAZDA CX-3” FREESTYLE CROSSOVER ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SEE THE WORLD IN NEW ANGLE” มองโลกมุมใหม่...อิสระไร้ขีดจำกัด อย่างเป็นทางการ และเป็นรถสกายแอคทีฟโมเดลรุ่นที่ 4 ที่มาสด้าแนะนำสู่ตลาดประเทศไทย ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟใหม่ล่าสุดและธีมการออกแบบของรถมาสด้าเจเนอเรชั่นใหม่ โคโดะ ดีไซน์ ที่สวยงามสง่าลงตัวทุกมุมมอง ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ครั้งแรกของประเทศไทยที่มาสด้านำเอา 2 เครื่องยนต์อันทรงพลัง ที่ให้สมรรถนะที่ดีที่สุดในรถระดับคอมแพ็คครอสโอเวอร์ที่มีอยู่ในตลาด ทั้งเครื่องยนต์สะอาดคลีนดีเซล ขนาด 1500 ซีซี ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร และเครื่องยนต์เบนซินพลังแรง ขนาด 2000 ซีซี. ประหยัดน้ำมันสูงสุด 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร
มาสด้าเอาใจใส่ในทุกๆ รายละเอียดของการผลิตรถยนต์ พร้อมเชื่อมต่อกับโลกโซเชียลมีเดียด้วยระบบ MZD Connect ปกป้องรอบทิศทางกับระบบความปลอดภัยระดับโลก i-Activsence เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่กับตลาดรถคอมแพ็คครอสโอเวอร์ เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ใช้ชีวิตอย่างมีไลฟ์สไตล์ ตอบสนองความต้องการของการใช้ชีวิตทั้งในเมืองและนอกเมืองที่มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้นทุกๆ วัน
นายฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดตัวมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ใหม่ ในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถคอมแพ็คครอสโอเวอร์ ที่ลูกค้าจะได้ทั้งรูปลักษณ์อันสวยงาม สมรรถนะความแรงและความประหยัดน้ำมัน มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์คลีนดีเซลและเครื่องยนต์เบนซินประสิทธิภาพสูง การมาของมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ในครั้งนี้นับเป็นสกายแอคทีฟโมเดลที่ 4 หลังจากที่มาสด้าได้ส่ง ซีเอ็กซ์-5 ตามมาด้วยมาสด้า3 และมาสด้า2 จนประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมในตลาดเมืองไทย โดยมียอดขายรวมแล้วกว่า 40,000 คัน ที่สำคัญการเปิดตัวในครั้งนี้จะส่งผลให้มาสด้าสามารถบรรลุเป้าหมาย 45,000 คันภายปีงบประมาณนี้ เนื่องจากมาสด้าให้ความสำคัญกับการตั้งราคาจำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 8 แสนต้นๆ และคาดว่าจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วมียอดขายสูงกว่า 6,000 คันต่อปี
สำหรับปีนี้ นับเป็นอีกปีที่มาสด้าได้ทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เริ่มพิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ลูกค้าชาวไทยให้การตอบรับรถยนต์มาสด้าและเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ยอดขาย 10 เดือนของปีนี้ (มกราคม-ตุลาคม) มาสด้าสามารถบรรลุยอดขายสูงถึง 29,641 คัน ท่ามกลางตลาดที่หดตัวลงแต่มาสด้าสามารถเติบโตสวนกระแส จนสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 4.8% แบ่งเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า2 จำนวน 14,695 คัน รถยนต์นั่งมาสด้า3 จำนวน 5,801 คัน รถอเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 จำนวน 2,745 คัน รถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร จำนวน 6,357 คัน และรถในกลุ่มพรีเมียมคาร์อีกจำนวน 17 คัน
นายฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า การเปิดตัวมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวมาสด้า ที่เกิดจากร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งระหว่างมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กับมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น จนได้มาซึ่งรถยนต์ที่เกิดจากสายการผลิตในประเทศไทย ณ โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง โดยฝีมือของคนไทยเพื่อคนไทย มาสด้าให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจของอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย มาสด้าลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตในโรงงานประกอบรถยนต์ออโต้อัลลายแอนซ์ เพื่อทำการผลิตรถยนต์มาสด้า2 ในโครงการรถประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ระยะที่ 2 และการลงทุนอีกว่า 11,000 ล้านบาท ในโรงงานผลิตเกียร์อัตโนมัติ สกายแอคทีฟ และอีกกว่า 3,000 ล้านบาท สำหรับโรงงานผลิตเครื่องยนต์ สกายแอคทีฟ และล่าสุดกับการเพิ่มการลงทุนเพื่อผลิตรถยนต์มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 อีกกว่า 800 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดได้เสร็จสมบูรณ์เริ่มทำการผลิตและพร้อมที่จะจำหน่ายแล้ว
นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า การเปิดตัวมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชาวมาสด้า เพราะมาสด้ามีการเตรียมการสื่อสารและสร้างการรับรู้ของลูกค้าเกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และโคโดะ ดีไซน์ อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดจนเป็นที่คาดหวังอย่างมากของลูกค้า ซึ่งจุดเด่นสำคัญที่จะทำให้มาสด้าประสบความสำเร็จในการนำฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ใหม่ เข้าสู่ตลาดในครั้งนี้ คือ การนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ได้รับความนิยมมาแล้วจากทั่วทุกมุมโลกรวมทั้งประเทศไทย นับเป็นการเข้าสู่ตลาดรถคอมแพ็คครอสโอเวอร์เพื่อจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้เกิดขึ้น ด้วยเครื่องยนต์อันทรงพลังทั้ง 2 เครื่อง เพียบพร้อมด้วยคุณภาพของวัสดุที่นำมาประกอบระดับเกรดพรีเมียม และรูปลักษณ์อันงามสง่าสวยปราดเปรียวที่สุดในคลาส
สำหรับแนวทางการสื่อสารการตลาด มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ใหม่ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “FREESTYLE CROSSOVER” เป็นครั้งแรกของรถ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของการใช้ชีวิตในและนอกเมืองที่มีหลากหลายเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ลูกค้ากลุ่ม “YUCCIES” หรือ Young Urban Creatives ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะมีทัศนคติแบบคิดนอกกรอบมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร มีความเป็นตัวของตัวเอง ทำสิ่งที่ชอบในแบบที่ตนเองชอบ ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ มีแบรนด์ที่ชอบเฉพาะของตนเอง มีกำลังซื้อสูงและการศึกษาที่ดี สิ่งสำคัญที่จะทำให้มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์ ได้รับการตอบรับจากตลาด และรับประกันความสำเร็จในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นดังนี้ คือ
  • ประการแรก คือ การออกแบบ ด้วยรูปลักษณ์อันสง่างามธีมการออกแบบของรถในเจเนอเรชั่นที่ 6 ภายใต้ “โคโดะ ดีไซน์” SOUL of MOTION หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวที่งดงามในรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุดจากสายการผลิตในประเทศไทย
  • ประการที่สอง คือ รถยนต์คันนี้อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และวัสดุคุณภาพสูงที่นำมาผลิตอย่างปราณีต
มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ใหม่ ถูกออกแบบให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดในตลาด ที่จะให้ประสบการณ์การขับขี่แบบที่ไม่มีรถคอมแพ็คครอสโอเวอร์คันไหนสามารถทำได้มาก่อน นั่นคือ
  • เครื่องยนต์ SKYACTIV ENGINE มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล SKYACTIV-D เจนเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้า ขนาด 1500 ซีซี. พร้อมเทอร์โบแปรผันที่มีน้ำหนักเบา แรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร
  • เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2000 ซีซี. แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร
  • SKYACTIV-DRIVE เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด ให้อารมณ์การตอบสนองที่แม่นยำเฉกเช่นเดียวกับเกียร์ธรรมดา ให้ความแรงและให้ประสิทธิภาพของการประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม โดยกำลังจากเครื่องยนต์ถูกส่งไปยังตัวถังและล้ออย่างสมบูรณ์แบบและลดการสูญหายของกำลัง จึงยังคงความแรงและให้ประสิทธิภาพของการประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม
  • SKYACTIV-BODY โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ ซึ่งเป็นโครงสร้างของรถยนต์ยุคใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้มีน้ำหนักที่เบาลงเหมาะสมกับขนาดและกำลังของเครื่องยนต์ และเพิ่มโลหะเกรดพรีเมียมเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High Tensile Steel) ที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบาทดแทนเหล็กประเภทเดิม อีกทั้งยังเพิ่มจุดเชื่อมยึดเพื่อให้โครงสร้างหลักกับโครงสร้างส่วนอื่นของรถเป็นมวลเดียวกัน จึงให้ความมั่นคงกว่า ปลอดภัยกว่า พร้อมทั้งประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น
  • SKYACTIV-CHASSIS ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ ให้ความรู้สึกในการขับที่เกาะถนนมั่นคง ขณะที่ความนุ่มนวลของช่วงล่างยังคงอยู่ ซึ่งระบบบังคับเลี้ยวระบบใหม่ให้ความมั่นใจในการควบคุมรถขณะเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ให้การขับขี่ที่ปลอดภัยและประหยัดน้ำมันกว่า
  • ประการที่สาม คือ i-ACTIVSENSE เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของมาสด้าที่พัฒนาขึ้นตามปรัชญาความปลอดภัยของมาสด้า นั่นคือ Mazda Proactive Safety ที่แสดงถึงหลักความคิดของมาสด้าต่อความปลอดภัย ช่วยให้ผู้ขับได้รับรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า ช่วยให้ตัดสินใจได้ถูกต้อง เทคโนโลยีเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันหรือลดความเสียหายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันขั้นสูงเป็นครั้งแรกในกลุ่มรถคอมแพ็คครอสโอเวอร์ได้แก่
  • ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน
  • HBC (High Beam Control) ระบบปรับไฟหน้าสูงอัตโนมัติ
  • LDWS (Lane Departure Warning System) ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน
  • RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง
  • SCBS (Smart City Brake Support) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ
  • ประการที่สี่ MZD CONNECT เป็นระบบเชื่อมต่อโลกของการสื่อสารในรถที่ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องตามหลัก HMI (Human-Machine Interface) ที่เรียกกันว่า แนวคิดของค็อกพิตแบบ heads-up ระบบเชื่อมต่อในรถรุ่นใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย ช่วยให้ผู้ขับมีสมาธิในขณะที่สามารถรับส่งข้อมูลเป็นจำนวนมากและต้องขับขี่อย่างปลอดภัยในขณะเดียวกัน
นอกจากการที่มาสด้าได้รังสรรค์ยนตรกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดแล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่มาสด้ามุ่งมั่นมาตลอดและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับมาสด้าในประเทศไทย  คือ การสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ไว้ให้ชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างรถยนต์เท่านั้น แต่คือ การสร้างความสุขให้เกิดขึ้น และเติมเต็มความสุขให้กับชีวิตของลูกค้า ตั้งแต่แรกเห็นหรือครั้งแรกที่ได้พบ และเมื่อได้สัมผัส ตลอดจนอยากจะขับรถคันนั้นอยู่เรื่อยๆ นอกจากการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ดีที่สุดแล้ว การบริการหลังการขายคือหัวใจหลักสำคัญ ที่ต้องเป็นเลิศอยู่เสมอ ไม่ใช่เพื่อสร้างให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ต้องเป็นที่รักของลูกค้าตลอดไป

# # #
http://www.mazda.co.th

คำกล่าว
นายฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ
ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
งานแถลงข่าวเปิดตัวแนะนำ ALL NEW MAZDA CX-3
ณ เพลนารี ฮอลล์ @ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558
สวัสดีครับท่านสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกๆ ท่าน ขอต้อนรับเข้าสู่การเปิดตัวแนะนำอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกของรถฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ ออล-นิว มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ใหม่
มาสด้าให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับตลาดรถยนต์ในประเทศไทย เพราะประเทศไทย คือ ยุทธศาสตร์สำคัญ เป็นฐานการผลิต การส่งออก และจำหน่ายรถยนต์ของมาสด้าอันดับหนึ่งในอาเซียน และเป็นเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ 1 ใน 4 ของมาสด้าทั่วโลก
มาสด้าให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจของอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย มาสด้าลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตในโรงงานประกอบรถยนต์ออโต้อัลลายแอนซ์ เพื่อทำการผลิตรถยนต์มาสด้า2 ในโครงการรถประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ระยะที่ 2 และการลงทุนอีกว่า 11,000 ล้านบาท ในโรงงานผลิตเกียร์อัตโนมัติ สกายแอคทีฟ และอีกกว่า 3,000 ล้านบาท สำหรับโรงงานผลิตเครื่องยนต์ สกายแอคทีฟ และล่าสุดกับการเพิ่มการลงทุนเพื่อผลิตรถยนต์มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 อีกกว่า 800 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดได้เสร็จสมบูรณ์เริ่มทำการผลิตและพร้อมที่จะจำหน่ายแล้ว
ส่งผลให้ ประเทศไทย คือหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของมาสด้า นับตั้งแต่ที่มาสด้าได้เริ่มการจำหน่ายรถมาสด้าเจนเนอเรชั่นล่าสุดที่ใช้เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ รถยนต์มาสด้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากไปทั่วโลกเป็นประวัติการณ์ รวมถึงในประเทศไทย ความสำเร็จที่ชัดเจนด้วยยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากความนิยมที่ได้รับ นับตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ตัวแรก นั่นคือ รถอเนกประสงค์เอสยูวี มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ตามมาด้วยรถยนต์นั่งมาสด้า3 และเมื่อช่วงต้นปีนี้กับมาสด้า2 และในวันนี้เราจะได้พบกับการเปิดตัวรุ่นที่ 4 นั่นคือ ALL NEW MAZDA CX-3
การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาเริ่มแสดงให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ลูกค้าให้การตอบรับรถยนต์มาสด้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ 10 เดือนของปีนี้ (มกราคม-ตุลาคม) มาสด้าสามารถบรรลุยอดขายสูงถึง 29,641 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 4.8% โดยแบ่ง
ออกเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า2 จำนวน 14,695 คัน รถยนต์นั่งมาสด้า3 จำนวน 5,801 คัน รถอเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 จำนวน 2,745 คัน รถปิกอัพมาสด้า บีที -50 โปร จำนวน 6,357 คัน และรถในกลุ่มพรีเมียมคาร์อีกจำนวน 17 คัน
การเปิดตัวมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ในวันนี้ คืออีกหนึ่งในความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของเราชาวมาสด้า ที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จทางด้านยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย เติมเต็มในเซ็กเม้นต์ที่สำคัญของตลาด คาดกว่าจะมียอดขายสูงกว่า 6,000 คันต่อปี
สิ่งสำคัญคือ มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 สกายแอคทีฟใหม่ ได้นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ได้รับความนิยมทั่วทุกมุมโลก เป็นการเข้าสู่ตลาดรถคอมแพ็คครอสโอเวอร์ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ ที่เพียบพร้อมด้วยคุณภาพระดับสูง และรูปลักษณ์อันงามสง่า มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Freestyle Crossover” ตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิตในและนอกเมืองที่หลากหลายเพิ่มขึ้นทุกวัน ลูกค้ากลุ่มนี้มีทัศนคติแบบคิดนอกกรอบมีความคิดสร้างสรรค์ ไม่เหมือนใคร มีความเป็นตัวของตัวเอง ทำสิ่งที่ชอบในแบบที่ตนชอบ ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ มีแบรนด์ที่ชอบเฉพาะตน มีกำลังซื้อและการศึกษาสูง รถมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์ จะได้รับการตอบรับจากตลาดและรับประกันความสำเร็จในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น คือ
ประการแรก การออกแบบ ด้วยรูปลักษณ์อันสง่างาม ด้วยธีมการออกแบบของรถในเจเนอเรชั่นที่ 6 นั่นคือ “โคโดะ ดีไซน์” SOUL of MOTION หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวที่งดงามในรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุดจากสายการผลิตในประเทศไทย
ประการที่สอง คือ อัดแน่นไปด้วย เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และวัสดุคุณภาพสูงที่นำมาผลิต
รถมาสด้า ซี-เอ็กซ์3 ถูกออกแบบให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดในตลาด ที่จะให้ประสบการณ์การขับขี่แบบที่ไม่มีรถคอมแพ็คครอสโอเวอร์เอสยูวีคันไหนสามารถทำได้มาก่อน
  • เครื่องยนต์ SKYACTIV ENGINE มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล SKYACTIV-D เจนเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้าขนาด 1500 ซีซี พร้อมเทอร์โบแปรผันที่มีน้ำหนักเบา ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2000 ซีซี. ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร
  • SKYACTIV-DRIVE เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด ให้อารมณ์การตอบสนองที่แม่นยำเฉกเช่นเกียร์ธรรมดา ให้ความแรงและให้ประสิทธิภาพของการประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม
  • SKYACTIV-BODY โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ ซึ่งเป็นโครงสร้างของรถยนต์ยุคใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้มีน้ำหนักที่เบาลงเหมาะสมกับขนาดและกำลังของเครื่องยนต์ และเพิ่มโลหะเกรดพรีเมียมเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High Tensile Steel) ที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบา
  • SKYACTIV-CHASSIS ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ ให้ความรู้สึกในการขับที่เกาะถนนมั่นคง ขณะที่ความนุ่มนวลของช่วงล่างยังคงอยู่ ซึ่งระบบบังคับเลี้ยวระบบใหม่ให้ความมั่นใจในการควบคุมรถขณะเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ
ประการที่สาม คือ i-ACTIVSENSE เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของมาสด้าที่พัฒนาขึ้นตามปรัชญาความปลอดภัยของมาสด้า นั่นคือ Mazda Proactive Safety ที่แสดงถึงหลักความคิดของมาสด้าต่อความปลอดภัย ช่วยให้ผู้ขับได้รับรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า ช่วยให้ตัดสินใจได้ถูกต้อง เทคโนโลยีเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันหรือลดความเสียหายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
ประการที่สี่ MZD CONNECT เป็นระบบเชื่อมต่อในรถที่ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องตามหลัก HMI (Human-Machine Interface) ที่เรียกกันว่า แนวคิดของค็อกพิตแบบ heads-up ระบบเชื่อมต่อในรถรุ่นใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย ช่วยให้ผู้ขับมีสมาธิในขณะที่สามารถรับส่งข้อมูลเป็นจำนวนมากและต้องขับขี่อย่างปลอดภัยในขณะเดียวกัน
สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่มาสด้ามุ่งมั่นมาตลอด  คือ การสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ไว้ให้ชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างรถยนต์ แต่คือการสร้างความสุขและเติมเต็มความสุขให้กับชีวิตของลูกค้าตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบ และเมื่อได้สัมผัส ทำให้อยากขับรถมาสด้าอยู่เรื่อยๆ นอกจากการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ดีแล้วการบริการต้องเป็นเลิศเสมอ
ท้ายที่สุดนี้ ผมขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่ให้การสนับสนุนมาสด้าด้วยดีมาโดยตลอด ผมรู้สึกซาบซึ้งในไมตรีของท่านที่มอบให้กับทีมงานมาสด้าตลอดมา ผมขอขอบคุณและแสดงความซาบซึ้งแด่ทุกท่านที่สละเวลาและฝ่าการจราจรมาร่วมงานที่มีความหมายต่อมาสด้าอย่างมากในวันนี้ และสำหรับการสนับสนุนของท่านที่มีต่อมาสด้าด้วยดีเสมอมา
ขอบคุณมากครับ
ราคาจำหน่าย ALL NEW AMZDA CX-3 Freestyle Crossover
มาสด้าวางเป้าหมายเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มรถอเนกประสงค์สปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม ด้วยกลยุทธ์ด้านราคาที่เป็นอีกหนึ่งความสำคัญ เพื่อให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้และเพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะของเครื่องยนต์คลีนดีเซล สกายแอคทีฟ-ดี ขนาด 1500 ซีซี. และเครื่องยนต์เบนซิน สกายแอคทีฟ-จี ขนาด 2000 ซีซี. ซึ่งหาไม่ได้จากรถในระดับเดียวกัน มาสด้านำมาพิจารณาในการนำฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ ออล นิว มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ใหม่ ลงสู่ตลาดด้วยราคาเริ่มต้นที่ 8 แสนต้นๆ มีให้เลือกด้วยกัน 5 รุ่นคือ  
·       CX-3 2.0E เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G เกียร์อัตโนมัติ  ราคาจำหน่าย 835,000 บา
·       CX-3 2.0C เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G เกียร์อัตโนมัติ  ราคาจำหน่าย 910,000 บาท
·       CX-3 2.0S เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G เกียร์อัตโนมัติ  ราคาจำหน่าย 975,000 บาท
·       CX-3 2.0SP เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G เกียร์อัตโนมัติ ราคาจำหน่าย 1,045,000 บาท

·       CX-3 1.5XDL เครื่องยนต์คลีนดีเซล SKYACTIV-D เกียร์อัตโนมัติ ราคาจำหน่าย 1,155,000 บาท
รายละเอียดข้อมูลมาสด้า ซีเอ็กซ์-3
1. สารจากผู้จัดการโครงการ
รังสรรค์มาตรฐานเพื่อยุคใหม่
ตลอดประวัติศาสตร์ของรถยนต์ เริ่มต้นจากช่วงเวลาที่แต่ละครอบครัวปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของรถครั้งแรก ไม่เพียงแค่ขนส่งคนแต่เป็นความฝันของพวกเขาเช่นกัน ตัวผมเองได้ใช้รถจำนวนมากในหลายปีที่ผ่านมา และผมจำได้อย่างชัดเจนในครั้งแรกว่าผมรู้สึกจากภายใน ใช่เลย ความตื่นเต้นของการได้เห็นรถคันนั้นด้วยตาตัวเองดังปรารถนาเป็นประสบการณ์ที่ผมจะไม่ลืม
อย่างไรก็ตามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การดำเนินชีวิตของผู้คนและค่านิยม มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ตลอดจนความคาดหวังและความต้องการรถยนต์ของพวกเขามีเพิ่มมากขึ้นและหลากหลายมากขึ้น เป็นผลให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นมีการเลือกรถยนต์ที่ขึ้นอยู่กับความสะดวกสบาย และการใช้งานในทางปฏิบัติได้จริงๆ เป็นวิธีในการเดินทาง รถในฐานะที่เป็นวัตถุแห่งความปรารถนาจะค่อยหายไปอย่างช้าๆ
รถยนต์ที่มีรูปทรงและขนาดต่างๆ รวมทั้งรถบรรทุก รถมินิแวน และรถอเนกประสงค์ได้ถูกออกแบบและจำหน่ายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า สำหรับรถยนต์ที่มีพื้นที่และการใช้งานในทางปฏิบัติได้จริงให้เหมาะกับการดำเนินชีวิตประจำวัน สิ่งนี้ได้นำไปสู่​​การสร้างแบบแผนเกี่ยวกับประเภทและขนาดของรถที่มีแนวโน้มที่จะกำหนดวิถีชีวิตของเจ้าของและวิถีของของการใช้รถ
ตั้งแต่ ค.ศ. 2011 มาสด้าได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์หลังจากผลิตภัณฑ์ก่อนหน้าให้ความสุขกับการขับขี่ผ่าน SKYACTIV และKODO หรือจิตวิญญาณของการเคลื่อนไหว ที่เป็นวิธีการสื่อสารการออกแบบใหม่ของเราที่ก้าวล้ำ ต่อจากมาสด้า CX-5 เราคิดค้นนวัตกรรมใหม่อย่างสมบูรณ์ของแต่ละรุ่น รุ่นต่อรุ่น มาสด้า6 มาสด้า3 และเมื่อเร็วๆนี้มาสด้า2 ตอนนี้ความฝันของเราคือการสร้างรถใหม่อย่างสมบูรณ์ในยุคใหม่ รถที่จะช่วยให้คนรุ่นใหม่มีความรู้สึกว่า นี่แหละใช่เลย!!
จุดมุ่งหมายของเราที่ระบุไว้สำหรับการพัฒนามาสด้า CX-3 คือการ สร้างมาตรฐานสำหรับยุคใหม่ เราท้าทายตัวเองในการสร้างรถใหม่ ที่สามารถพลิกแบบแผนเกี่ยวกับวิธีการของรถบางประเภทหรือขนาดที่ควรจะใช้ จุดมุ่งหมายของเราคือการสร้างรถที่สามารถใช้ได้ทุกที่และในทางใดทางหนึ่งเพื่อตอบสนองการดำเนินชีวิตตามความคิดสร้างสรรค์ของลูกค้า ผลของความท้าทายนี้คือมาสด้า CX-3 แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่ค่าข้อมูลจำเพาะ เรากลับไปที่กระดานวาดภาพและถามตัวเองว่าอะไรคือคุณค่าที่จำเป็นที่ผู้คนแสวงหาในรถ ด้วยวิธีนี้เรามุ่งเป้าที่จะสร้างรถที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกของลูกค้าโดยการจับคู่ความรู้สึกของมนุษย์และสไตล์
CX-3 มีการออกแบบคุณภาพที่ดีที่สุดและเนื่องด้วยการออกแบบตาม KODO CX-3 นำชุดเต็มของเทคโนโลยี SKYACTIV มาใช้ และได้รับการสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันให้ตรงกับความรู้สึกของมนุษย์ เพื่อส่งมอบสมรรถนะการทำงานที่ให้ความสนุกได้อย่างรวดเร็ว ขนาดของรถง่ายต่อการใช้ในหลากหลายสถานการณ์ ผลิตภัณฑ์การออกแบบใหม่ล่าสุดของมาสด้าและเทคโนโลยี CX-3 เป็นรถที่เหมาะกับการใช้ชีวิตที่หลากหลายของลูกค้าในปัจจุบันในทุกรูปแบบ จากการขับรถในเมืองจนถึงการเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้ง CX-3 จะช่วยให้ลูกค้าแสดงบุคลิกภาพที่เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ ผมแน่ใจว่ารถคันนี้จะเหนือความคาดหมายส่งเสริมการใช้ชีวิตของพวกเขานับจากนี้มาสด้า CX-3 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างมาตรฐานสำหรับยุคใหม่และผมหวังว่าทุกท่านมีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับสิ่งดึงดูดใจด้วยตัวคุณเอง ไม่มีอะไรที่จะทำให้ผมมีความสุขมากกว่านี้ ถ้า CX-3 นี้ส่งเสริมดึงดูดความสนใจจากคนรักรถอย่างแท้จริง
มิชิโอะ โตมิยามะ
ผู้จัดการโครงการมาสด้า CX-3
2. การออกแบบ
สารจากหัวหน้าทีมออกแบบ
ข้ามผ่านยุคสมัยด้วยการออกตัวอย่างงดงามไปสู่ยุคใหม่
การออกแบบที่ดึงดูดความสนใจให้กับลูกค้าที่ต้องการความก้าวหน้า ไปสู่การดำเนินชีวิตอันทันสมัย​ของยุคโพสต์โมเดิร์น นี่คือภารกิจการออกแบบสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่มาสด้า CX-3 ล่าสุดของเรา ลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับรถคันนี้มีชีวิตตามรูปแบบที่ตัวเองปรารถนาจะมีวิถีชีวิตที่น่าตื่นเต้นและหาสิ่งใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ภาพของลูกค้านี้เกี่ยวข้องกับความสมัครใจของเราเองซึ่งเป็นผู้สร้างรถยนต์รุ่นใหม่นี้ ดังนั้น หนึ่งในเป้าหมายของโครงการของเราคือการตอบสนองความต้องการของเราเองด้วยผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบ
เรากำลังอยู่ในยุคที่เต็มไปด้วยข้อมูลและสินค้า เป็นยุคที่เราสามารถท่องเว็บและเลือกรายการที่เราสนใจมากที่สุดจากที่ใดก็ได้ในโลก ตัวเลือกที่มีจำนวนมากมายมีตั้งแต่รายการที่ดีที่สุดในการทำงาน จนถึงราคาที่สมเหตุสมผล ดังนั้น เป็นเรื่องยากที่จะหาคนที่ทำให้เราอยากจะตะโกนว่า นี่แหละใช่เลย! และก็จะยิ่งยากมากขึ้นเมื่อมีการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนเช่นสิ่งนี้นำไปสู่​​ช่วงของการ ค้นพบ เราตระหนักว่าเรามีการสร้างรถที่ให้รูปแบบตามความปรารถนาตามธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของเรา โดยการตั้งต้นจากจุดนี้ เราเริ่มร่างเส้นด้วยปากกา เมื่อถึงเวลาที่เรามีความพร้อมที่จะปล่อยข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เราเชื่อมั่นว่าเราได้บรรลุถึงเป้าหมายของเราแล้ว
เราทุ่มเทความปรารถนาของเราที่เต็มไปด้วยความหลงใหลในการออกแบบรถที่เราต้องการในขณะนี้ มาสด้า CX-3 ส่งเสริมความพยายามของเราที่สามารถเห็นได้จากเส้นสายที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความงามที่เราสร้างขึ้นโดยใช้วิธีการสื่อสารการออกแบบล่าสุดตาม KODO ของมาสด้า วิสัยทัศน์ของเรานั้นชัดเจนเราสร้างรูปแบบที่เป็นอิสระจากความคิดหรือลำดับชั้นที่มีอยู่และสร้างรถยนต์รุ่นใหม่ที่สามารถนำพาเราผ่านยุคโพสต์โมเดิร์นในรูปแบบที่สวยงาม! มันเป็นวิสัยทัศน์ที่เป็นตัวของตัวเองในสไตล์ที่หาเปรียบมิได้ของรถยนต์รุ่นใหม่นี้ ดังเห็นได้จากองค์ประกอบ 3 ประการ ดังนี้ มาสด้า CX-3 ไม่ประนีประนอมต่อสัดส่วนที่สร้างขึ้นมาได้ใกล้เคียงกับของรถต้นแบบ การแสดงออกอย่างสง่างามของมันคือการพิจารณาถึงการลดความซับซ้อนของชิ้นส่วนในรูปแบบ และก็มีรายละเอียดที่สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจอย่างละเอียดของในการออกแบบทุกชิ้นส่วน เหล่านี้ล้วนเป็นแนวความคิดที่จะก้าวข้ามมาตรฐานของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มขึ้นสู่ระดับของความรักที่ศิลปินเทลงในการสร้างผลงานของพวกเขา
มาสด้า CX-3 เหมาะสำหรับผู้ที่มุ่งมั่นที่จะนำไปสู่​​ชีวิตที่น่าตื่นเต้นที่เหมาะสมกับสไตล์ส่วนตัวของพวกเขาและผู้ที่มองหาสิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ในชีวิตของพวกเขา นี่ไม่ใช่สิ่งที่หายากหรือจำเพาะแต่เพียงผู้เดียว แต่เป็นหนึ่งในความเชื่อมั่นว่าเราดำเนินการด้วยหัวใจ คุณอาจจะเรียกว่ารูปแบบหนึ่งของความรัก เราหวังว่าคุณจะได้พบกับ ช่วงเวลาใหม่ที่สดใส เมื่อคุณพบการออกแบบของ มาสด้า CX-3 และไม่มีอะไรที่จะทำให้ผมมีความสุขเท่าการที่ลูกค้าของเรามาเพื่อแบ่งปันวิสัยทัศน์กับเราเมื่อพวกเขามีประสบการณ์กับรถใหม่นี้

โยอิจิ มัตสึดะ
หัวหน้าทีมออกแบบมาสด้า CX-3

ความงามและการออกแบบที่ใหม่ล่าสุด KODO Design
CX-3 แสดงให้เห็นถึงวิธีการสื่อสารการออกแบบตาม KODO ของมาสด้าในแฟชั่นที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่มันจะใช้เวลาเพื่อความท้าทายของความรู้อิสระและก้าวข้ามผ่านออกมาอยู่แถวหน้า ทีมงานออกแบบที่ทำงานเพื่อสร้างความงามและจัดแต่งภายนอก การบรรลุเป้าหมายนี้เกี่ยวข้องกับวิธีการที่ไม่ย่อท้อต่อการลดทอนชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นที่จะปฏิเสธที่จะผูกพันในยุคต่างๆ ภายในได้ใช้ธีมการออกแบบที่ประสานงานกับภายนอกเพื่อเป้าหมายในการแสดงออกอย่างลึกซึ้งของมุมมองที่มีคุณภาพสูงและทันสมัย ความพยายามร่วมกันเพื่อให้เกิดการแสดงออกที่เหมาะสมกับบรรยากาศและเส้นใยอันปราณีตของวัสดุที่ใช้ตระหนักถึงสภาพแวดล้อมของห้องโดยสารที่สะดวกสบายแต่มีความซับซ้อน
การออกแบบภายนอกมุ่งเป้าไปสู่การแสดงออกเชิงลึกของสัดส่วนและความมีชีวิตชีวา
ด้านข้างตัวถังที่ดูแข็งเทียบกับห้องโดยสารที่ลื่นไหล และยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นในการสร้างส่วนที่ยื่นออกมาจากตัวถังที่สั้นและโดดเด่นเหมือนรถต้นแบบ โดยการกลั่นกรองและการพัฒนาภาพของความมีชีวิตชีวาจากดีเอ็นเอของการออกแบบตาม KODO และโดยการสร้างรูปแบบที่คมชัดกอปรกับความเร็วที่เพิ่มขึ้น ทีมออกแบบมุ่งเน้นการเคลื่อนไหวตามวัตถุประสงค์ รูปแบบพื้นฐานมุ่งเน้นไปที่สามส่วนดังต่อไปนี้ ครึ่งด้านหน้าของตัวถังมีมวลหนึ่งที่เป็นของแข็งที่มีรูปร่างลื่นไหล ครึ่งด้านหลังของตัวถังที่บ่งบอกถึงลักษณะของความเข้มแข็งและพลัง และส่วนห้องโดยสารที่มีการจัดรูปลักษณ์เพรียวบาง โดยการย้ายเสาเอและเสาดีไปด้านหลัง แต่ละส่วนเหล่านี้ประกอบด้วยพื้นผิวขั้นพื้นฐานที่สร้างความรู้สึกของแรงที่มีพลัง โดยการนำเสนอการเปลี่ยนแปลงบนพื้นผิวระหว่างส่วนเหล่านี้ การออกแบบที่เน้นเส้นสันสดใสที่สร้างขึ้นระหว่างส่วนเหล่านี้ โครงสร้างของตัวถังโดยรวมที่เรียบง่ายช่วยลดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นทั้งหมด นอกจากนี้ การเอาใจใส่และความทุ่มเทให้กับการสร้างวิธีการแสดงออกที่หลากหลายและการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งในแต่ละพื้นผิวของตัวถังส่งผลถึงรูปลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความอบอุ่น
มุมมองด้านหน้า
การใช้ประโยชน์จากความสูงของรถ กอปรกับกระจังด้านหน้าที่ค่อนข้างสูงสามารถรับมวลอากาศและพื้นที่ด้านหน้าได้ดี กระจังด้านหน้ารถติดครีบรูปตัววีสีเงิน 7 ครีบซ้อนกัน กระจังหน้าแสดงออกถึงความเข้มข้นของพลังงานที่ไหลออกไปด้านข้างจากตราสัญลักษณ์ตรงกลางรอบตัวรถ ปีกที่เป็นสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของมาสด้าถูกนำใช้สร้างภาพของความแข็งแรงด้วยโลหะกลึงและแกะสลักเป็นรูปแบบจำเพาะกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับความเร็วที่มีพลังไ​​หลไปตามตัวถัง
ตำแหน่งของไฟหน้ามีไฟเลี้ยวอยู่นอกกรอบหน่วยไฟหลัก เป็นการออกแบบให้แคบและคมชัดที่คล้ายนัยน์ตาของสัตว์จ้องมองเหยื่อของมัน โคมไฟหน้าแบบแอลอีดีจำนวนสี่ดวงคุณภาพสูงให้ลำแสงสว่างขนาดเล็ก สิ่งนี้ร่วมกับปีกสัญลักษณ์ที่ยื่นออกมาจากกระจังหน้าและรวมเป็นหน่วยในโคมไฟหน้าเพื่อเพิ่มระดับความประทับใจจากการออกแบบที่ง่ายและเฉียบคม ที่ส่วนปลายของปีกสัญลักษณ์มีเส้นเรืองแสงแอลอีดีอยู่ภายใน การใช้เทคโนโลยีนำแสงเพื่อการส่งผ่านเส้นแสงสู่สัญลักษณ์ของแสงรอบไฟต่ำเป็นการสร้างนวัตกรรมและการแสดงออกของความคิดสร้างสรรค์ ไฟเลี้ยวได้ถูกติดตั้งอยู่ตรงส่วนล่างของกันชนหน้าอยู่ในแนวเดียวกันกับไฟตัดหมอก ไฟตัดหมอกเป็น LED ที่ถูกออกแบบให้สูง แคบ เอียงไปด้านหน้าเมื่อมองเข้าไปทางด้านข้างรถ ให้ความรู้สึกเหมือนมีความเร็ว เมื่อมองจากด้านหน้า ไฟตัดหมอกมีรูปลักษณ์เป็นเส้นตั้งสองเส้นที่ทำมุมเอียงออกนอกรถตรงด้านล่างทำให้รู้สึกถึงพละกำลัง รูปทรงเหล่านี้ก่อเกิดสัญลักษณ์เมื่อมองผ่านซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์รถของมาสด้า และทำให้มุมมองด้านหน้าดูหนาที่เข้ากับสัดส่วนอย่างมีสไตล์ของ CX-3
มุมมองด้านข้าง
ส่วนบนของกันชนหน้าถูกขยับไปด้านหลัง ให้อยู่ด้านล่างของฐานของเสาเอ เป็นการสร้างโปรไฟล์ของฝากระโปรงรถให้เกิดการลื่นไหล เน้นในเรื่องกำลัง ทำให้รู้สึกถึงความเร็ว เสาเอมีความเรียวที่ฐานและมีความหนาเพิ่มขึ้นเมื่อความสูงของเสาเพิ่มขึ้น การออกแบบได้เพิ่มแสงสว่างให้กับห้องโดยสารในตำแหน่งที่ให้ความรู้สึกว่าหนัก เสาดีสีดำสร้างมุมมองของความเป็นหนึ่งเดียวกับหน้าต่าง กระชับความรู้สึกของการเคลื่อนไหวตามแนวข้างหลังคาและทำให้เส้นสายไปถึงส่วนหลังโดยไม่ติดขัด สร้างความต่อเนื่องของรูปร่างของตัวถัง เส้นคาดด้านข้างเริ่มจากจุดต่ำสุดด้านหลังของกระจกส่องหลังที่ประตูและลากยาวไปยังด้านหลังสร้างลักษณะรูปตัววีรวมเป็นแกนที่ไหลจากกระจังหน้าผ่านสัญลักษณ์ไปทางด้านหลัง การใช้กระจกมองข้างที่ประตูสร้างความสมดุลระหว่างห้องโดยสารและให้ทัศนวิสัยที่ดี
นอกจากนี้ ทุกเส้นที่เป็นเอกลักษณ์และรูปทรงของผิวที่ประกอบกันขึ้นจากมุมมองด้านข้างเริ่มต้นด้วยรูปแบบที่เฉียบคมและปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเรียบลื่น และสงบหลังจากไปสู่จุดสูงสุดเพื่อสร้างการแสดงออกโดยรวมโดยใช้การเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่แตกต่างกันไป การสร้างการออกแบบที่นำพาความก้องกังวานไปสู่ด้านหลังเหนือตัวถังสร้างความรู้สึกของพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้นกว่าขนาดจริงของตัวรถ นอกจากนี้ การใช้สีดำที่กันชนด้านหน้าและด้านหลังที่แตกต่างจากสีของตัวถังเพื่อเน้นการไหลลื่น ในขณะที่แถบยางกันชนด้านข้างเสริมความรู้สึกของความเร็วและคุณภาพของตัวถังด้านข้าง

มุมมองด้านหลัง
แผ่นป้ายทะเบียนถูกติดตั้งอยู่ในส่วนบนของกันชนหลังซึ่งมีสีเดียวกับฝากระโปรงหลังจึงทำให้ระยะที่ยื่นออกมาจากท้ายรถมีระยะสั้น นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากความแตกต่างในความสูงของแผ่นป้ายทะเบียนที่ติดตั้ง ทำให้สามารถติดตั้งกล้อง สวิตช์ และชิ้นส่วนการทำงานอื่นๆ ซ่อนที่ฝากระโปรงหลัง ความแตกต่างของความสูงระหว่างบานฝากระโปรงหลังกับกันชนเพียง 2 มิลลิเมตร ทำให้รู้สึกถึงการออกแบบด้านท้ายที่ราบเรียบที่มองดูแล้วมีความต่อเนื่อง
ปลายท่อไอเสียคู่ทั้งด้านขวาและซ้ายเน้นความรู้สึกของพละกำลังและความสปอร์ต นอกจากนี้ เสาดีสีดำสร้างความต่อเนื่องระหว่างกระจกด้านข้างและด้านหลัง และทำให้ห้องโดยสารดูประหนึ่งว่าถูกห่อหุ้มด้วยกระจก เน้นความรู้สึกอิสระ ปริมาตรตัวถังด้านล่างขนาดใหญ่ที่เกิดจากรูปร่างของห้องโดยสารและปีกด้านบนที่กว้าง ทำให้มุมมองด้านหลังรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและพละกำลัง เช่นเดียวกับไฟหน้า ไฟท้ายออกแบบให้แคบและเฉียบคม แถบสว่างด้านบนของโคมไฟที่สร้างขึ้นผ่านการใช้เทคโนโลยีนำทางของแสงร่วมกันกับท้ายรถที่เป็นสามมิติพร้อมไฟเบรกเพื่อเป็นแนวในการไหลแบบไดนามิกจากด้านหน้าของตัวถัง ตามด้านข้าง และไปยังตราสัญลักษณ์ด้านหลัง ทำให้ด้านหลังดูเป็นระเบียบ
การออกแบบล้อ
ล้ออลูมิเนียมสองดีไซน์ มีขนาด 18 นิ้ว และ 16 นิ้ว ได้ถูกนำมาใช้เพื่อให้เข้ากับยางที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่และให้ความรู้สึกของการขับขี่ที่มีพลัง ล้อขนาด 18 นิ้ว มีรูปแบบสามมิติประกอบด้วยก้านหนาบิดตัวหลายก้าน ทำสีเทาเมทัลลิกเข้ม ให้ความรู้สึกถึงพลัง ที่ปลายขอบล้อทำให้หนาเป็นผลให้เกิดการตัดกันระหว่างความเงาวาวของโลหะกับสีเทาเมทัลลิกเข้ม เพื่อสร้างลักษณะที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ล้อขนาด 16 นิ้วให้ความประทับใจจากการออกแบบแกะสลักที่ทำให้ล้อดูเหมือนใหญ่เกินกว่าขนาดจริง เพื่อสร้างรูปลักษณ์ของคุณภาพ ความพยายามที่อุทิศลงไปในการออกแบบผิวตัดลึกและรักษาน้ำหนักให้เบา ในขณะที่ได้มีการปรับละเอียดตรงพื้นที่หน้าตัดของขอบล้อ ความพยายามเหล่านี้ที่มอบให้แก่ล้อขนาด 16 นิ้วทำให้เกิดสไตล์ภายนอกที่มีความหนาในรูปแบบที่เรียบง่ายของ CX-3
การออกแบบภายในคุณภาพสูงอันเปี่ยมไปด้วยความร้อนแรง
จุดมุ่งหมายคือการรังสรรค์การออกแบบคุณภาพสูงที่เปี่ยมไปด้วยความร้อนแรงควบคู่ไปกับการออกแบบภายนอกเชิงนวัตกรรม ความตั้งใจอย่างแรงกล้าได้ทุ่มให้กับทุกๆรายละเอียด รวมไปถึงความเป็นหนึ่งเดียวของการออกแบบพื้นที่ใช้สอย คุณภาพของวัสดุและสรรค์สร้างการแสดงออกในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง และสีที่ลงตัว รายละเอียดฝีมือสำหรับการตกแต่งภายในของ CX-3 รู้สึกถึงสัมผัสเบาๆของวัสดุอ่อนนุ่ม ลักษณะเฉียบคมของขอบชิ้นส่วนที่ตบแต่งด้วยโลหะ และวัตถุแข็งแตกต่างกันฝังอยู่ในวัสดุอ่อนนุ่ม รวมกันกับการออกแบบที่มีสไตล์ของประตูและเบาะนั่งทำให้รู้สึกถึงภายในที่มีคุณภาพสูงเปี่ยมไปด้วยความร้อนแรง
การออกแบบพื้นที่ใช้สอยผสมผสานความอบอุ่นโดยการเปิดกว้าง
เส้นที่แสดงถึงลักษณะจำเพาะรอบรถและเส้นคาดที่อยู่ในระดับสูงสร้างรูปแบบที่ให้ความรู้สึกสบายเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ปรากฏไปสู่การเปลี่ยนแปลงของรูปลักษณ์ภายนอกอย่างราบเรียบ พื้นที่ด้านข้างของประตูเต็มไปด้วยรูปแบบของงานแกะสลักสามมิติที่แสดงออกถึงการเคลื่อนไหว พื้นที่ระหว่างข้อศอกและหัวไหล่ได้ถูกออกแบบเพื่อให้ผู้โดยสารรู้สึกถึงความกว้างขวางและการเปิดโล่ง เพื่อที่จะเพิ่มช่วงของการมองเห็นสำหรับการขับขี่ในขณะที่ยังสร้างความรู้สึกของความกว้างที่เหมาะสมกับห้องโดยสาร ทีมออกแบบได้สร้างความรู้สึกของพื้นที่ที่ไม่ถูกจำกัดรอบห้องโดยสารที่เหมาะกับภายนอก การตกแต่งเสาภายในให้ได้รูปทรงเพื่อยกระดับการมองเห็น ในขณะที่ได้กำจัดความรู้สึกในระยะที่มองเห็นด้วยสายตา การรวมแสงของสีที่เพดาน และเสาซีกับเสาดีช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกถึงความกว้างของภายใน
การออกแบบพื้นที่ที่นั่งด้านหน้า
เช่นเดียวกับทุกรุ่นที่ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดการออกแบบตาม KODO โซนค็อกพิทมีจุดประสงค์เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมอันเหมาะสมซึ่งทำให้ผู้ขับขี่มีสมาธิและสนุกกับการขับขี่ การวางตำแหน่งมิเตอร์และมาตรวัด จอแสดงผล และหน่วยควบคุมสั่งการจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของแนวคิด Head-up Cockpit ซึ่งเป็นไปตามปรัชญาพื้นฐานการเชื่อมต่อประสานกันระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (HMI) ของมาสด้า เพื่อติดตั้งสิ่งเหล่านี้ในที่ที่ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงได้ง่ายสุดโค้งเรียบของขอบมิเตอร์ถูกครอบด้วยวัสดุอ่อนนุ่ม ร่วมกันกับวัสดุตกแต่งบนขอบหน้าซึ่งเหมือนการเย็บ ในด้านผู้โดยสารข้างคนขับ แผ่นอ่อนนุ่มที่ถูกเย็บได้ถูกใช้เป็นวัสดุตกแต่งของแผงหน้าปัดเพื่อเพิ่มความรู้สึกของพื้นที่กว้างในห้องโดยสาร ความรู้สึกของความกว้างในแนวนอนนี้ผ่านแผงตระแกรงปรับอากาศที่ติดตั้งอยู่ที่ปลายแต่ละข้างของแผงหน้าปัด และต่อเนื่องไปยังชิ้นส่วนตกแต่งลายโลหะบนประตูเพื่อเน้นความรู้สึกของความเป็นหนึ่งเดียวกับเบาะนั่งด้านหน้า
การออกแบบการตกแต่งประตู
ประตูด้านหน้าและด้านหลังใช้เส้นจำเพาะที่กวาดขึ้นแสดงถึงการเคลื่อนไหวแบบไดนามิกเป็นจุดเริ่มต้นการไหลอย่างช้าๆจากแผงหน้าปัดและเร่งสู่ด้านหลังราวกับกำลังปลดปล่อยพลังงาน ในแง่ของการออกแบบพื้นผิว จะมุ่งเน้นไปที่วิธีการที่จะได้รับแสงและสะท้อนให้เห็นเส้นที่อยู่ใต้กระจกตรงที่พักแขนและกวาดไปด้านหลัง การเติมเต็มการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดสำหรับคุณภาพของการตกแต่งพื้นผิวและพื้นที่ทำให้เกิดการแสดงออกของการเคลื่อนไหวในบริเวณโดยรอบเช่นเดียวกันกับการตกแต่งประตู และสร้างความรู้สึกร่วมระหว่างความมีชีวิตชีวาและความสะดวกสบาย นอกจากนี้ ยังมีมือจับประตูในวงกรอบที่ถูกสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันเป็นชุดเดียวกันกับช่องปรับอากาศบานเกล็ดรูปกลมที่ถูกออกแบบให้มีรูปทรงที่จะสร้างภาพที่คมชัดเสมือนว่าถูกสร้างขึ้นมาจากโลหะแกะสลัก สำหรับ CX-3 รุ่นเกรดสูง จะมีการตกแต่งภายในด้วยหนังและ Lux Suede® ความสนใจในรายละเอียดมุ่งไปสู่การทำกรอบจับประตูภายในและแผงเปลี่ยนเกียร์ แผงสวิตช์ใช้รูปลักษณ์ที่แตกต่างโดยใช้หนังละเอียดล้อมรอบเพื่อเข้าถึงรายละเอียดพิเศษและคุณภาพดี ที่พักแขนใช้แผ่นนุ่มเช่นเดียวกันกับการเย็บที่ใช้กับแผ่นรองหัวเข่าด้านข้างคอนโซล การใช้งานฝีมือนี้แสดงให้เห็นถึงการออกแบบตกแต่งประตูที่ร้อนแรง ยังคงเป็นความคาดหวังของคุณภาพที่เหนือชั้นและสภาพแวดล้อมภายใน
การออกแบบสี
สีตัวถัง
สีของรถมีเจ็ดสีที่มีการออกแบบภายนอกอย่างมีสไตล์ของ CX-3 สีตัวถัง สีขาว เซรามิกที่พัฒนาขึ้นใหม่แสดงให้เห็นคุณภาพใหม่ล่าสุดซึ่งแสดงถึงผิวโลหะเฉียบคมปราณีตและความรู้สึกที่แข็งแกร่งโดยเปลี่ยนภาพลักษณ์ตามแสงที่ตกกระทบ ภายใต้สภาวะการส่องแสงปกติ สีที่ตัวถังดูเหมือนแข็งแกร่ง เน้นความคมชัดของเส้นจำเพาะ มีมุมมองที่โฉบเฉี่ยว ในสภาวะที่แสงสว่างจ้า ความสว่างที่เป็นแสงสีขาวเงาสร้างความรู้สึกแห่งอนาคต สีตัวถังรถมีดังนี้ สีแดง โซลเรด สีน้ำตาล ไทเทเนียมแฟลช สีน้ำเงิน ไดนามิกบลู สีเทา เมทิเออเกรย์ สีดำ เจ็ทแบล็ก สีขาวมุก สโนว์เฟลค และสีขาว เซรามิก
* จำนวนและความหลากหลายของสีมีความแตกต่างกันตามประเทศหรือภูมิภาค
สีภายใน
การตกแต่งภายในประกอบด้วยสีดำเป็นสีพื้นฐานกับอีกหนึ่งจากสามรูปแบบรวมกัน: หนังสีดำและผ้า Lux Suede® หนังสีดำและผ้าสีเทาเข้ม หรือผ้าสีดำและผ้าสีเทาเข้ม ส่วนผสมของหนังและผ้า Lux Suede® แสดงออกถึงบรรยากาศห้องโดยสารที่ล้ำสมัยด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัย​​และซับซ้อนโดยใช้หนังสีดำที่พัฒนาขึ้นใหม่สำหรับวัสดุที่นั่งหลักและในส่วนของการตกแต่งแผงหน้าปัดวัสดุ Lux Suede® ที่มีคุณภาพสูงใช้สำหรับส่วนตรงกลางของที่นั่ง ที่วางแขนบนประตูและคอนโซลแผ่นรองหัวเข่าเพิ่มการเน้นสีแดงเข้มที่พัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อสร้างภาพสปอร์ตที่สวยงามโดดเด่น แนวสันนูนที่ละเอียดถูกเพิ่มเข้าไปตรงรอบต่อของวัสดุที่แตกต่างกัน เป็นการเพิ่มการแสดงออกของความมีสไตล์ ศูนย์กลางของที่นั่งมีการเย็บเพื่อสร้างรูปลักษณ์ผ้าซึ่งแสดงออกที่หลากหลายและยกระดับความรู้สึกว่าการออกแบบตกแต่งภายในนั้นร้อนแรงและมีคุณภาพสูง
สำหรับส่วนผสมระหว่างหนังและผ้า จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการพัฒนารูปลักษณ์ของความมันวาวบนผ้าสีเทาเข้มที่ใช้เป็นวัสดุหลักสำหรับที่นั่ง ความพยายามเป็นพิเศษได้ถูกใช้ในการสร้างภาพที่มีคุณภาพและรายละเอียด เส้นใยผิวของวัสดุดึงดูดความสนใจจากดวงตาหลายคู่ได้ด้วยตัวของมันเอง
หมายเหตุ: ข้อเสนอสำหรับส่วนตกแต่งภายในแตกต่างกันตามประเทศหรือภูมิภาค
3. ผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้มนุษย์ใช้งานได้ง่าย
นอกเหนือจากการใช้วิธีการสื่อสารการออกแบบล่าสุดตาม KODO ที่มีต่อ CX-3 อย่างมีสไตล์ การพัฒนายังคงรวมไปถึงพื้นที่ที่เพียงพอ จุดประสงค์คือเพื่อได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวแทนวิสัยทัศน์ของมาสด้าว่ารถควรมีลักษณะอย่างไร โดยการออกแบบการวางตำแหน่งสวิตช์ควบคุมทั้งหมดจากมุมมองของมนุษย์ที่เป็นศูนย์กลาง CX-3 ถูกจัดวางตำแหน่งการขับขี่ที่เหมาะสมเพื่อรองรับการขับขี่แบบ Jinba-Ittai รวมไปถึงผู้ขับขี่ที่ต้องการมุมมองที่โล่ง ในขณะที่ตำแหน่งของที่นั่งให้เกิดจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ก่อให้เกิดความมั่นใจในการขับขี่ CX-3 ใช้ระบบการสื่อสารในรถ MZD Connect* ที่ล้ำสมัย รองรับสไตล์การใช้ชีวิตของลูกค้า
ขนาดมิติภายนอก
ด้วยความยาวโดยรวม 4,275 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,570 มิลลิเมตร มาสด้า CX-3 มีความเหมาะสมทั้งในด้านสัดส่วนของตัวรถและความสะดวกสบายในการตกแต่งภายใน สำหรับคู่รักและครอบครัววัยหนุ่มสาว การติดตั้งห้องโดยสารที่มีขนาดกะทัดรัดในด้านหลังทำให้เกิดการออกแบบตาม KODO กระโปรงหน้ารถที่ยาวอย่างแตกต่างและสวยงาม ตลอดจนสร้างลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากรุ่นครอสโอเวอร์ที่มีอยู่ ความกว้างรวมทั้งหมด 1,765 มิลลิเมตร และการวางตำแหน่งของล้อให้ใกล้กับมุมรถทั้งสี่มุมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ส่งผลให้เกิดระยะห่างล้อหน้า 1,525 มิลลิเมตร และระยะห่างล้อหลัง 1,520 มิลลิเมตร ซึ่งเน้นท่าทางที่มีพละกำลังของรถ
ความสูงโดยรวมเมื่อมีการติดตั้งเสาอากาศครีบฉลามเป็น 1,550 มิลลิเมตร* ความสูงใต้ท้องรถ 160มิลลิเมตร* ทำให้มีความสูงเพียงพอที่จะขับรถบนพื้นผิวลาดยาง พร้อมกับความสูงที่ต่ำและลำตัวรถกว้าง ตลอดจนจุดศูนย์ถ่วงของรถที่ต่ำช่วยเพิ่มเสถียรภาพเมื่อเข้าโค้งหรือขับรถด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ยังช่วยลดการยกของล้อเมื่อมีการเลี้ยวอย่างกะทันหัน ลดความเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดกับรถขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางล้อ 18 นิ้วและ 16 นิ้ว ยังเน้นรูปลักษณ์ที่น่าดึงดูดใจของ CX-3 ในขณะที่รัศมีวงเลี้ยวต่ำสุด 5.3 เมตร ทำให้ง่ายต่อการขับขี่ในเมืองและที่จอดรถ
* เมื่อไม่มีสัมภาระ
ขนาดมิติภายนอก                                                                                          
ความยาวรวม
มิลลิเมตร
4,275
ความกว้างรวม
มิลลิเมตร
1,765
ความสูงรวม (มีเสาอากาศ, เมื่อไม่มีภาระ)
มิลลิเมตร
1,550
ฐานล้อ
มิลลิเมตร
2,570
ขนาดล้อและยาง
215/60R16
215/50R18
รัศมีเลี้ยวน้อยสุด
เมตร
5.3 (ทั้งล้อ 18 นิ้ว และ 16 นิ้ว)
ขนาดมิติภายใน
ที่นั่งด้านหน้านั่งได้อย่างสะดวกสบายในทุกรุ่นและด้วยวัสดุทุกแบบ ด้วยความกว้างช่วงไหล่ขนาด 1,360มิลลิเมตร ระหว่างที่นั่งด้านหน้า 690 มิลลิเมตร ที่วางขาขนาด 1,058 มิลลิเมตร เบาะนั่งด้านหลังยังคงมีความสะดวกสบายด้วยพื้นที่นั่งที่มีบริเวณเหนือหัวและที่วางขาด้านหลัง ตลอดจนการออกแบบที่เรียบง่ายตรงแผ่นหลังของพนักพิงหัวและพนักพิงของที่นั่งด้านหน้า เพื่อสร้างความรู้สึกของความพอใจของการเปิดโล่ง
ตำแหน่งที่นั่งด้านหน้าชิดกับด้านข้างของห้องโดยสารมากกว่าที่นั่งด้านหลังและสะโพกของที่นั่งด้านหลังสูงกว่าที่นั่งด้านหน้าประมาณ 40 มิลลิเมตร ลักษณะเช่นนี้ทำให้ผู้โดยสารเบาะหลังมองไปยังด้านหน้าได้ง่ายขึ้นและยังเพลิดเพลินไปกับการสนทนากับผู้โดยสารด้านหน้า
ความง่ายในการเข้าออกที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคน
โดยทั่วไป จุดสะโพกอ้างอิงที่สูงเพิ่มภาระให้กับคนไม่สูงเมื่อพวกเขาเข้าหรือออกจากห้องโดยสาร ในทางตรงกันข้าม จุดสะโพกอ้างอิงที่ต่ำเพิ่มภาระให้กับคนสูง จึงต้องหาจุดสะโพกอ้างอิงที่เหมาะสมที่สุดเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้ โดย CX-3 ใช้จุดสะโพกอ้างอิงเป็น 599 มิลลิเมตร สำหรับที่นั่งด้านหน้าและ 639 มิลลิเมตร สำหรับที่นั่งด้านหลัง ผลที่ได้รับคือความสะดวกในการเข้าและออกจากห้องโดยสาร ซึ่งจะได้รับความไม่สะดวกน้อยที่สุดในการเข้าออกประตูรถ แม้ว่ารถจะมีขนาดที่ค่อนข้างสูง ด้านข้างที่กว้างใช้โครงสร้างกึ่งทับซ้อนที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่โดยซ้อนทับกับขอบล่างของประตู ทำให้รูปลักษณ์ด้านข้างดูเหมือนมีพลัง และช่วยให้ผู้โดยสารพ้นจากการกระแทกส่วนขาเมื่อเข้าและออกจากห้องโดยสาร นอกจากนี้ การจัดวางในแนวทแยงมุมตรงส่วนล่างของขอบด้านหลังประตูหลังทำให้ง่ายในการเข้าออกประตูโดยการแทรกสะโพกเข้าไป แม้กระทั่งเมื่อประตูถูกเปิดเพียงเล็กน้อย จึงทำให้เข้าและออกประตูได้อย่างง่ายดายกว่าแม้ในจุดแคบเช่นในบริเวณลานจอดรถ
สิ่งสนับสนุนในตำแหน่งผู้ขับขี่ให้มีความสุขมากขึ้นและความมั่นใจ
ตำแหน่งการขับขี่ในอุดมคติ
ในการส่งมอบการตอบสนองความปรารถนา และประสบการณ์การขับขี่ที่น่าพอใจของผู้ขับที่ต้องการที่สนุกกับมันตลอดไป จึงได้พยายามที่จะออกแบบตำแหน่งที่นั่งให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและการวางตำแหน่งที่เหมาะสมของอุปกรณ์ควบคุมแต่ละตัวส่งผลให้ได้ตำแหน่งการขับขี่ในอุดมคติ
การศึกษาสรีรศาสตร์ในรายละเอียดนำไปสู่​​การเซตจุดตาอ้างอิงของคนขับรถที่ 1,250 มิลลิเมตร ทำให้เกิดมุมมองที่ทิวทัศน์ชัดเจนโดยรอบไม่มีอะไรขัดขวางเช่นรางกันน้ำฝน จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำของรถให้เสถียรภาพที่ดีเมื่อเข้าโค้งหรือขับรถด้วยความเร็วสูง กอปรกับตำแหน่งการขับขี่เหมาะสมช่วยให้ผู้ขับขี่เห็นทิวทัศน์และการขับขี่อย่างมั่นใจ
อุปกรณ์ควบคุมแต่ละตัวที่ผู้ขับใช้งานได้โดยตรง อยู่ในตำแหน่งที่สอดคล้องกับการศึกษาสรีระศาสตร์เหมาะกับการทำงานของโครงสร้างของร่างกายมนุษย์ เพื่อหามุมที่ให้ความสะดวกสบายมากที่สุด ทำงานง่ายและแม่นยำ การใช้ประโยชน์จากที่วางขาซึ่งกว้างขวางเพียงพอเกิดจากการวางตำแหน่งข้างล้อหน้า แป้นเหยียบวางในตำแหน่งที่เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ให้นั่งสบายยืดขาได้ และสามารถเหยียบแป้นเบรกได้ตามธรรมชาติ การใช้แป้นเหยียบคันเร่งแบบบานพับช่วยให้การควบคุมแป้นเบรกได้ละเอียดและการส่งผ่านจากเท้าไปยังแป้นเบรกได้อย่างราบเรียบเมื่อเหยียบเบรก การหารูปทรงของแป้นเบรกและระยะห่างที่เหมาะสมช่วยป้องกันความเมื่อยล้าแม้ขับขี่เป็นระยะเวลานานและทำให้การทำงานของแป้นเบรกรวดเร็วและมีเสถียรภาพ พวงมาลัยสามารถปรับสูง-ต่ำได้ 45 มิลลิเมตรและปรับเข้า-ออกได้ 50 มิลลิเมตร ทำให้ช่วยปรับตำแหน่งได้ละเอียดการปรับตำแหน่งของหัวเกียร์ที่ด้านบนของพื้นคอนโซลช่วยให้ผู้ขับขี่ย้ายมือได้สะดวกระหว่างหัวเกียร์และพวงมาลัยโดยไม่ต้องออกแรงมากเกินไป การควบคุมอยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่สามารถทำงานได้อย่างราบเรียบและต่อเนื่องโดยการเอามือหนึ่งละจากพวงมาลัย และเลื่อนลงต่ำไปยังพื้นคอนโซลได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมีที่วางโทรศัพท์ซึ่งช่วยให้มีความเสถียรในการทำงาน
ทัศนวิสัยด้านหน้าและด้านหลังที่เป็นเลิศ
การออกแบบตาม KODO วางตำแหน่งเสาเอไปด้านหลัง เป็นการขยายการมองเห็นผ่านกระจกหน้ารถที่จะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยด้านหน้า ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่เห็นสภาพถนนข้างหน้าได้อย่างแม่นยำแม้ในขณะเข้าโค้ง นอกจากนี้ยังมีมุมของเสาที่เอียงและแผ่ออกตามความหนาและรูปร่างของพื้นที่หน้าตัด และยังช่วยลดความรู้สึกของข้อจำกัดระหว่างเสากับผู้โดยสาร การวางกระจกมองหลังด้านนอกตรงแผงตัวถังข้างประตูขยายทัศนวิสัยของการมองเห็นระหว่างกระจกหน้าและกระจกมองหลัง ทำให้ง่ายในการมองเห็นคนเดินถนน รวมไปถึงเด็กเล็กและสิ่งกีดขวาง
ตำแหน่งของเสาซีได้ถูกปรับอย่างระมัดระวังเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยด้านหลัง และทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นฝากระโปรงของรถยนต์ที่เคลื่อนที่ห่างไป 1.8 เมตร หลังรถ CX-3 นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบกระจกมองข้างเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่มองตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง
การออกแบบที่นั่งช่วยให้ตำแหน่งการขับขี่ที่ถูกต้องและช่วยลดความเมื่อยล้าเมื่อขับรถเป็นระยะเวลานาน
ที่นั่งด้านหน้าใช้แผ่นรองรับในพนักพิงหลังในขณะที่เบาะที่นั่งใช้เบาะรองรับชนิดลวดสปริง โครงสร้างเช่นนี้ทำให้เบาะที่นั่งยืดหยุ่นและบังคับให้ตัวผู้นั่งอยู่ในตำแหน่งที่ดี ในขณะที่มีการกระจายน้ำหนักตัวออกไปยังพื้นที่กว้างขึ้น สมดุลระหว่างการรองรับด้วยเบาะที่นั่งและพนักพิงหลังที่เหมาะสมทำให้การรองรับสำหรับตำแหน่งการขับขี่ที่เหมาะสม แม้กระทั่งเมื่อขับขี่เป็นระยะเวลายาวนาน
รูปร่างและความแน่นของที่นั่งถูกออกแบบให้รองรับร่างกายของผู้ขับขี่ (สะโพก เอว และขึ้นไปถึงด้านข้างของหน้าอก) เพื่อให้เกิดการยึดจับที่ดีตั้งแต่ขับขี่ในเมืองจนถึงการขับขี่บนถนนที่คดเคี้ยว เบาะรองที่นั่งและพนักพิงใช้วัสดุโฟมโพลียูรีเทนที่ดูดซับการสั่นสะเทือนได้ โดยผู้ขับขี่สามารถรับรู้การสั่นสะเทือนได้เมื่อการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ส่วนนี้ทำงานควบคู่กันกับแผ่นรองรับที่พนักพิงหลังเพื่อที่จะควบคุมการสั่นสะเทือนได้อย่างเหมาะสมและรับรู้ถึงความสะดวกสบายในการขับขี่ ที่นั่งด้านหน้าสามารถปรับเลื่อนได้ในช่วง 260 มิลลิเมตร และปรับความสูงได้ในช่วง 40 มิลลิเมตร เพื่อให้ผู้ขับขี่ที่มีขนาดร่างกายแตกต่างกันอยู่ในตำแหน่งการขับขี่ที่เหมาะสม ที่นั่งด้านหลังมีความสูงของพนักพิง 550 มิลลิเมตร ซึ่งจะทำให้ที่นั่งรู้สึกกว้างขวางและสะดวกสบายมากขึ้น
พื้นที่จัดเก็บ
ทีมพัฒนาได้ศึกษาเชิงลึกถึงสิ่งของที่ลูกค้าใส่เข้าไปในรถ ก่อนที่จะออกแบบพื้นที่จัดเก็บที่วางได้อย่างเหมาะสมเพื่อความง่ายในการเข้าถึงและการมองเห็นสำหรับที่นั่งด้านหน้า พื้นที่เปิดสะดวกตรงด้านหน้าของคันเกียร์เป็นจุดอุดมคติในการวางสมาร์ทโฟนรวมไปถึงช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ ซึ่งง่ายต่อลูกค้าในการชาร์ตไฟแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ คอนโซลกลางสามารถวางแก้วขนาดใหญ่หนึ่งคู่ ในขณะที่แผงประตูหน้าแต่ละข้างสามารถวางขวดขนาดที่ใหญ่กว่าได้ เช่น ขวดพลาสติกหนึ่งลิตร รวมไปถึงการเก็บแผนที่หรือสิ่งของขนาดเล็กอื่นๆ
ที่เก็บของตรงที่นั่งหลังมีช่องเก็บของหลังพนักพิงด้านคนขับและที่นั่งผู้โดยสารข้างคนขับ ประตูหลังแต่ละประตูมีช่องเก็บของที่สามารถเก็บขวดน้ำพลาสติกขนาด 500 มิลลิลิตร (20 ออนซ์) นอกจากนี้ ยังมีช่องขนาด 110 มิลลิเมตร x 80 มิลลิเมตร x 70 มิลลิเมตร ตรงส่วนหลังของพื้นคอนโซล
ช่องเก็บสัมภาระที่มีพื้นที่ยืดหยุ่น
นอกจากการออกแบบด้านหลังที่ดูมีพละกำลังและมีสไตล์ CX-3 มีช่องเก็บสัมภาระขนาดกว้าง 1,000 มิลลิเมตร และยาว 696 มิลลิเมตร ปริมาตร 240 ลิตร ช่องเก็บสัมภาระสามารถจุกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ (75 เซนติเมตร) ในขณะที่ระยะระหว่างกระเป๋าเดินทางและฝากระโปรงมีเพียงพอสำหรับให้ขนถ่ายสัมภาระได้ง่าย พนักพิงด้านหลังที่สามารถปรับพับลงได้ 60:40 ยังทำให้สามารถบรรจุสิ่งของที่มีลักษณะยาวได้ ระยะระหว่างส่วนล่างของฝากระโปรงถึงช่องเก็บสัมภาระสูง 73 เซนติเมตร ทำให้สามารถขนถ่ายสิ่งของเช่น กระเป๋าเดินทางได้ง่าย ฝากระโปรงเปิดปิดง่าย ช่วยลดกำลังที่ใช้ในการเปิดและปิด และยังช่วยให้แน่ใจว่าปิดสนิท ทีมพัฒนาได้จัดวางตัวหน่วงค้ำยันและได้ออกแบบกลไกการเปิดฝาประโปรง โดยสามารถเปิดได้โดยการยื่นมือไปกดสวิตช์เปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในขอบมือจับด้านใน
HMI ของมาสด้ารุ่นใหม่ สำคัญสูงสุดในการขับขี่อย่างปลอดภัย
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร (HMI) ในเจเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้ามีความปลอดภัยเป็นความสำคัญสูงสุด โดยเฉพาะการออกแบบที่นั่งผู้ขับขี่โดยใช้แนวคิด Head-up Cockpit โดยมุ่งหวังที่จะช่วยผู้ขับขี่ประมวลผลข้อมูลอันหลากหลายโดยยังคงอยู่ในตำแหน่งการขับขี่ที่ถูกต้อง และมุ่งประเด็นไปที่การขับขี่อย่างปลอดภัย มันถูกออกแบบมาให้ง่ายต่อการใช้งาน ในขณะเดียวกันช่วยลดการเบี่ยงเบนความสนใจเช่น การคิด การมอง และการสัมผัส ที่นั่งผู้ขับขี่แบ่งเป็นสองโซน โซนหนึ่งสำหรับข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการทำงานอย่างปลอดภัยของรถ และอีกโซนหนึ่งสำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ข้อมูลคนขับรถและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการควบคุมการแสดงผลให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด
จอแสดงผลการขับขี่ที่ใช้งาน
ข้อมูลที่ได้จากจอแสดงผลจะสะท้อนขึ้นกระจกหน้าและฉายเป็นภาพเสมือนบนคอมไบเนอร์ (จอแสดงผลที่ชัดเจนติดตั้งในแนวตั้งบนที่บังมิเตอร์) เพื่อลดการเคลื่อนไหวของตาและภาระของการปรับโฟกัส ดั้งนั้น ภาพจะถูกกำหนดให้อยู่ในโฟกัสประมาณ 1.5 เมตรห่างจากจุดตาอ้างอิงของคนขับรถ ความเร็วของรถ ทิศทางจากระบบนำทาง และข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญอื่นๆ จากระบบความปลอดภัยขั้นสูงจะแสดงตามเวลาจริง
มิเตอร์
ความหลากหลายของข้อมูลจะถูกแสดงรวมกับสถานะปัจจุบันของรถ ข้อมูลนี้จะถูกแบ่งในระหว่างมิเตอร์ทรงกลมขนาดใหญ่ตรงกลางและหน้าจอแสดงผลที่อยู่ด้านข้าง ตำแหน่งของหน้าจอแสดงผลขึ้นอยู่กับระดับความสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ความถี่ของการมอง และความสัมพันธ์กับข้อมูลอื่นๆ ที่แสดงผล CX-3 เกรดสูงใช้จอแสดงผลการขับขี่ที่มีมาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์อนาล็อกตรงกลางพร้อมหน้าปัดแสดงความเร็วดิจิตอลตรงมุมขวาด้านล่าง CX-3 เกรดอื่นมีมาตรวัดความเร็วตรงกลางและมาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์แบบดิจิตอลตรงปีกด้านซ้าย สำหรับรถทุกเกรด ปีกด้านขวาของจอแสดงผลจะแสดงอุณหภูมิภายนอก ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และตัวชี้วัดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ความปลอดภัย
จอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว
จอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว ที่ติดตั้งอยู่ด้านบนของแผงหน้าปัดสามารถดูได้ในมุมแคบถึง 17.2 องศา โดยผู้ขับขี่และผู้โดยสารต้องมองต่ำลง การกำหนดตำแหน่งข้อมูลที่แสดงตามความสูงและระยะที่เหมาะสมลดเวลาที่ทำให้ไขว้เขวจากการมองได้ การที่จอแสดงผลอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวทำให้การเคลื่อนไหวใดๆ จะถูกมองเห็นโดยผู้ขับขี่ การวางตำแหน่งจอแสดงผลที่ตำแหน่งตรงโคมไฟท้ายของรถคันหน้าตรงกับระดับสายตาของผู้ขับขี่แม้ในขณะที่ดูการแสดงผลตอนขับรถทำให้เกิดการขับรถที่ปลอดภัย
การควบคุมการสั่งการ
การควบคุมการสั่งการเป็นอุปกรณ์ที่ผู้ขับขี่สามารถทำงาน โดยการสัมผัสเพียงอย่างเดียวในการควบคุมข้อมูลต่างๆ ที่แสดงบนจอแสดงผลกลาง สวิตช์อยู่ในตำแหน่งที่ผู้ขับรถสามารถเข้าถึงได้เพียงโดยการลดมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยไปยังพื้นคอนโซลเหมือนการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ การทำเช่นนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน
เพื่อเพิ่มความสะดวกในการควบคุมสั่งการที่รองรับฝ่ามือซึ่งทำจากยางขนาดสูง 16 มิลลิเมตร และกว้าง 43 มิลลิเมตร ได้ถูกติดตั้งไว้ตรงพื้นคอนโซล ที่รองรับฝ่ามือเสริมข้อมือของคนขับรถเพื่ออำนวยความสะดวกในการควบคุมสั่งการ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำงานของอุปกรณ์ที่ใช้ข้อมือช่วยในการคลิกเลือกสวิตช์แบบหมุนโดยถูกเซตไว้เป็นมุมอย่างละเอียด
การทำงานของคำสั่งเสียง
ผู้ขับขี่สามารถควบคุมฟังก์ชั่นได้ง่ายโดยการพูดผ่านไมโครโฟน ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนเมนู การเล่นระบบเสียง การหยุด และการเลือกสถานีวิทยุเช่นเดียวกับการซูมเข้า-ออกเพื่อดูแผนที่ระบบนำทาง เมื่อผู้เล่นเพลงจากมือถือหรือสมาร์ทโฟนได้ถูกเชื่อมต่อกับรถผ่านช่องต่อ USB คำสั่งเสียงยังคงสามารถใช้ในการค้นหาเพลงตามชื่อศิลปินหรือเบอร์โทรศัพท์ที่เก็บไว้ในรายชื่อผู้ติดต่อสมาร์ทโฟน การสั่งงานด้วยเสียงยังสามารถใช้ในการป้อนที่อยู่เมื่อตั้งค่าสถานที่สำหรับระบบนำทาง
MZD Connect - ระบบการเชื่อมต่อในรถขั้นสูง
MZD Connect เป็นระบบการเชื่อมต่อในรถที่ทำให้ปลอดภัยและง่ายต่อการใช้ประโยชน์จากฟังก์ชั่นรวมถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และการเข้าถึงบริการเครือข่ายสังคมที่ลูกค้าในวันนี้ให้การพิจารณาว่ามีความสำคัญแม้ในขณะที่อยู่ระหว่างการขนส่ง ตอบสนองต่อความหลากหลายของความต้องการโดยมากการปรับปรุงความสะดวกสบายของฟังก์ชั่นที่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อบลูทูธ เช่นการทำงานโทรศัพท์แฮนด์ฟรี การรับข้อความสั้น และวิทยุอินเทอร์เน็ตรวมทั้ง Aha โดย HARMAN (ต่อไปนี้เรียกAha)*2 โดยการสนับสนุนการพัฒนาการอย่างต่อเนื่องของการสื่อสาร อุปกรณ์ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ระดับแพลตฟอร์มใหม่นี้ทำให้แน่ใจว่าลูกค้าจะมีการเข้าถึงบริการใหม่ล่าสุดโดยไม่ต้องสลับฮาร์ดแวร์ใด ๆ
*2 ไม่มีในบางภูมิภาค
ระบบเสียง
ระบบเสียงมีความสามารถในการรับสัญญาณ AM/FM ออกอากาศภาคพื้นดิน และสนับสนุนการเล่นไฟล์เสียงจากแผ่นซีดีของลูกค้า iPod หรืออื่น ๆ ที่ผู้เล่นเสียงแบบพกพา เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนระบบนี้ยังช่วยให้การเข้าถึงเนื้อหาเว็บเช่น Aha™*2
Aha™*2 เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์ที่ทำโดย HARMAN สหรัฐอเมริกาที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงมากกว่า 100,000 สถานีออกอากาศจากทั่วโลกรวมทั้งบีบีซีและซีเอ็นเอ็นการเขียนโปรแกรมเฉพาะของประเภทต่าง ๆ และถ่ายทอดจากสถานที่ห่างไกล นอกจากนี้ ยังมีบริการดาวน์โหลดของหนังสือฟรี เมื่อใช้ Aha™*2 ระบบสามารถอ่านออกเสียงล่าสุดในช่วงระยะเวลาทวิตเตอร์ของลูกค้า นอกจากนี้ยังสามารถอ่านออกเสียง Facebook รายการอาหารใหม่ล่าสุดและอนุญาตให้ลูกค้าที่จะ “Like” รายการหรือโพสต์ข้อความเสียงโดยใช้ฟังก์ชั่นตะโกน (Shout)
การนำเสนอเนื้อหาเว็บ ได้แก่ StitcherTM*2 บริการตามความต้องการนี้มีให้มากกว่า 15,000 รายการทอล์คโชว์รายการเพลงและพอดคาสต์จากทั่วโลก ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับการฟังเนื้อหาที่ชื่นชอบเมื่อใดก็ตามที่ต้องการ
*1 ข้อเสนอแตกต่างกันตามประเทศหรือภูมิภาค
*2 ไม่มีในบางภูมิภาค
ระบบการสื่อสาร
นอกเหนือจากการจัดให้มีโทรศัพท์แฮนด์ฟรีในรถและการเข้าถึงรายการติดต่อแล้ว CX-3 ยังสามารถรับข้อความสั้นและแสดงรายการของผู้ส่งมาได้ เมื่อรถวิ่ง ฟังก์ชั่น ตัวอักษร-สู่-เสียง สามารถอ่านออกเสียงเนื้อหาที่อยู่ภายในอีเมล์ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถตอบกลับไปยังผู้ส่งโดยการเลือกจากข้อความที่กำหนดไว้ก่อนหน้า
4. พลศาสตร์ของการขับขี่
สมรรถนะทางพลศาสตร์ที่ให้ความเพลิดเพลินในการขับขี่อย่างไม่จำกัด
มาสด้าแสวงหาความสุขในการขับขี่อย่างต่อเนื่องและตอบสนองอย่างมั่นใจตามความประสงค์ของผู้ขับขี่ การมีรถที่ตอบสนองความคาดหวังของผู้ขับขี่อย่างแท้จริง มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความสุขในประสบการณ์ขับขี่ Jinba-Ittai ตลอดจนได้รับพละกำลังและความเร็ว
บนพื้นฐานของปรัชญานี้ ทีมพัฒนา CX-3 มุ่งที่จะส่งมอบความเรียบง่ายในการบังคับรถบนถนนในเมือง ประกันความมั่นใจเมื่อขับขี่บนทางหลวง และโดยเฉพาะตอบสนองอย่างมั่นใจเมื่อเลี้ยวโค้งบนถนนในต่างจังหวัด โดยการใช้เทคโนโลยี SKYACTIV และปรับแต่งลักษณะจำเพาะทั้งหมดให้เข้ากับความรู้สึกของมนุษย์ มาสด้าสร้างการตอบสนองโดยตรงต่อการกระทำของผู้ขับขี่พร้อมกับเสถียรภาพในการขับขี่ที่ Jinba-Ittai ต้องการ การให้ความสนใจกับต้นกำลังที่เป็นเครื่องยนต์ SKYACTIV-D 1.5 สามารถผลิตแรงบิดมากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ด้วยความรู้สึกที่มั่นใจในพละกำลังและสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นเลิศ สมรรถนะทางพลศาสตร์ของ CX-3 ให้ความเพลิดเพลินในการขับขี่ที่ไม่จำกัด
SKYACTIV-CHASSIS สมรรถนะสูงและน้ำหนักเบา
การปรับปรุงในรายละเอียดของฟังก์ชั่นการรองรับและบังคับเลี้ยวนำไปสู่​​การใช้ SKYACTIV-CHASSIS ที่ส่งผ่านการตอบสนองที่มั่นใจแก่ความปรารถนาของผู้ขับขี่ และระดับที่เหนือชั้นกว่าของความสะดวกสบายและประกันความมั่นใจ การปรับแต่งอย่างละเอียดของทุกชิ้นส่วนที่สัมพันธ์กันสื่อให้เห็นถึงการตอบสนองตามธรรมชาติ ความง่ายในการควบคุมและความมั่นใจ แม้กระทั่งเมื่ออยู่บนทางหลวง แชสซีใช้คานบิดน้ำหนักเบาในระบบรองรับด้านหลังที่มีประสิทธิภาพมีขนาดกะทัดรัด และเป็นตัวหน่วงทั้งในด้านหน้าและหลัง ซึ่งมีความเหมาะสมที่สุดในด้านคุณลักษณะของความเสียดทาน ตลอดจนเกียร์ของพวงมาลัยที่มั่นคงติดตั้งเพื่อส่งคุณลักษณะการบังคับรถที่เป็นเชิงเส้น และความสะดวกสบายด้วยความรู้สึกของคุณภาพที่ดี
ระบบรองรับให้การตอบสนองของรถโดยตรงและเสถียรภาพที่ดีเยี่ยม
ระบบรองรับของ CX-3 เป็นแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงในด้านหน้าและระบบรองรับแบบกึ่งอิสระคานบิดในด้านหลัง
ระบบรองรับหน้ามีระยะคาสเตอร์ 30 มิลลิเมตร และมุมคาสเตอร์ 5.0 องศา ให้ความรู้สึกเชิงบวกเมื่อเลี้ยวและคุณลักษณะการตอบสนองเชิงเส้นโดยตรง สิ่งนี้ช่วยให้ได้รับทั้งความมั่นใจในสมรรถนะอันปราดเปรียวเมื่อขับขี่ในเมืองหรือถนนที่คดเคี้ยว และเสถียรภาพของรถวิ่งตรงอย่างเป็นเลิศเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางหลวง การจัดวางระบบรองรับด้านหน้ามีจุดประสงค์เพื่อทำให้การนั่งเกิดความสบายที่สุดโดยการลดความแตกต่างของมุมตามระยะชักของตัวหน่วงด้านหน้าและการตะกุยของล้อหน้า
ระบบรองรับด้านหลังใช้แนวคิด SKYACTIV-CHASSIS ในการจัดการกับตำแหน่งติดตั้งของคานบิดที่อยู่สูง ช่วยลดปริมาณการสั่นสะเทือนจากผิวถนนสู่ตัวถังรถ และปรับปรุงเสถียรภาพในการวิ่งทางตรงให้ได้การขับขี่ที่สบายและประสบการณ์ขับขี่ที่รู้สึกมั่นใจ การวิเคราะห์เชิงลึกถึงคุณลักษณะของสปริงและตัวหน่วงของบูชลูกยางในระบบรองรับด้านหลังร่วมกับความแข็งแกร่งของตัวถัง นำไปสู่การลดน้ำหนักและช็อคอัพด้านหลังเป็นอย่างมาก
อีกอย่างหนึ่งที่ได้กระทำไปคือการหาค่าที่เหมาะสมที่สุดของคุณลักษณะของตัวหน่วงด้านหน้าและด้านหลัง การควบคุมความผันผวนของแรงเสียดทานในตัวหน่วงในรูปแบบที่ตัวหน่วงตอบสนองดีแม้ในขณะการยืดหดที่รวดเร็ว ทำให้ได้การขับขี่ที่ราบเรียบ สบาย และปรับปรุงการตอบสนองเริ่มตันของระบบบังคับเลี้ยว
ระบบพวงมาลัยเบาและเสถียร
การพัฒนาที่มุ่งเพื่อให้บรรลุความรู้สึกเบาตอบสนองความมั่นใจต่อความปรารถนาของผู้ขับขี่ เพื่อให้เกิดความพอใจและประสบการณ์ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนนชานเมืองที่คดเคี้ยวหรือบนทางหลวง การเซตอัตราทดเกียร์พวงมาลัยให้เหมาะสม เพื่อให้คุณลักษณะของความเสถียรและปรับปรุงผลตอบสนองต่อพวงมาลัยเมื่อเลี้ยวเข้าโค้ง ในขณะเดียวกัน การติดตั้งพวงมาลัยที่มั่นคงช่วยเพิ่มความเป็นเชิงเส้นเช่นเดียวกับความมั่นคงของระบบบังคับเลี้ยว เพื่อแก้ไขปัญหาการสั่นพ้องของการเลี้ยวที่มีสาเหตุมาจากการติดตั้งที่แข็งเกร็ง จึงมีการใช้โครงสร้างที่มีชิ้นส่วนขวางรองรับ โดยมีการวิเคราะห์คุณลักษณะการส่งผ่านการสั่นสะเทือนของแชสซีเพื่อลดการการสั่นสะเทือนอันไม่พึงประสงค์นี้
ระบบเบรกที่ให้การควบคุมที่ดีเยี่ยม
ระบบเบรกใช้แผ่นดิสก์มีช่องระบายความร้อนในด้านหน้าและแผ่นดิสก์เต็มในด้านหลัง เพื่อให้เกิดความสุขในการขับขี่อย่างมั่นใจ จึงมีการให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการควบคุมที่ถูกพัฒนาขึ้นที่ความเร็วต่ำถึงปานกลาง พร้อมกับสมรรถนะในการเบรกภายใต้สภาวะความเร็วสูงและอัตราหน่วงสูง
มาสด้าปรับลักษณะของหม้อลมเบรก เพื่อให้เหมาะสมที่สุดกับสภาวะการขับขี่ในหลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างของการควบคุมที่ความเร็วต่ำถึงปานกลางในลานจอดรถที่ซึ่งผู้ขับขี่เหยียบเบรกเบาๆ เหยียบแป้นเบรกตามสัญญาณที่ให้ไว้บนถนนในเมือง หรือทำให้รถช้าลงเพื่อหยุดตรงทางแยก แป้นเบรกให้ความรู้สึกง่ายขึ้นในการควบคุมและทำงานเร็วขึ้น แต่ยังคงให้ความสนใจไปถึงความรู้สึกถึงแรงเร่งที่มีพละกำลังเกิดขึ้นตอนเลี้ยวเข้าโค้งที่ความเร็วสูง ตัวอย่างหนึ่งได้แก่การที่ผู้ขับขี่ได้เบรกเพื่อเตรียมเข้าสู่ถนนคดโค้ง และมีการหน่วงระหว่างการเข้าโค้ง และการเร่งออกจากโค้ง เพื่อที่จะได้สมรรถนะที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ต่างๆ ความรู้สึกของแป้นเบรกได้ถูกปรับเพื่อให้ได้การทำงานที่ราบเรียบเมื่อเริ่มเหยียบแตะเบรกในตอนแรกและรู้สึกแข็งเมื่อประสบกับแรงเร่งที่มีพละกำลัง
SKYACTIV-BODY น้ำหนักเบาและแข็งแกร่งสูง
CX-3 ใช้ SKYACTIV-BODY ของมาสด้าในการออกแบบซึ่งประสบความสำเร็จเชิงสมรรถนะเป็นอย่างมากในสามประการที่ขัดแย้งกัน: ความปลอดภัยจากการชน น้ำหนักตัวถังเบา และความแข็งแกร่ง CX-3 ใช้สถาปัตยกรรม SKYACTIV-BODY เสริมโครงสร้างด้วยคานทุกที่ที่เป็นไปได้ โครงสร้างอย่างต่อเนื่องทำให้ฟังก์ชั่นของส่วนต่างๆ ทำงานอย่างสอดคล้องกัน และการวางตำแหน่งเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงที่มีประสิทธิภาพ และติดตั้งเข้าด้วยกันโดยการจัดวางอย่างเรียบง่าย ส่งผลให้ตัวถังมีน้ำหนักเบาและใช้ความแข็งแกร่งสูงตลอดจนความรู้สึกของคุณลักษณะการหน่วงเชิงบวก
มาตรการที่ดำเนินการเพื่อบรรลุสู่ความแข็งแกร่งของตัวถังในระดับสูง คือการสร้างจุดเชื่อมต่อที่แข็งแรงระหว่างจุดติดตั้งสำหรับตัวหน่วงรองรับด้านหน้าและโครงสร้างด้านหน้าและบริเวณที่ใช้ยึดจับ จุดยึดตัวหน่วงรองรับด้านหลังใช้โครงสร้างตะเกียบที่สร้างรอยต่อในสามมิติโดยการเชื่อมจุดติดตั้งด้านบนของตัวหน่วงเข้ากับชิ้นส่วนรับแรงด้านขวาง เช่นเดียวกันกับชิ้นส่วนด้านบนและด้านล่างของบานเปิดฝากระโปรง นอกจากนี้ ส่วนด้านหลังของที่เปิดฝากระโปรงใช้การเชื่อมจุดเพื่อสร้างชิ้นส่วนปิด การเพิ่มโครงสร้างหน้าตัดให้กะทัดรัดแต่แข็งแกร่งและลดน้ำหนักในเวลาเดียวกัน ชิ้นส่วนที่นอกเหนือจากตัวถังจัดเป็นตัวหน่วงเชิงพลสาสตร์ที่เสริมความรู้สึกการหน่วงโดยรวมของรถในขณะที่อาจมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น จุดติดตั้งที่นั่งด้านหลังเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สำคัญ การเสริมความแข็งแกร่งของจุดยึดเบาะหลังช่วยลดการผิดรูปของตัวถังเมื่อเกิดการชนโดยการย้ายที่นั่งไปในทิศตรงกันข้าม
การจัดวางโครงสร้างใหม่รวมเอาชิ้นส่วนที่รับแรงตามขวางในส่วนกลางของตัวถัง สำหรับ SKYACTIV-BODY ในรุ่นก่อนเข้าด้วยกัน แล้วแทนที่ด้วยชิ้นส่วนที่รับแรงตามขวางใหม่ชิ้นเดียวติดตั้งที่ฐานของเสาบี สิ่งที่เปลี่ยนแปลงนี้สร้างการจัดวางอย่างง่ายที่ทำให้ชิ้นส่วนที่รับแรงตามขวางสามารถจัดการกับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพจากเสาบีตอนเกิดการชนด้านข้าง ชิ้นส่วนโครงสร้างด้านหน้าและกันชนทรงกระบอกใช้วัสดุหน้าตัดที่เป็นรูปกากบาท การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ได้แก่ ตัวถังที่ใช้วัสดุโค้งตีบที่มีความแข็งแกร่งครากสูงบนพื้นที่หน้าตัดของคานกันชนหน้า วัสดุเสริมแรงด้านข้าง และเสาบี นอกจากนี้ยังใช้วัสดุที่มีหน้าตัดหลายเหลี่ยมพร้อมขอบสันมากมายเพื่อทำเป็นชิ้นส่วนรับแรงด้านข้างที่เชื่อมจากพื้นถึงโครงสร้างด้านหลัง และการออกแบบเป็นเส้นตรงทั้งหมดสำหรับชิ้นส่วนที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าอยู่แล้ว นอกจากนี้ แผงตัวถังแต่ละแผงใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงและรูปแบบของลูกกลมที่หลากหลายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและทำให้เกิดฟังก์ชั่นในฐานะที่เป็นชิ้นส่วนโครงสร้าง ที่ซึ่งในทางกลับกันทำให้โครงสร้างทั้งหมดมีน้ำหนักเบา
ความพยายามที่จะใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงและทนแรงดึงสูงพิเศษกับตัวถังทั้งหมด ทำให้อัตราส่วนการใช้งานเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง 440 เมกะพาสคาล เพิ่มขึ้น 63% และเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงพิเศษ 780 เมกะพาสคาล เพิ่มขึ้น 29% วัสดุเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงพิเศษ 1,180 เมกะพาสคาล มีอัตราส่วนการใช้งาน 4% เป็นที่น่าสังเกตโดยเฉพาะว่าถูกใช้งานเป็นจำนวน 11 ชิ้นส่วน เช่น ชิ้นส่วนด้านในของเสาเอ ชิ้นส่วนด้านในของรางหลังคา ชิ้นส่วนรับแรงด้านขวางที่เชื่อมเสาบีและชิ้นส่วนเสริมแรงด้านข้าง โดยเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากสำหรับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นและน้ำหนักที่เบาลง นอกจากนี้คานกันชนด้านหน้าใช้เหล็กกล้าประทับร้อน 1,800 เมกะพาสคาล
สมรรถนะ NVH ที่ดีเยี่ยม
ความพยายามร่วมกันในการลดการส่งผ่านเสียงและการสั่นสะเทือน สามารถทำได้โดยการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ด้วย CAE (Computer Aided Engineering) โดยการปรับรูปร่างของเม็ดกลมบนแผงโดยมีความละเอียดระดับมิลลิเมตร การให้ความสำคัญแก่รายละเอียดการออกแบบทั้งหมดจะคำนึงถึงสภาวะการขับขี่ของรถที่เผชิญ รวมไปถึงเวลาการขับขี่และความเร็ว อุณหภูมิสิ่งแวดล้อมและความสูง รวมไปถึงปฏิสัมพันธ์กับตัวอุปกรณ์ชิ้นส่วนเอง เป็นผลให้ CX-3 เป็นรถมีสภาพแวดล้อมในห้องโดยสารที่เงียบสงบและสะดวกสบาย
เพื่อลดเสียงรบกวนจากถนน ทีมพัฒนาระบุชิ้นส่วนที่สามารถสร้างเสียงหรือการสั่นสะเทือนได้โดยง่ายจากการทดลองด้วย SKYACTIV-CHASSIS ครั้งแล้วครั้งเล่าถึงปัจจุบัน และทำงานเพื่อควบคุมการสั่นพ้องของระบบรองรับ ความพยายามเหล่านี้เป็นผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนและเสียงที่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อขับขี่บนถนนที่ปูด้วยพื้นผิวขรุขระ
เพื่อที่จะลดการสั่นสะเทือนจากระบบส่งกำลัง ทีมพัฒนายกระดับจุดติดตั้งเครื่องยนต์และปรับแต่งรูปร่างและความแข็งของยางแท่นเครื่องยนต์ การควบคุมการสั่นสะเทือนจากระบบส่งกำลังและการจำกัดระดับการสั่นสะเทือนให้มีการเคลื่อนที่เล็กน้อยในแนวดิ่งนั้นทำให้เกิดความสะดวกสบายในการขับขี่โดยการลดทั้งการสั่นสะเทือนที่มาจากเครื่องยนต์ตอนสตาร์ท และปริมาณการสั่นสะเทือนที่ไม่พึงประสงค์ส่งผ่านมายังพื้นและที่นั่งในขณะขับรถ นอกจากนี้การใช้รูปร่างที่เหมาะสมของลูกกลมบนถาดล้ออะไหล่ยังช่วยลดการเกิดการสั่นสะเทือนและเสียงดังได้ เช่นเดียวกันกับห้องเกียร์-ตัวถัง
นอกเหนือจากมาตรการต่างๆเพื่อลด NVH ยังคงให้ความสำคัญกับฉนวนกันเสียง ตามแนวคิด ปิดกั้นเส้นทาง และดูดซับความเข้มข้นของเสียง วัสดุฉนวนกันเสียงและวัสดุดูดซับเสียงได้ถูกติดตั้งอย่างเหมาะสมในรถเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อที่จะปิดเส้นทางต่างๆที่เสียงสามารถเดินทางเข้าสู่ห้องโดยสารได้ และในช่องต่างๆที่เสียงสามารถเดินทางไปอีกทีหนึ่งได้
อากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมส่งเสริมเสถียรภาพของการขับรถและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
การพัฒนาสมรรถนะทางอากาศพลศาสตร์สำหรับ CX-3 ยึดหลักการของมาสด้า “aerodynamically efficient ground line” หมายถึง เส้นการไหลของอากาศผ่านใต้ตัวถังและยกระดับอากาศพลศาสตร์โดยการปรับปรุงสมดุลของการไหลขึ้นบนและลงล่าง ที่ลู่เข้าสู่ด้านหลังของตัวถังรถ ทีมพัฒนานำประโยชน์ของการวิเคราะห์ CFD (Computational Fluid Dynamics) โดยการจำลองแบบและวิเคราะห์ชิ้นส่วนทางอากาศพลศาสตร์ที่ตำแหน่งสำคัญๆ ทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมาก สิ่งนี้ทำให้ตระหนักถึงรูปแบบอันงดงามของการออกแบบตาม KODO ในขณะเดียวกันก็ได้สมรรถนะทางอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง ส่งผลให้เกิดการปรับปรุงสมรรถนะการขับขี่และการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
ตรงตัวถังส่วนบนมีความพยายามที่จะสร้างรูปแบบที่จะลดความปั่นป่วนจากอากาศที่กระทบกับส่วนหน้ารถ มาตรการที่ทำได้แก่ ตระแกรงด้านหน้าใช้รูปร่างที่เป็นช่อง ขอบด้านในมุมของกันชนหน้าและโคมไฟใหญ่ใช้รูปทรงบานออก และหน้าตัดของเสาเอใช้เส้นราบเรียบ ที่ด้านหลังของรถ มาตรการที่ใช้ในการลดการผสมผสานของอากาศที่ไหลจากด้านบนของหลังคาและเส้นการไหลของอากาศเหนือกระจกหลัง ทำได้โดยการใช้รูปร่างตรงด้านหลังของหลังคาเป็นลักษณะสปอยเลอร์ และการเพิ่มสปอยเลอร์ข้างด้านหลัง
เส้นการไหลของอากาศใต้ตัวถังถูกกั้นเป็นแนวให้ไหลตรงออกไปสู่ด้านหลังจะผ่านแผงใต้หม้อน้ำ แผงใต้เครื่องยนต์ แผงใต้อุโมงค์เพลา แผงปิดพื้นตรงกลาง ตลอดจนบังลมยางหน้าและหลัง แทนที่จะใช้การออกแบบที่ปิดพื้นล่างทั้งหมด แผงปิดพื้นตรงกลางจะถูกติดตั้งเฉพาะใต้ส่วนหลังของพื้นเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
เครื่องยนต์ SKYACTIV
CX-3 มีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้ 2 แบบ แบบแรกเป็น SKYACTIV-G 2.0 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ที่มีความเบาและให้ความสุขในการขับรถอย่างมีชีวิตชีวาบนถนนในเมืองหรือชานเมือง อีกแบบหนึ่งคือ SKYACTIV-D 1.5 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซลขนาดเล็ก สำหรับการส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติสำหรับเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน มีฟังก์ชั่นเลือกการขับขี่ (Drive Selection) โดยปรับการควบคุมเครื่องยนต์ตลอดจนจังหวะการเปลี่ยนเกียร์และความเร็วทำให้รู้สึกถึงประสบการณ์การขับขี่
นอกจากนี้ยังมีบางรูปแบบใช้ระบบหยุดเครื่องยนต์เดินเบา (ระบบ i-Stop) ของมาสด้า ที่มีส่วนในการช่วยประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ที่เป็นประโยชน์อย่างมากในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
SKYACTIV-D 1.5 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซลขนาดเล็ก
SKYACTIV-D 1.5 เป็นเครื่องยนต์ดีเซลสะอาดขนาดเล็ก 1.5 ลิตรที่ให้แรงบิดมากกว่าเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร มีการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับแถวหน้า เครื่องยนต์ติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์ขนาดเล็กพิเศษหนึ่งตัวที่สามารถสร้างความดันได้ตลอดช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์ เครื่องยนต์มีกำลังสูงสุด 77 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร ในขณะเดียวกัน เครื่องยนต์มีอัตราการบริโภคเชื้อเพลิง 4.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (โหมด Combined)
SKYACTIV-D 1.5 ใช้เทคโนโลยีหลายอย่างในเครื่องยนต์ขนาดเล็กเพื่อให้ได้คุณลักษณะของการเผาไหม้ในอุดมคติที่ได้รับจากเครื่องยนต์ SKYACTIC-D 2.2 อัตราส่วนการอัดมีค่าเป็น 14.8:1 หัวฉีดเชื้อเพลิงกระจายตัวสูงโดยใช้วาล์วโซลีนอยด์ และลูกสูบรูปไข่เป็นขั้น ทั้งหมดนี้เป็นคุณสมบัติของรุ่น 2.2 ลิตร รวมไปถึงผลตอบสนองดังใจและแรงบิดที่ทรงพลังตลอดช่วงความเร็วรอบของเครื่องยนต์ จุดระเบิดง่ายและสตาร์ทเย็นได้ดี การทำงานเงียบคุณสมบัติการเผาไหม้ในอุดมคตินี้ตระหนักถึงสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมที่โดดเด่น และลดการปลดปล่อยมลพิษไนโตรเจนออกไซด์และฝุ่นละอองโดยไม่ต้องใช้ระบบบำบัดไอเสียที่มีราคาแพง
เทคโนโลยีที่สำคัญที่ใช้ใน SKYACTIV-D 1.5
ü หัวฉีดโซลินอยด์: การแตกเป็นละอองฝอยของสารผสมเชื้อเพลิงลดระยะทางและสร้างความมั่นใจในการเดินทางไปถึงผนังกระบอกสูบเพื่อลดการสูญเสียจากความเย็น หัวฉีดใช้การควบคุมการเผาไหม้ที่กำหนดรูปแบบฉีดที่ดีที่สุดและอัตราการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงในการตอบสนอง ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภายในกระบอกสูบ ภายใต้สถานการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกัน
ü ลูกสูบรูปไข่เป็นขั้น: ส่วนที่ยกขึ้นตรงใจกลางของหัวลูกสูบกระจายเชื้อเพลิงที่ถูกฉีดอย่างรวดเร็วไปทั่วห้องเผาไหม้ เพื่อลดพื้นที่ในการบีบจึงใส่แนวขอบที่เป็นขั้นเข้าไปทั่วเส้นรอบวงทั้งหมดของด้านบนลูกสูบซึ่งยับยั้งการไหลรอบขอบและป้องกันไม่ให้ก๊าซเผาไหม้จากความเย็น
ü เทอร์โบชาร์จเจอร์แปรผัน: เพิ่มความดันได้อย่างเพียงพอตลอดช่วงที่กว้าง จากรอบเครื่องยนต์ต่ำไปสูง แม้จะมีขนาดกะทัดรัดเป็นพิเศษ พร้อมกับเซ็นเซอร์ความเร็วในการหมุนที่รักษากำลังและแรงบิดที่ความเร็วสูงให้ได้ความรู้สึกถึงพละกำลังที่มีเทอร์โบเริ่มบูสต์ที่ความเร็วรอบต่ำ เพื่อให้แน่ใจว่าจะสตาร์ทเครื่องยนต์ง่ายในสภาพอากาศที่หนาวเย็น เทอร์ไบน์หมุนในทิศทางที่ตรงข้ามกับเทอร์โบชาร์จเจอร์ทั่วไปเพื่อสร้างเส้นทางตรงสำหรับก๊าซไอเสียซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียความดัน และเพิ่มประสิทธิภาพ
ü ระบบนำไอเสียกลับมาใช้ใหม่ (EGR) ที่มีความดันสูงและต่ำ: ระบบนำไอเสียกลับมาใช้ใหม่เป็นท่อคู่เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถบูสต์กำลังได้ภายใต้ภาระมากระบบ EGR จำกัดการลดลงในประสิทธิภาพการบูสต์ของเทอร์โบชาร์จเจอร์ ในขณะที่ยังสามารถทำงานได้ดีเมื่อใช้ EGR ในปริมาณมาก
ü อินเตอร์คูลเลอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำแบบติดตั้งเข้าไปในท่อร่วมไอดี: การติดตั้งอินเตอร์คูลเลอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำที่มีการควบคุมการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงตรงท่อร่วมไอดีเพิ่มความเร็วในการไหลของก๊าซ EGR ในท่อร่วมไอดี เพื่อปรับปรุงการตอบสนองและการเพิ่มประสิทธิภาพในการบูสต์ ท่อร่วมไอดีทำจากพลาสติกที่มีน้ำหนักเบา
ü ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์: ระบบตรวจสอบความเร็วรอบเครื่องยนต์อัตราการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงอุณหภูมิของน้ำและอุณหภูมิน้ำมันหล่อลื่นขณะขับรถเพื่อตรวจสอบสภาพการขับขี่และปรับการเปิดวาล์วควบคุมการไหล แผ่นรองที่ติดตั้งภายในทางไหลของน้ำในเสื้อสูบป้องกันความร้อนจากบริเวณรอบห้องเผาไหม้ ไปสู่น้ำที่ใช้ในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ระบบนี้ช่วยให้การเผาไหม้มีเสถียรภาพโดยการลดการสูญเสียการระบายความร้อน นอกเหนือจากการปรับปรุงการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการลดการสูญเสียที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงที่ยังไม่เผาไหม้อีกด้วย
ü เสียงน็อคที่ลดลง: การควบคุมการเผาไหม้ที่พัฒนาขึ้นใหม่รักษาเสถียรภาพของการเผาไหม้และลดเสียงจากการน็อคโดยการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงสี่ครั้งต่อวัฏจักรการเผาไหม้ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม การออกแบบของเครื่องยนต์ยังคงมีการกระจายเสียงสั่นพ้องที่เกิดจากชิ้นส่วน ซึ่งตอบสนองต่อความดันจากการเผาไหม้ สิ่งนี้พร้อมกับการวางตำแหน่งของวัสดุฉนวนทำให้เครื่องยนต์ทำงานเงียบ
SKYACTIV-G 2.0 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน
SKYACTIV-G 2.0 เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบฉีดเชื้อเพลิงตรงที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเลิศและคุณลักษณะตอบสนองโดยตรง เครื่องยนต์ใช้อัตราส่วนการอัด 14.0:1 เช่นเดียวกันกับในมาสด้า 3 นอกเหนือจากการใช้ช่องไอดีที่มีการไหลวนสูง หัวฉีดหลายรูและลูกสูบมีหลุมดังเช่นในเครื่องยนต์ SKYACTIV-G รถ CX-3 ที่ใช้เครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ยังคงใช้ระบบระบายไอเสียแบบ 4-2-1 ขนาดกะทัดรัดที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กลงและท่อไอเสียที่สั้นกว่าเดิม เครื่องยนต์มีกำลังสูงสุด 115 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 204 นิวตันเมตร และมีอัตราทดเกียร์สุดท้ายต่ำ สามารถส่งผ่านสมรรถนะของพละกำลังในขณะที่ยังคงรักษาความประหยัดเชื้อเพลิงได้ 6.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (โหมด Combined)
เทคโนโลยีที่สำคัญที่ใช้ใน SKYACTIV-G
ü ช่องไอดีไหลวนสูง: สร้างการไหลวนที่ทรงพลังเข้าไปสู่ภายในห้องเผาไหม้กระจายเปลวไฟอย่างเท่าเทียมกันทั่วห้องเผาไหม้ ช่วยปรับปรุงความเร็วในการเผาไหม้ซึ่งก่อให้เกิดการลดลงของการน็อคและเพิ่มแรงบิดให้มากขึ้น
ü หัวฉีดหลายรู: หัวฉีดแต่ละหัวมี 6 รู กระบวนการฉีดสองจังหวะได้ถูกนำมาใช้เมื่อฉีดน้ำมันเบนซินเข้าไปในกระบอกสูบโดยตรง เป็นการช่วยให้เกิดการผสมอย่างสม่ำเสมอเป็นเนื้อเดียวกันและความแรงในการไหล ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอช่วยเพิ่มผลของความเย็นภายในกระบอกสูบและลดการน็อค
ü ลูกสูบแบบมีหลุม: ลูกสูบอลูมิเนียมที่มีหลุมบนหัวลูกสูบช่วยลดการสูญเสียการระบายความร้อน นำเนื้อวัสดุจากด้านล่างของลูกสูบออกเพื่อลดน้ำหนักลูกสูบ เสื้อสูบยังถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความเป็นวงกลมเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน สิ่งนี้จะช่วยให้เกิดแรงดึงที่มีต่อแหวนสูบโดยไม่ทำให้การบริโภคน้ำมันหล่อลื่นเพิ่มขึ้น
ü ระบบวาล์วแปรผันคู่: ควบคุมจังหวะการเปิดปิดวาล์วไอดีและไอเสียทันทีให้เหมาะสมเพื่อตอบสนองสภาวะการทำงานของเครื่องยนต์ ณ ขณะนั้น ข้อดีคือทำให้เกิดการประหยัดเชื้อเพลิงมากที่สุดภายใต้ภาระปานกลาง และลดการน็อคเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ท่ามกลางอากาศเย็น หรือภายใต้ภาระหนัก ระบบจะลดการสูญเสียเนื่องจากการปั๊มเมื่อภาระน้อยโดยการปิดวาล์วไอดีช้าที่ 110 องศา ในขณะที่ ณ เวลาเดียวกัน ปิดวาล์วไอเสียช้า เพื่อเพิ่ม EGR ภายในให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดภายใต้สภาวะภาระมาก วาล์วไอดีที่ขับโดยไฟฟ้า (Sequential Valve Timing, S-VT) จะเปิดวาล์วล่วงหน้าและปิดแต่ละวาล์วเร็วขึ้น ช่วยเพิ่มปริมาณอากาศเข้าและเพิ่มแรงบิดที่สร้างได้
ü ระบบไอเสีย 4-2-1: ท่อไอเสียสี่ท่อออกจากเครื่องยนต์ในตอนแรกรวมกันเป็นคู่ก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยรวมเป็นท่อเดียว เพื่อให้มั่นใจว่ามีระยะทางที่ยาวเพียงพอสำหรับก๊าซไอเสียจากกระบอกสูบหนึ่งเดินทางออกไปก่อนที่จะรวมกัน เพื่อลดผลกระทบของคลื่นสะท้อนไปถึงห้องเผาไหม้อีกห้องหนึ่ง และผลกระทบจากการไล่ไอเสียจากการเผาไหม้จะช่วยลดความต้านทานการเผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบการไหลวนของท่อร่วมไอเสียยังส่งผลดีในการประหยัดพื้นที่ ช่วยให้เครื่องแคตาไลติกคอนเวอเตอร์ความจุขนาดใหญ่สามารถติดตั้งในตำแหน่งที่ใกล้กับเครื่องยนต์เป็นการปรับปรุงการสั่นสะเทือน
ü น้ำหนักเบาและความต้านทานเชิงกลลดลง: ความพยายามที่มุ่งเป้าไปสู่การลดน้ำหนัก ได้แก่ การใช้ลูกสูบก้านสูบและเพลาข้อเหวี่ยงที่มีน้ำหนักเบากว่าเดิมรายละเอียดการออกแบบอื่นๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความต้านทานเชิงกล ได้แก่ แบริ่งเพลาลูกเบี้ยว ภาระสปริงวาล์วที่ลดลงโซ่ที่เหมาะสมและสายโซ่สำหรับระบบโซ่และการใช้ปั๊มน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง
ü ระบบน้ำมันหล่อลื่น: การลดความต้านทานในท่อทางเดินน้ำมันช่วยลดการสูญเสียความดันและลดปริมาณของความดันที่จำเป็นในการใช้งานปั๊มน้ำมันขนาดที่เล็กลง ระบบควบคุมอย่างเหมาะในการเพิ่มการปล่อยน้ำมันที่ปั๊มและใช้การควบคุมอิเล็กทรอนิกส์สองขั้นตอนเพื่อสลับแรงดันปล่อยในการตอบสนองต่อสภาพการขับขี่
SKYACTIV-DRIVE เกียร์อัตโนมัติ
SKYACTIV-DRIVE เป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเลิศให้ความรู้สึกขับขี่คล้ายกับเกียร์ธรรมดา สามารถส่งกำลังได้อย่างราบรื่นและเร่งได้อย่างมีพละกำลังจากจุดเริ่มต้นหรือบนทางวิ่ง โดยใช้พื้นฐานเดิมของเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE ในมาสด้า 3 การทำให้ระยะระหว่างเครื่องยนต์กับเพลาขับสั้นลงสร้างความกะทัดรัดและสามารถบรรจุลงไปในห้องเครื่องยนต์ CX-3 ที่กะทัดรัดได้ เนื่องจากช่วงของการล็อคอัพของเกียร์อัตโนมัติที่กว้าง จึงเกิดการตอบสนองทันที่ทีที่เร่งเครื่องยนต์จากหยุดนิ่ง ซึ่งได้ความรู้สึกของการเปลี่ยนเกียร์ตรงและการเร่งอย่างเป็นเลิศ กลไกการส่งผ่านแรงบิด “Full Range Direct Drive” ของมาสด้า ได้ถูกบรรจุลงไปในเกียร์ SKYACTIV-DRIVE ของ CX-3โดยการใช้คลัตช์เปียกหลายแผ่นขนาดเล็กช่วยปรับปรุงการระบายความร้อน ลูกสูบขนาดเล็กลง และทอร์กคอนเวอเตอร์ขนาดเล็กลง ด้วยความประสงค์เพื่อเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็กของมาสด้าความแข็งแรงของตัวหน่วงที่ใช้ในการล็อคอัพได้ถูกลดลงเพื่อปรับปรุง NVH นอกจากนี้ยังใช้โมดูลเมคคาโทรนิกที่รวมหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องยนต์ (ECU) เข้ากับกลไกควบคุมไฮดรอลิกโดยใช้โซลีนอยด์เชิงเส้นที่ตอบสนองไว นอกเหนือจากการปรับปรุงการทำงานของไฮดรอลิกอันแม่นยำและความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้น การควบคุมเครื่องยนต์และเกียร์ทำให้เกิดความนุ่มนวล การเปลี่ยนเกียร์เร็ว และลดการช็อคเมื่อเปลี่ยนเกียร์
การเลือกเกียร์ (สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน)
SKYACTIV-DRIVE สำหรับเครื่องยนต์เบนซินใช้การเลือกการขับขี่ได้ เป็นผลให้ผู้ขับขี่สามารถกดสวิตช์ไปสู่โหมดขับขี่แบบสปอร์ตได้ เมื่ออยู่ในโหมดสปอร์ต เกียร์ได้ถูกเซตอย่างอัตโนมัติให้เริ่มออกตัวจากเกียร์ต่ำ นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มแรงบิดเมื่อเหยียบคันเร่งเพิ่มมากขึ้นและได้รู้สึกถึงการตอบสนองแม้นเหยียบคันเร่งไม่มาก เพื่อให้มั่นใจถึงพละกำลังในการขับขี่ที่ง่ายและปรับปรุงการตอบสนองจากผู้ขับขี่โดยส่งผ่านความตั้งใจไปสู่รถในสภาวะรถติด การเลือกโหมดการขับขี่เสริมความมั่นใจ ยกตัวอย่างเช่น บนทางหลวงที่มีรถติดคับคั่ง
i-Stop System ระบบหยุดเมื่อเดินเบา
CX-3 ทั้งรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลสามารถใช้ระบบหยุดเมื่อเดินเบา i-stop ของมาสด้า โดยหยุดเครื่องยนต์และสตาร์ทอย่างนุ่มนวลพร้อมกันกับการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นเลิศ CX-3 ใช้ระบบควบคุมใหม่เหมือนที่ใช้ในมาสด้า 2 รุ่นใหม่ ที่ใช้ i-Stop ทำงานเมื่ออุณหภูมิน้ำหล่อเย็นต่ำหลังจากเครื่องยนต์ได้ถูกสตาร์ท ดังนั้นจึงเป็นการปรับปรุงการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในการใช้งานจริง ระบบ i-Stop จะหยุดเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่เหยียบแป้นเบรกและหยุดรถ ต่อมาเมื่อปล่อยคันเบรกเพื่อเคลื่อนที่อีกครั้งหนึ่ง เชื้อเพลิงจะถูกฉีดเข้าไปในห้องเผาไหม้โดยตรงและเผาไหม้เป็นการรีสตาร์ทเครื่องยนต์อัตโนมัติภายในเวลาประมาณ 0.35 วินาที สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และประมาณ 0.4 วินาที สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
* ตามการทดสอบภายในสำหรับรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ
5. ความปลอดภัย
ความปลอดภัยระดับโลกกับความสุขในการขับ CX-3
บนพื้นฐานของโพรแอคทีฟเซฟตี้ของมาสด้า*1 มีความพยายามในทุกด้านที่ทำให้ผู้ขับขี่ปลอดภัยและมั่นใจ มาตรการด้านความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active Safety) ช่วยบ่งชี้ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนล่วงหน้าและลดโอกาสของความเสียหายใดๆ หรือบาดเจ็บ รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีความปลอดภัยอันรุดหน้า i-ACTIVSENSE ของมาสด้า*2 เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินไปกับการออกนอกบ้านทุกครั้ง ไม่ว่าจะขับรถบนถนนในเมืองบนทางหลวงหรือบนถนนที่คดเคี้ยว i-ACTIVSENSE เป็นการทำงานร่วมกันของสมรรถนะพื้นฐานในแง่ของสมรรถนะทางพลศาสตร์ที่เป็นเลิศกับการตอบสนองที่รวดเร็วและมองเห็นได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยผู้ขับขี่ทำหน้าที่อย่างเหมาะสมผ่านทุกกระบวนการขับรถรวมทั้งความรู้ความเข้าใจการตัดสินใจ และการทำงานของความปลอดภัยเชิงปกป้องเมื่อเกิดเหตุ (Passive Safety) เป็นลักษณะการสร้าง SKYACTIV-BODY อันแข็งแกร่งของมาสด้า ความพยายามที่ทุ่มเทไปสู่ความปลอดภัยของผู้โดยสารอันได้แก่ เข็มขัดนิรภัย และระบบถุงลมนิรภัย และยังคงมีการช่วยป้องกันคนเดินถนนอีกด้วย ผลที่ได้คือสมรรถนะความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมอย่างแท้จริงและมาสด้า CX-3 มีศักยภาพในการได้รับการจัดอันดับในระดับสูงสำหรับการทดสอบการชนทั่วโลก
*1 ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้องของมาสด้าเป็นปรัชญาความปลอดภัยของมาสด้าที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงที่จะนำไปสู่​การเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มช่วงของเงื่อนไขในการที่ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ เทคโนโลยีต่างๆที่จะให้ช่วยให้คนขับรถทำหน้าที่อย่างเหมาะสมผ่านทุกกระบวนการขับรถรวมทั้งความรู้ความเข้าใจการตัดสินใจและการลงมือ จึงช่วยป้องกันหรือลดความเสียหายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้องของมาสด้าจะยังคงที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคต
*2 i-ACTIVSENSE เป็นคำที่ครอบคลุมชุดของเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงที่ใช้อุปกรณ์ตรวจจับเช่น หน่วยเรดาร์ความยาวคลื่นสั้นและกล้องที่จะสนับสนุนคนขับรถในการตระหนักถึงอันตรายหลีกเลี่ยงการชนและลดความเสียหายในกรณีที่อุบัติเหตุเกิดขึ้น

ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active Safety)
ระบบหยุดช่วยหยุดรถอัตโนมัติ (SCBS)
การขับขี่รถที่ความเร็วระหว่าง 4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบ SCBS จะเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้ชนกับรถข้างหน้า หรือลดความเสียหายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อขับรถอย่างช้า ๆ ในเมืองหรือในการจราจรแออัด เซ็นเซอร์ใกล้อินฟราเรดที่ติดตั้งอยู่บนกระจกหน้ารถมีความสามารถในการตรวจสอบอย่างแม่นยำในระยะสั้น จนถึงประมาณหกเมตรและมีความทนทานต่อสภาพฝนตกหรือแสงน้อย เมื่อระบบบ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงสูงจากการชนปะทะกัน ระบบเริ่มที่จะเบรกเพื่อให้คันขับรถสามารถหยุดรถได้ทันที ถ้าคนขับไม่กระทำการหลีกเลี่ยงที่จุดนี้ระบบจะใช้เบรกโดยอัตโนมัติเพื่อชะลอรถและป้องกันหรือลดผลกระทบ
หมายเหตุ: ความสามารถของระบบที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการชนปะทะกันมีข้อจำกัดโดยสภาพถนนและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ
ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน  (ABSM)*1
ระบบนี้ใช้เซนเซอร์เรดาร์คลื่นกึ่งสั้น 24 กิกกะเฮิรซ์ต ในการตรวจสอบรถที่เข้าใกล้จากพื้นที่จุดบอดที่ด้านข้างและด้านหลังเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ในการตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้ง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงช่องทาง ระบบนี้จะทำงานที่ความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือมากกว่า*2 ถ้าคนขับเปิดสวิตช์ไฟเลี้ยวในขณะที่ ABSM ตรวจจับรถระบบจะส่งภาพกระพริบในกระจกมองข้างที่ประตูนั้นและส่งเสียงด้วย ระบบ ABSM ยังประกอบด้วยระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง  (RCTA) ซึ่งแจ้งเตือนให้คนขับเมื่อตรวจพบรถใกล้เข้ามาจากด้านใดด้านหนึ่งของด้านหลังรถ สิ่งนี้จะช่วยให้คนขับมั่นใจว่ามันมีความปลอดภัยที่ถอยออกมาจากโรงรถหรือที่จอดรถ
*2 ความเร็วของรถขั้นต่ำสำหรับการทำงานจะแตกต่างกันไปในตลาดประเทศอื่นๆ
ระบบปรับไฟหน้าสูงอัตโนมัติ (HBC)
HBC ช่วยให้คนขับรถที่ปล่อยให้ลำแสงของไฟสูงเปิดภายใต้การทำงานปกติโดยอัตโนมัติสลับไปมาระหว่างการเปิดไฟสูงและต่ำเพื่อลดภาระของการทำงานด้วยตนเอง ในการปรับปรุงการมองเห็นในเวลากลางคืนและช่วยให้คนขับรถรับรู้ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ดีกว่า เมื่อกล้องด้านหน้าตรวจพบไฟหน้าของรถที่กำลังขับมาหรือโคมไฟท้ายของรถคันที่ขับอยู่ด้านหน้า ระบบจะเปลี่ยนไปที่ไฟต่ำเพื่อป้องกันไม่ให้แสงไฟจากรถเราแยงตาคนขับรถคันอื่น แล้วเปลี่ยนกลับไปเป็นไฟสูงเมื่อถนนโล่ง นอกจากนี้ยังใช้ไฟต่ำในสถานการณ์ที่ไม่จำต้องใช้ไฟสูง เช่นเมื่อขับรถในที่สว่างจ้าในเมืองหรือพื้นที่ที่ความเร็วต่ำ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือน้อยกว่า
ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน (LDWS)
LDWS ใช้กล้องด้านหน้าในการตรวจสอบเครื่องหมายเลนบนพื้นผิวถนนและออกคำเตือนให้คนขับรถเมื่อระบบคาดการณ์ว่ารถกำลังจะออกจากช่องทางจราจร เนื่องจากความล้าของคนขับรถหรือไม่ตั้งใจ เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบส่งสัญญาณเตือนอย่างฟุ่มเฟือยระบบถูกออกแบบมาเพื่อรับรู้การกระทำโดยเจตนาในส่วนของผู้ขับขี่เช่นการใช้สัญญาณเลี้ยวและการเหยียบคันเร่ง เสียงเตือนที่ปล่อยออกมาผ่านลำโพงด้านข้างของรถที่กำลังจะออกนอกเลนจะช่วยตอบสนองคนขับรถได้อย่างรวดเร็วและในรูปแบบที่เหมาะสม
ความปลอดภัยเชิงปกป้องเมื่อเกิดเหตุ (Passive Safety)
SKYACTIV-BODY ความแข็งแกร่งสูง
ความพยายามที่ทุ่มเทลงไปเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้โดยสาร รวมถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของโครงสร้างและวัสดุที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับและกระจายแรงกระแทกจากด้านหน้า ด้านข้าง หรือด้านหลัง เพื่อลดการเปลี่ยนรูปของห้องโดยสาร เช่นเดียวกับการทำให้ห้องโดยสารเองมีความแข็งแกร่ง เป็นผลให้ CX-3 ประสบความสำเร็จในโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาในขณะเดียวกันการส่งมอบสมรรถนะความปลอดภัยจากการชนเป็นความสามารถในระดับสูงจากการทดสอบ ที่ดำเนินการโดยองค์กรในภูมิภาคต่างๆ
มาตรการเพื่อป้องกันการกระแทกด้านหน้า
SKYACTIV-BODY ใช้โครงสร้างหลายเส้นทางรับภาระที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับและกระจายแรงกระแทกภายในห้องเครื่องยนต์ เส้นทางบนใช้โครงสร้างดูดซับแรงกระแทกที่ทำให้ใช้เปลือกกันชนทรงกระบอกรับการชน เป็นรูปกากบาทและชิ้นส่วนโครงสร้างด้านหน้าถูกขึ้นรูปรวมตัวกันเป็นเส้นทางกลาง เส้นทางล่างรวมส่วนขยายดูดซับแรงกระแทกตรงชิ้นส่วนรับแรงด้านข้างของระบบรองรับด้านหน้านอกจากนี้ ชิ้นส่วนโครงสร้างด้านหน้าที่มีลักษณะตรงได้รับการเสริมอย่างมั่นคงโดยขอบด้านข้างและเสาบีในรูปแบบสถาปัตยกรรมอย่างต่อเนื่องที่จะช่วยลดโอกาสของการเสียรูปห้องโดยสาร ชิ้นส่วนรับแรงด้านข้างของระบบรองรับด้านหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางล่าง เป็นวัสดุดูดซับพลังงานที่ดีและถูกออกแบบมาเพื่อแยกออกจากตัวถังในกรณีที่มีการชนปะทะกัน เช่นนี้แล้ว จึงมีพื้นที่ชนเพียงพอในห้องเครื่องเครื่องยนต์ พื้นของห้องโดยสารใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูง 440 เมกะพาสคาล ร่วมกับความหนาของวัสดุที่เพียงพอที่จะรักษาระดับของความแข็งแรง นอกจากนี้ เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงพิเศษ 1,180 เมกะพาสคาล ใช้สำหรับเสาบีด้านในตรงเท้าของผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้าและในส่วนของขอบด้านในของเสาเอ และรางน้ำบนหลังคารถ ส่งผลให้ได้โครงสร้างห้องโดยสารที่แข็งแกร่ง
มาตรการเพื่อป้องกันการกระแทกด้านข้าง
โครงสร้างแหวนตันรูปตัว H ร่วมกับหลังคาและเสาบีกับพื้นล่างของตัวถังรวมกับการใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงพิเศษตรงชิ้นส่วนโครงสร้างที่สำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่จะสร้างเป็นรูปแบบโครงสร้างที่แข็งแกร่ง การใช้เหล็กกล้า 1,180 เมกะพาสคาล ตรงชิ้นส่วนรับแรงด้านข้างที่เชื่อมต่อกับเสาบีที่ด้านล่างของตัวถังเป็นผลให้มีน้ำหนักเบาแต่ยังคงเป็นโครงสร้างที่แข็งแกร่งขึ้นด้วยการจัดวางที่เหมาะสม
โครงสร้างและวัสดุสำหรับแผ่นกันกระแทกประตูด้านหน้าและด้านหลัง เช่นเดียวกับส่วนเสริมแรงคาดประตูด้านหน้ามีจุดมุ่งหมายที่จะกระจายพลังงานในกรณีที่ถูกกระแทกด้านข้าง เป็นการลดความผิดรูปของประตูและป้องกันการทะลุเข้าไปในห้องโดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งประตูหน้าใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูง 440 เมกะพาสคาล และใช้รูปร่างหน้าตัดกากบาทที่ประสบความสำเร็จในความแข็งแกร่งที่ยืดหยุ่นได้ดี ในขณะเดียวกันการใช้โครงสร้างที่ทนทานต่อการดัดสำหรับการโค้งเดียวที่ไ​​หลจากด้านหน้าไปด้านหลังช่วยเสริมในฐานะที่เป็นแท่งกันกระแทกบน แท่งกันกระแทกล่างที่ประตูด้านหน้าและประตูด้านหลังใช้ชิ้นส่วนที่มีรูปร่างหมวกคู่ทำจากเหล็กทนแรงดึงสูงพิเศษ 1,500 เมกะพาสคาล
มาตรการเพื่อป้องกันการกระแทกด้านหลัง
โซนที่สามารถยุบตัวได้ถูกออกแบบให้ดูดซับพลังงานจากการกระแทกด้านหลัง เพื่อปกป้องห้องโดยสาร และถังน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีกว่าสำหรับการชนท้ายในลักษณะต่างๆ ด้วยมาตรการเพิ่มเติมต่อไปนี้ ทรงกระบอกที่ยุบตัวได้หน้าตัดรูปกากบาทเช่นเดียวกันกับที่ใช้ในมาสด้า CX-5 สำหรับเป็นวัสดุเสริมแรงกันชนหลังช่วยการดูดซับพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง โดยป้องกันตัวถังในกรณีที่มีการชนเบาๆที่ด้านหลัง ลูกกลมสองประเภทที่ถูกเพิ่มลงในโครงสร้างข้างด้านหลังช่วยควบคุมช่วงของการป้องกัน และช่วงยุบตัวได้ในกรณีที่มีการชนด้านหลังด้วยความเร็วสูง โดยการควบคุมการเปลี่ยนรูปของโครงสร้าง CX-3 มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการด้านกฎหมายสำหรับการกระแทกด้านหลังที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนของพื้นที่ที่ยุบตัวได้
อุปกรณ์ความปลอดภัยเพิ่มเติมและกลไก
เข็มขัดนิรภัย
เข็มขัดนิรภัยด้านหน้ามีการติดตั้งตัวดึงกลับที่กระชับเข็มขัดนิรภัยในช่วงเวลาเริ่มต้นของการชนด้านหน้าและผ่อนแรงอัตโนมัติในเวลาต่อมาผ่อนคลายเข็มขัด ในลักษณะที่ควบคุมเพื่อแบ่งเบาภาระที่ได้รับจากหน้าอกของผู้โดยสาร
ระบบถุงลมนิรภัย SRS
นอกเหนือจากถุงลมนิรภัยด้านหน้าซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับคนขับและที่นั่งผู้โดยสารแล้วCX-3 ใช้ม่านถุงลมนิรภัยที่ลดแรงกระแทกหัวของผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง ในกรณีของการกระแทกจากด้านข้างเช่นเดียวกับถุงลมนิรภัยด้านข้าง ช่วยปกป้องหน้าอกของผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้า เซ็นเซอร์วัดความดันที่เพิ่มเข้าไปยังประตูหน้าของของรถที่จำหน่ายในอเมริกาและยุโรปมีการตรวจจับการชนกระแทกด้านข้างที่เร็วกว่าและแม่นยำยิ่งขึ้น
เพลาพวงมาลัยที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงกระแทก
เพลาพวงมาลัยถูกสร้างขึ้นเพื่อบรรเทาการกระแทกต่อผู้ขับขี่ ให้นุ่มลงในกรณีที่มีการชนกระแทกด้านหน้า หากการชนปะทะกันอย่างรุนแรง เพลาจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าห่างจากคนขับรถเพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอที่จะรองรับการเคลื่อนไหวไปข้างหน้าของคนขับ
โค​​รงสร้างที่นั่งด้านหน้า
แผ่นรองรับที่ใช้กับพนักพิงและรูปร่างของหมอนรองศีรษะที่เหมาะสมถูกจัดวางในตำแหน่งและความสูงสำหรับร่างกายของผู้โดยสารที่จะจมลงไปในเบาะพนักพิงหลัง ในกรณีที่มีเกิดการกระแทกจากทางด้านหลัง เป็นการควบคุมตำแหน่งสัมพัทธ์ของศีรษะและร่างกายส่วนบนและเสริมความแข็งให้กับศีรษะของผู้โดยสารระหว่างแรงกระแทกช่วงแรกเพื่อลดแรงกระแทกที่คอ นอกจากนี้ โครงสร้างด้านข้างของที่นั่งด้านหน้าใช้การออกแบบจากด้านหน้าไปสู่ด้านหลังที่สั้นลง เพื่อป้องกันไม่ให้สัมผัสกับหน้าอกของผู้โดยสารในกรณีที่มีการกระแทกจากด้านข้าง
กลไกที่ช่วยป้องกันสัมภาระจากการทิ่มเข้าไปในที่นั่งด้านหลัง
นอกเหนือจากการใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงในโครงสร้างที่นั่งด้านหลัง การออกแบบใช้ตัวจับที่แข็งแกร่งกว่าเดิมและตัวยึดที่นั่งเช่นเดียวกับบานพับที่แข็งแกร่งและจุดยึดตัวถัง จุดมุ่งหมายคือการป้องกันหรือลดการบาดเจ็บที่เกิดจากวัต​​ถุจากช่องเก็บสัมภาระเข้าห้องโดยสารในกรณีที่มีการชนปะทะกันด้านหน้า
ที่พักแขนประตูที่ดูดซับพลังงานจากการกระแทก
ส่วนกลางของที่พักแขนตรงประตูด้านหน้าถูกออกแบบมาเพื่อยุบตัวได้ และลดการช็อคไปยังกระดูกของผู้โดยสารในกรณีที่มีการชนกระแทกด้านข้าง รถที่ขายในอเมริกาเหนือยังใช้โครงสร้างเดียวกันสำหรับที่พักแขนตรงประตูหลัง
จุดยึดที่นั่งเด็ก ISOFIX
ที่นั่งด้านหลังซ้ายและขวาได้รับการติดตั้งด้วยจุดยึด ISOFIX และจุดยึดโยงด้านบนที่ช่วยให้ง่าย สำหรับการติดตั้งที่ปลอดภัยของที่นั่งเด็ก ISOFIX สมอโยงด้านบนจะช่วยลดความเสี่ยงของเด็กนั่งให้ทิ่มไปข้างหน้าและศีรษะของเด็กไปชนกับเสาบีหรือที่นั่งหน้าในกรณีที่มีการชนปะทะกัน อุปกรณ์นี้สอดคล้องกับมาตรฐานที่นั่งเด็กใหม่ของยุโรป
การป้องกันคนเดินเท้า
ส่วนของรูและส่วนตัดในวัสดุเสริมแรงของฝากระโปรงรวมกับพื้นที่ที่เหมาะสมใต้ฝากระโปรง ที่จะช่วยลดแรงกระแทกถ้าหัวของคนเดินเท้ามากระทบฝากระโปรงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้แผงครอบใช้ โครงสร้างรูปร่างตัวเอสที่ทำหน้าที่เหมือนสปริงช่วยดูดซับพลังงานที่ดีกว่า โฟมดูดซับพลังงานอยู่ในกันชนหน้าช่วยจำกัดระดับของอาการบาดเจ็บที่ขาของคนเดินเท้า ในขณะที่วัสดุที่ทำให้แข็งน้อยลงถูกเพิ่มให้กับกันชนหน้าเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ขาของคนเดินเท้าจากการลื่นตรงด้านล่างข้างหน้าของรถ
[ภาคผนวก] สัมภาษณ์นักออกแบบ
มาสด้า CX-3 เป็นการแสดงออกถึงการออกแบบตาม KODO ในแฟชั่นที่มีสไตล์และนักออกแบบอยากบอกเราเกี่ยวกับการอุทิศตนของพวกเขาที่ไม่ยอมแพ้ที่จะสร้างรถคันนี้
โยอิจิ มัตสึดะ – หัวหน้านักออกแบบ
โยอิจิ มัตสึดะ เข้าร่วมงานกับบริษัทในปี ค.ศ. 1990 เขาเริ่มต้นเป็นนักออกแบบภายนอกและต่อมาโอนไปยังการออกแบบตกแต่งภายใน ในปี ค.ศ. 1999 เขาเข้าร่วมโครงการในประเทศเยอรมนีดำเนินการโดย Mazda Motor Europe GmbH และ Ford of Europe AG หลังจากนั้น เขาทำหน้าที่เป็นหัวหน้างานออกแบบตกแต่งภายในสำหรับการพัฒนามาสด้า 3 และมาสด้า CX-7 ในฐานะที่เป็นผู้จัดการการออกแบบ มาสด้า 3 รุ่นที่สอง และมาสด้า CX-5 และในฐานะที่เป็นหัวหน้านักออกแบบมาสด้า 6 รุ่นเฟสลิฟท์ สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 เขาทำงานที่ฝ่ายการออกแบบของมาสด้าในฐานะหัวหน้าฝ่ายออกแบบสำหรับมาสด้า CX-9 รุ่นเฟสลิฟท์ และในขณะนี้ เป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบสำหรับมาสด้า CX-3 เขาเป็นเจ้าของมาสด้า MX-5 อันน่าภาคภูมิใจ ตั้งแต่ซื้อรถใหม่ เขาไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับภายนอกตัวรถเลย แต่ได้ปรับแต่งเครื่องยนต์และระบบรองรับ แสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในรถยนต์ เขายังแอบมีการปรับเปลี่ยนมาสด้า 5 ของครอบครัวบางอย่าง
คำถาม 1: คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อคุณถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบสำหรับมาสด้า CX-3 ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ทั้งหมดของการผลิตมาสด้า
คำตอบ: แน่นอนว่าไม่มีรุ่นก่อนหน้านี้ เป็นโอกาสที่จะทำสิ่งที่น่าสนใจ เมื่อเป็นเช่นนั้น ผมคิดว่าก็ไม่มีอะไรจะเสียโดยการออกแบบไปทั้งหมดและการออกแบบมันเป็นอย่างที่ผมชอบ เงื่อนไขเดียวที่มอบให้กับทีมงานออกแบบของเรา ในตอนแรกเป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานจากการที่เราจะทำงาน แน่นอนว่าโครงการนี้มีโจทย์ที่สำคัญร่วมกันที่โมเดลนี้จะนำไปสู่​​การสร้างตำแหน่งแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า การออกแบบตาม KODO เป็นทางเลือกที่ชัดเจนสำหรับ CX-3 โดยใช้เทคโนโลยี SKYACTIV ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับผลิตภัณฑ์ ปัจจัยเหล่านั้นหมายความว่าเราต้องเผชิญกับเงื่อนไขที่สำคัญเป็นจำนวนมาก และความเป็นจริงของข้อจำกัดต่างๆ มากขึ้นกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม เราตัดสินใจที่จะทำให้รถรุ่นนี้เป็นครอสโอเวอร์ใหม่ที่เราเองต้องการอย่างแท้จริง
1-1 Matsuda-san松井さんと - small
คำถาม 2: คุณขออะไรจากสมาชิกในทีมออกแบบ
คำตอบ: ในขณะที่เรากำลังมองหาเพื่อดึงดูดลูกค้าที่มีค่า ผมรู้ว่าเราต้องการสร้างรถที่จะสะท้อนกับความรู้สึกกระตือรือร้นของพวกเขา เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมได้สนับสนุนสมาชิกทีมออกแบบที่จะเอาความรู้สึกกระตือรือร้นของผู้เชี่ยวชาญด้านความคิดสร้างสรรค์ และทำงานตามความพึงพอใจส่วนตัวของเราเอง ผมยังได้สนับสนุนในการแบ่งปันเชิงรุกความคิดทุกความคิดที่มีขึ้นในใจโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาอาจจะได้รับการประเมิน เรื่องนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับการอภิปรายเชิงลึก
1-2 Matsuda-san - small
คำถาม 3: คุณตั้งหลักอย่างไรในการชี้ทิศทางของการออกแบบที่ควรเป็น
คำตอบ: สตูดิโอออกแบบขั้นสูงในส่วนของการออกแบบที่สำนักงานใหญ่ในกรุงฮิโรชิมาของมาสด้า เป็นที่ที่เราทำงานในการพัฒนาการออกแบบที่ทันสมัย ซึ่งรวมถึงการทดลองอย่างต่อเนื่องกับการแสดงออกสำหรับการออกแบบใหม่ตาม KODO เราเลือกองค์ประกอบที่เหมาะสมกับรถยนต์รุ่นใหม่ที่เราจินตนาการจากบรรดาความคิดที่เกิดจากการทดลองเหล่านั้น และจากนั้นมาลงกับส่วนที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการออกแบบ CX-3 แน่นอนว่าสิ่งที่แท้จริงที่ทำให้เกิดการออกแบบ CX-3 เป็นสินทรัพย์โดยรวมของการออกแบบมาสด้าจากความพยายามและทักษะการใช้ชีวิตประจำวันในรูปแบบการแสดงออกต่อประวัติศาสตร์อันยาวนานของมาสด้า
1-3 CX-3 Objetsmall

คำถาม 4: มีความแตกต่างในแนวคิดการออกแบบตาม KODO สำหรับรุ่นก่อนหน้านี้และ CX-3 หรือไม่
คำตอบ: มีคำสำคัญสองคำที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบตาม KODO คือ เสน่ห์ และ ศักดิ์ศรี คำว่า เสน่ห์ พูดถึงความสง่างามและการดึงดูดความรู้สึกที่บ่งบอกถึงความอบอุ่นของอุณหภูมิร่างกาย การดำเนินการออกแบบทางอารมณ์ในผลิตภัณฑ์ทำให้เกิดความประทับใจครั้งแรกนั่นคือ เสน่ห์ ในทางตรงกันข้าม ภาพลักษณ์แรกที่ดึงดูดสายตาด้วย CX-3 คำหนึ่งที่สามารถพูดได้คือ ศักดิ์ศรี ผมคิดว่าเกิดจากความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งของผมที่การออกแบบ CX-3 ควรถ่ายทอดความรู้สึกของความฉลาด สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่สามารถเคลื่อนไหวรวดเร็วเพราะพวกเขามีปัญญา ผมจึงวางความสำคัญอย่างมากกับการตระหนักถึงในแต่ละภาพและรายละเอียดของความรู้สึกของการเคลื่อนไหว ที่ถูกควบคุมทั้งหมดด้วยความชาญฉลาด
1-4 CX-3 global photo CUT007
คำถาม 5: อะไรที่คุณตระหนักถึงเป็นพิเศษจากมุมมองของการแสดงความรู้สึกถึงคุณค่าอย่างกระตือรือร้น
คำตอบ: ผมพูดซ้ำ ๆ กับทีมงานออกแบบ เรามาทำให้มันเป็นรูปแบบแห่งอนาคต แทนที่จะพิจารณาการออกแบบใหม่ตามแนวโน้มในปัจจุบัน ผมอยากที่จะเห็นภาพที่เหมือนจริงของบางสิ่งบางอย่างจากอนาคตอันใกล้ ผมอยากพูดว่าการใช้มุมมองนี้เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราสามารถสร้างการออกแบบครอสโอเวอร์ที่ทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบใหม่
1-5 Matsuda-san and Kimura-san
คำถาม 6: คุณสมบัติใดที่สำคัญของ CX-3 ที่คุณต้องการให้ลูกค้าทราบมากที่สุด
คำตอบ: ผมต้องการให้พวกเขาทราบเป็นเรื่องแรกถึงมุมมองด้านข้างของการไหล จากมุมนี้จริงๆ มันดูไม่เหมือนรถขนาดเล็กผมยังคิดว่ารูปลักษณ์ที่สง่างามของใบหน้าอันชาญฉลาดแสดงออกถึงสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันเล็กน้อยว่าคล้ายกับการออกแบบตาม KODO ในรุ่นก่อนหน้า นอกจากนี้ เราได้สร้างโครงสร้างที่เรียบง่ายสำหรับการคิดออกนอกกรอบที่เป็นเอกลักษณ์ของการออกแบบตาม KODO และผมคิดว่าคนจะดูรถรุ่นนี้โดยตรงมากกว่ารุ่นก่อนหน้า เราเอาความท้าทายของการสร้างการแสดงออกที่ร้อนแรงมากขึ้นและมีสไตล์ในขณะที่ยังคงใช้การออกแบบตาม KODO เป็นฐานหลัก การทำเช่นนี้เป็นการผลิตการออกแบบใหม่สำหรับ CX-3 ถึงการมีรสนิยมและความคิดที่มีอยู่ก่อน
1-6 Matsuda-sanサイドビュー - small
ทากาฮิโระ มัทซูอินักออกแบบดิจิตอล
ทากาฮิโระ มัทซูอิ เข้าร่วมงานกับบริษัทในปี ค.ศ. 1992 หลังจากที่ได้รับประสบการณ์ในฐานะผู้สร้างโมเดลจากดิน เขาได้มีส่วนร่วมเป็นนักสร้างโมเดลดิจิตอลทำงานในการพัฒนาโมเดลเพื่อการผลิต เขาย้ายไป Mazda Australia Pty Ltd. ในปี ค.ศ. 2007 และที่นั่น เขาเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะหัวหน้าฝ่ายการสร้างโมเดลดิจิตอลในโครงการร่วมทุนกับ Ford Motor Company เขาทำงานเป็นนักออกแบบดิจิตอลสำหรับรถต้นแบบมาสด้า SHINARI และมาสด้า Takeri โดยถูกมอบหมายไปอยู่สตูดิโอออกแบบขั้นสูงในฝ่ายการออกแบบมาสด้าตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 หลังจากนั้น เขารับผิดชอบการออกแบบขั้นสูงของ CX-3 สำหรับเวลาส่วนตัว การเล่นดนตรีร็อคเป็นงานอดิเรกที่ทำให้เขามีความสุข
คำถาม 1: งานอะไรที่เกี่ยวข้องกับนักออกแบบดิจิตอล
คำตอบ: ผมเป็นนักออกแบบดิจิตอลของมาสด้าซึ่งไม่ได้เป็นตำแหน่งที่มีทั่วไปในอุตสาหกรรม กระบวนการในการพัฒนาการออกแบบปกติเริ่มจากนักออกแบบวาดภาพร่างความคิด หลังจากนั้น ปั้นดินและตัวโมเดลดิจิตอลซึ่งขึ้นรูปจากการทำงานเป็นทีมเพื่อสร้างโมเดลจริง ในทางกลับกัน นักออกแบบดิจิตอลรวบกระบวนการเหล่านั้น โดยการแสดงผลโดยตรงจากความคิดของพวกเขาออกมาเป็นข้อมูลสามมิติ เนื่องจากนักออกแบบให้รูปแบบจากภาพโดยตรงจากสมองของเขา กระบวนการที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปได้มากขึ้นโดยวิธีรวมวิสัยทัศน์นี้

2-1 Matsui-san with Matsuda-san
คำถาม 2: คุณเริ่มต้นด้วยภาพเสมือนจริงโดยไม่ต้องร่างภาพใด ๆ บนกระดาษในการสร้าง CX-3 ใช่หรือไม่
คำตอบ: สตูดิโอการออกแบบขั้นสูงที่ผมอยู่มีการทำงานเป็นทีมจึงมีความคิดใหม่และสร้างคลังความคิดได้หลากหลาย จากนั้น เมื่อรวบรวมการออกแบบขั้นสูงสำหรับโมเดลการผลิต เราจึงสานความคิดเหล่านั้นออกมาเป็นโครงการ ภาพร่างบางอย่างมีอยู่แล้วเมื่อมีการพัฒนา CX-3 แต่ผมได้ทำการออกแบบในคอมพิวเตอร์ในขณะที่วางคลังความคิดของเราและประสบการณ์ที่ผ่านมาของผมที่จะนำไปใช้
2-2 Matsuda-san_PC
คำถาม 3: การออกแบบโมเดลเสมือนของคุณแตกต่างจากการออกแบบขั้นสุดท้ายของโมเดลการผลิตอย่างไร
คำตอบ: ข้อเสนอข้อมูลสามมิติเดิมของผมกลายเป็นโมเดลนำเสนอเช่นเดียวกับที่ผมได้สร้างขึ้นมา โมเดลที่นำเสนอเป็นโมเดลขนาดจริง ซึ่งใช้ในการตรวจสอบว่าขนาดของรถและตัวจริงเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน และรถจะถูกนำเสนออย่างไรให้เหมาะกับรุ่นต่างๆ ในขณะที่เราสร้างโมเดลนำเสนอสำหรับโมเดลต่างๆของรถ เป็นเพียงขั้นตอนแรกของกระบวนการที่เกี่ยวข้องอย่างมากมาย ด้วยเหตุนี้ มันเป็นเรื่องปกติสำหรับการออกแบบที่จะมีการคิดใหม่ทั้งหมดหรือแก้ไขอย่างละเอียดหลังจากนั้น อย่างไรก็ตาม ในกรณีของ CX-3 แม้ผู้บริหารกำกับให้ผมไปตามโมเดลที่นำเสนอเหมือนอย่างโมเดลนำเสนอเป็น ดังนั้น จึงกลายมาเป็นฐานของโมเดลการผลิต
2-3 Matsui-sanプレゼンスモデル - small
คำถาม 4: คุณประสบผลสำเร็จได้อย่างไรกับผลที่ได้เกินคาด
คำตอบ: สำหรับผู้เริ่มต้น ผมสร้างการออกแบบบนฐานของความคิดที่เราต้องการที่จะสร้างตามความต้องการส่วนตัวของทีมงานออกแบบของเรา ผมคิดว่าปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือการที่ความคิดนี้ตรงไปตรงมาและกระบวนการที่เรียบง่ายของผมลงตัวกันดีเพียงพอที่ว่า ผมสามารถที่จะนำข้อเสนอการออกแบบที่ชัดเจน นอกจากนี้ ผมเชื่อว่ามันเป็นไปได้เพราะผู้สร้างโมเดลเชี่ยวชาญต้องเข้าถึงการออกแบบดิจิตอลอย่างสมบูรณ์ในโมเดลที่นำเสนอ รวมไปถึงงานฝีมือที่ละเอียดอ่อนของผู้สร้างโมเดลดินปั้นที่ดึงดูดและนำมันผ่านไปสู่โมเดลการผลิต
2-4 Matsui-sanクレイモデラー - small
คำถาม 5: สิ่งท้าทายใดที่คุณต้องการที่จะฝ่าฟันด้วยการออกแบบดิจิตอลในอนาคต
คำตอบ: แม้ในขณะที่ทำงานในกรอบงานดิจิตอล สิ่งที่ผมกำลังทำเป็นงานฝีมือที่สำรวจความรู้สึกของมนุษย์ เช่นนั้นแล้ว ผมต้องการที่จะยังคงทำข้อเสนอการออกแบบเชิงรุกให้คนหนึ่งสามารถรู้สึกถึงความอบอุ่นของงานฝีมือ ในขณะที่ยังมีการใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะของกระบวนการดิจิตอลสำหรับสร้างการแสดงออกสามมิติที่ไม่จำกัดและรายละเอียด
2-5 Matsui-san - small
ยาสุโอะ ซูสุกิ – นักออกแบบภายนอก
ยาสุโอะ ซูสุกิ เข้าร่วมงานกับบริษัทในปี ค.ศ. 2004 เขาทำงานในสตูดิโอออกแบบการผลิต ฝ่ายการออกแบบของมาสด้า และเป็นนักออกแบบภายนอกของมาสด้า 6 รุ่นที่สอง ในปี ค.ศ. 2007 เขาได้รับมอบหมายให้ไปประจำที่ Mazda Australis Pty Ltd. ซึ่งเขาเป็นผู้รับผิดชอบในการออกแบบรถกระบะ  มาสด้า BT-50 ภายหลังกลับไปที่ฮิโรชิมาในปี ค.ศ. 2009 เขาทำงานกับมาสด้า 2 และมาสด้า 3 ก่อนที่จะถูกให้ไปดูแลของการออกแบบภายนอกสำหรับ CX-3 งานอดิเรกของเขาคือปั่นจักรยานท่องเที่ยวในหมู่เกาะที่สวยงามรอบ ๆ ฮิโรชิมา
คำถาม 1: อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการนำโมเดลนำเสนอไปสู่การออกแบบการผลิต
คำตอบ: โดยสรุปแล้ว มันเกี่ยวข้องกับวิธีการส่งผ่านความดึงดูดใจของโมเดลนำเสนอไปสู่มือของลูกค้าโดยไม่ต้องแก้ไข เราได้ตัดสินใจที่จะไม่ประนีประนอมโดยการยอมต่อการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะตอบสนองเงื่อนไขสำหรับการนำโมเดลเข้าสู่การผลิต โดยเราจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายยานยนต์และระเบียบข้อบังคับ และยังต้องมีการทำตามมาตรฐานของมาสด้าในการทำให้เกิดความสะดวกสบายสำหรับคนที่จะนั่ง คนที่มองเข้ามา และผู้ที่ขับรถ สิ่งนี้เองที่ทำให้มันจะต้องได้รับความเข้าใจในหลายด้านของโมเดลนำเสนอที่จะสูญเสียความดึงดูด และสิ่งที่เราต้องทำเพื่อป้องกันสิ่งเหล่านี้จากการสูญเสีย
康郎氏
คำถาม 2: แง่มุมโมเดลนำเสนอใดที่คุณและวิศวกรผลักดันที่จะนำออกมาดึงดูดใจ
คำตอบ: แม้ว่าจะมีรายละเอียดที่นับไม่ถ้วนที่เราดำเนินการซ้ำแล้วซ้ำอีก ในการปรับเพิ่มขึ้นทีละมิลลิเมตร เราได้รักษารูปลักษณ์ให้เป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะ เราได้พัฒนา CX-3 ในจิตวิญญาณให้มีรูปลักษณ์ที่ดีที่สุดของโลก ดังนั้น ในขณะที่เราพิจารณาสมรรถนะของการระบายความร้อนและตำแหน่งการติดตั้งแผ่นป้ายทะเบียนที่เราเดินผ่านด้านหน้าซ้ำหลายครั้งซึ่งมีความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการได้มาซึ่งกระจังหน้า แนวคิดเดียวกันนี้ได้ถูกใช้กับความสูงของเส้นคาดรถ เราต้องการที่จะสร้างความแตกต่างระหว่างรูปร่างตัวถังหนาและห้องโดยสารที่มีขนาดกะทัดรัด แต่ปัจจัยในสภาพแวดล้อมอื่นเช่นการมองเห็นลดลง จึงจำเป็นต้องใช้เส้นคาดรถที่ต่ำลง เนื่องจากความแตกต่างแค่ห้าหรือสิบมิลลิเมตรเพียงพอที่จะทำลายรูปแบบของการออกแบบได้ เรามีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะรักษาความสูงที่เหมาะสม
康郎SK

3-2 Suzuki-san語りあい - small
คำถาม 3: คุณประสบความสำเร็จในการออกแบบได้อย่างไรในขณะที่ต้องยอมรับกับสภาพของเครื่องมือเพื่อใช้ในการผลิต
คำตอบ: นักออกแบบทำงานร่วมกับทีมพัฒนาทั้งหมดเพื่อทำงานแก้ปัญหา เราวางกรอบเวลาสำหรับการนำเสนอโมเดลที่สมบูรณ์แก่ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายบริหารเพื่อการตรวจสอบ ดังนั้น เรายังสามารถนำเสนอให้วิศวกรดูได้ในระยะเวลาค่อนข้างมากกว่าปกติ ทำให้เราสามารถแบ่งปันกับวิศวกรถึงความดึงดูดใจที่เราต้องการใส่ให้ CX-3 เช่นเดียวกับความปรารถนาของเราที่จะทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
3-3 Suzuki-san見取り - small
คำถาม 4: จุดใดของการออกแบบขั้นสุดท้ายที่คุณต้องการให้คนทราบมากที่สุด
คำตอบ: จากสิ่งที่ผมกำลังติดอยู่ส่วนใหญ่ รูปลักษณ์ของหน้ารถที่มีลักษณะหนาที่ผมคิดว่าเป็นรูปลักษณ์ที่ดีที่สุดในโลก เรายังให้ความสำคัญมากในท่าทางที่สวยงามและพื้นผิวที่ดูหนา คุณสมบัติเด่นคือปีกสัญลักษณ์สามมิติที่ผสานกับไฟหน้าแล้วโค้งไปตามแกนของรถ เราได้ทำงานในการพัฒนาการการแสดงออกนี้ตั้งแต่รถต้นแบบมาสด้า SHINARI และ CX-3 เป็นครั้งแรกที่จะตระหนักถึงมันในแฟชั่นที่เหมาะกับโมเดลการผลิต ลองนึกภาพการจับใบหน้า CX-3 ที่ปรากฏในกระจกมองหลังในขณะขับรถแล้วคุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในพื้นผิวของตัวถังเมื่อมันผ่านคุณ และดวงตาของคุณมองตามถึงมุมมองด้านหลังของ CX-3 ที่ขับผ่านไป เมื่อมองจากระยะไกลจะปรากฏให้เห็นถึงความสะอาดและดูดี ในขณะที่เข้ามาใกล้ แรงดึงดูดจะกลายเป็นเข้มแข็งขึ้นมาทันทีและความตั้งใจของเราอย่างแรงกล้าในรายละเอียดถูกจับจ้องด้วยสายตา โดยไม่คำนึงถึงสถานที่และจากมุมใด ๆ ผลิตภัณฑ์สุดท้ายเต็มไปด้วยความประหลาดใจที่น่าค้นหา
3-4 Suzuki-sanフロントアップ - small
ฮิโรอากิ ซาอิโตะนักออกแบบตกแต่งภายใน
ฮิโรอากิ ซาอิโตะ เข้าร่วมงานกับบริษัทในปี ค.ศ. 1991 หลังจากที่ได้รับมอบหมายให้อยู่ในส่วนการออกแบบตกแต่งภายใน เขาเป็นผู้รับผิดชอบสำหรับการออกแบบตกแต่งภายในของมาสด้า MX-5 รุ่นที่สามมาสด้า 2 รุ่นที่สาม มาสด้า Biante มาสด้า CX-7 รุ่นเฟสลิฟท์ มาสด้า CX-5 มาสด้า 3 รุ่นที่สาม และตอนนี้ มาสด้า CX-3 ในวันหยุดของเขา เขาสนุกกับการเดินทางไกลด้วยมาสด้า MX-5 รุ่นแรก ของตัวเอง
คำถาม 1: อะไรคือความท้าทายที่ยากที่สุดที่คุณต้องเผชิญในการพัฒนาการออกแบบตกแต่งภายใน
คำตอบ: ผมเริ่มทำงานในการออกแบบเดิม 100% ก่อนที่จะตัดสินใจว่าเราจะใช้แผงหน้าปัดเหมือนกับรุ่นอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ที่ได้รับการพัฒนา ผมก็ค่อนข้างสับสนเมื่อแรกที่ผมได้ยินการตัดสินใจ แต่ความคิดของผมเปลี่ยนโดยเร็วเท่าที่ผมตัดสินใจที่จะเพลิดเพลินไปกับกระบวนการของมันที่ได้เห็นการออกแบบซึ่งผมสามารถสร้างได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันการใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงการออกแบบร่วมกัน เมื่อมองย้อนกลับไป ความหลงใหลของผมสำหรับโครงการที่อาจจะเป็นการคลั่งไคล้ สิ่งหนึ่งที่ช่วยยกวิญญาณของผมนั้นผมสามารถเพลิดเพลินกับกระบวนการที่ได้เห็นโมเดลของการออกแบบภายนอกเป็นครั้งแรก จากช่วงเวลานั้น ผมต้องการที่จะทำงานกับ CX-3 สุดท้าย ผมรักในเทคโนโลยีใหม่ในการพัฒนาของรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งสองรุ่นและการสร้างการตกแต่งภายในใหม่ที่เป็นต้นฉบับสำหรับ CX-3
4-1 Saito-san見取りw松田さん - small
คำถาม 2: รูปแบบใดที่คุณให้ความสนใจมากที่สุดเกี่ยวกับการออกแบบการสร้างการตกแต่งภายใน
คำตอบ: หนึ่งเดียวคงที่ตลอดคือการแสดงออกของที่มีคุณภาพดี เพื่อให้บรรลุสิ่งนี้ ผมจึงเข้มงวดเป็นพิเศษเมื่อมาถึงการสร้าง การแสดงออกของคุณภาพการสร้างที่มีความก้าวหน้าและบ่งบอกถึงความรู้สึกโดยตรงของงานฝีมือที่ดี ตัวอย่างหนึ่งคือการตกแต่งมือจับประตูด้านในซึ่งมีลักษณะของอลูมิเนียมกลึงที่มีขอบขัดมองถึงการมีคุณภาพที่เกินกว่าระดับเดียวกัน ในการสร้างมัน เรากลึงชิ้นส่วนจากบล็อกอลูมิเนียมแข็ง และใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อสร้างตามวัตถุประสงค์ ความเป็นเนื้อเดียวกันและลักษณะที่ปรากฏ ผมเชื่อว่ามันเป็นเพราะเราผลักดันความพยายามของเราที่มีขอบเขตสำเร็จ นำไปใช้กับประตูด้านในนอกเหนือไปจากรูปลักษณ์ของสีเงินโดยทั่วไปในการสร้างลักษณะพื้นผิวและตราสัญลักษณ์ของมาสด้าบนอลูมิเนียม
4-2 Saito-san_sketchsmall
คำถาม 3: กรุณาบอกให้เราทราบว่าการปรับปรุงที่คุณและวิศวกรต้องทำในการทำงานสู่การแสดงออกที่มีคุณภาพสูง
คำตอบ: สำหรับการตกแต่งประตู ผมอยากจะให้ชิ้นส่วนของแผงกันกระแทกที่มองว่าเป็นการตัดเย็บที่วางแขนด้านข้างมีลักษณะเหมือนเป็นสามมิติ แต่มันก็ยากที่จะถ่ายทอดไปยังวิศวกรในทีมพัฒนา ผมจึงไปไกลเท่าที่จะมองไปที่โครงสร้างของชิ้นส่วนภายในและสร้างโมเดลดินปั้นหลายรูปแบบเหล่านั้นก่อนที่จะบรรลุลักษณะที่ต้องการ จากนั้นผมก็คลุมสิ่งนี้ในวัสดุกันกระแทกและอธิบายให้วิศวกร ทุกอย่างเป็นไปได้เพราะความมุ่งมั่นของผม ด้วยความประทับใจและแรงบันดาลใจจากการออกแบบภายนอก ผมต้องการที่จะสร้างการออกแบบตกแต่งภายในที่ทำให้คู่แข่งและลูกค้าเลือก CX-3 ในคุณภาพของการตกแต่งภายในโดยไม่ต้องคิดมาก
4-3 CX-3 global photo_door trim and decoration panel
คำถาม 4: มุมมองของสภาพแวดล้อมภายในที่คุณต้องการของลูกค้าที่จะแจ้งให้ทราบมากที่สุด?
คำตอบ: การเลือกทุกรายละเอียดด้วยการดูแลให้มากที่สุดและการสกัดเฉพาะสิ่งที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้งาน เราทำการสร้างแต่ละองค์ประกอบเพื่อให้เนื้อดีมีคุณภาพและขัดเงา ผมต้องการให้ลูกค้าเพลิดเพลินไปกับเส้นที่มีคุณภาพของพื้นผิว วิธีที่ชิ้นส่วนมาเข้าประกบกัน และสภาพแวดล้อมโดยรวมของห้องโดยสารที่มารวมกันเพื่อสร้างขึ้นมา
4-4 Saito-sanインテリア全体スケッチ - small
ยูกินะ คิมุระ นักออกแบบสี
ยูกินะ คิมูระ เข้าร่วมงานกับบริษัทในปี ค.ศ. 2011 ในฐานะสมาชิกของกลุ่มการออกแบบสีและการตกแต่ง เธอเคยมีส่วนร่วมในการพัฒนามาสด้า 3 รุ่นที่สาม และปัจจุบันรับผิดชอบในการออกแบบสีของมาสด้า CX-3 เธอเคยศึกษาวิชาเอกในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มหาวิทยาลัยโดยให้ความสำคัญกับการทำให้ของใช้ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เธอยังมีส่วนร่วมในการออกแบบและการผลิตเฟอร์นิเจอร์ของเสื้อผ้าและอุปกรณ์เสริมสำหรับแฟชั่นโชว์
คำถาม 1: สิ่งใดที่คุณให้ความสำคัญเป็นพิเศษในฐานะที่เป็นนักออกแบบสีสำหรับ CX-3
คำตอบ: ความประทับใจครั้งแรกของฉันที่มีต่อลักษณะภายนอกเป็นปฏิกิริยาบริสุทธิ์ว่ามัน เจ๋ง และ อิสระ ดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจที่จะมุ่งการสร้างการแสดงออกสำหรับการตกแต่งภายในที่ไม่ได้ทำตามความคิดของชั้นหรือประเภท นอกเหนือจากสีอย่างง่าย ฉันมุ่งเน้นสิ่งที่ยากที่สุดในรูปลักษณ์ที่มีคุณภาพสูงโดยทำงานร่วมกับนักออกแบบตกแต่งภายในเพื่อสร้างพื้นผิวสำหรับการตกแต่งภายใน สำหรับการตกแต่งภายในโดยรวม ฉันให้ความสนใจเป็นพิเศษกับรายละเอียดอันปราณีตและคุณภาพของทุกชิ้นส่วนการทำงานเพื่อให้บรรลุระดับความลึกที่จะสะท้อนทันทีด้วยรสนิยมที่เป็นผู้ใหญ่ ในขณะที่ยังทำให้มีความก้าวหน้าและมีรสนิยม
5-1 Kimura-sanモデルと - small
คำถาม 2: การออกแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปใดที่ดีที่สุดแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของคุณ
คำตอบ: น่าจะเป็นสีแดงเข้มที่ใช้ในวงบานเกล็ดช่องปรับอากาศที่มีคุณภาพมีเสน่ห์ที่มีลักษณะเป็นเงา เราได้พัฒนาสีนี้เฉพาะสำหรับ CX-3 ที่จะสะท้อนกับรสนิยมของผู้ใหญ่และยังไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของเกรด สีแดงนี้จะถูกใช้ในท่อสำหรับที่นั่ง ที่วางแขนประตู และรองเข่าพื้นคอนโซล เราได้สร้างเกือบ 100 ตัวอย่างก่อนที่จะเลือกสีที่ฉันกำลังต้องการ ฉันเก็บแต่ละตัวอย่างมาดูอย่างใกล้ชิดและทุกขั้นตอนตลอดการผลิตเพื่อให้แน่ใจว่าสีไม่เปลี่ยนแปลงเนื่องจากการแสดงออกของเม็ดสีหรือสภาวะที่เกี่ยวข้องกับการใช้ในกระบวนการผลิต
5-2 Kimura-sanレッドの革 - samll
คำถาม 3: คุณท้าทายการสร้างและออกแบบรถรุ่นนี้ให้มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้หรือไม่?
คำตอบ: ในขณะที่ลายท่อโดยปกติจะใช้รอบขอบของที่นั่ง ฉันเอาความคิดริเริ่มนี้ไปพัฒนาการออกแบบใหม่โดยวางมันลงบนพื้นผิวของเบาะที่นั่ง เพราะเบาะที่นั่งส่วนใหญ่มีพื้นผิวเรียบ จะมองเป็นว่าไม่ได้ไม่ได้แตกต่างอะไรจากเดิม นี่คือเหตุผลที่ฉันคิดว่ามันจำเป็นที่จะต้องเพิ่มลวดลายให้ตรงกับการแสดงออกของ CX-3 การเพิ่มลายท่อลงบนเบาะที่นั่งเป็นรูปแบบใหม่ ฉันออกแบบความหลากหลายของตัวอย่างภาพและใช้ภาพเหล่านี้ในการเชิญชวนให้สมาชิกในทีมพัฒนา และทบทวนก่อนที่จะได้รับอนุญาตสำหรับการใช้งานในโมเดลการผลิต
5-3 Kimura-san試作品の山 - small
คำถาม 4: ลักษณะใดของวัสดุทำที่นั่งที่คุณให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
คำตอบ: มันมีมากกว่าที่จะสามารถอธิบายออกมาได้ เช่นการรวมหนังสีขาวบริสุทธิ์กับ Lux Suede® เมื่อนำมาทำเป็นที่นั่ง ที่ใช้ในรุ่นก่อนหน้านี้มีรูปแบบที่โดดเด่นและให้ลักษณะบางอย่างที่เหมือนผ้าขึ้นจริง สำหรับ CX-3 ฉันมองไปที่คุณภาพที่สูงกว่าโดยการสัมผัสสามมิติด้วยความรอบคอบ ด้วยการรวมวัสดุที่แตกต่างและเพิ่มลวดลายลงไป ตัวอย่างหนึ่งคือพื้นผิวของผ้าที่มีความมันวาวลึกที่คล้ายกับคาร์บอนไฟเบอร์ ในการสร้าง ฉันเอาเตารีดทดลองโดยรีดผ่านบนชิ้นส่วนของวัสดุตัวอย่างตามที่ฉันมีวัตถุประสงค์สำหรับหาระดับที่เหมาะสมของความเงางาม
5-4 CX-3 global photo_seat high leatherette
คำถาม 5: สีตัวถังเมทัลลิกเซรามิกถูกสร้างขึ้นได้อย่างไร
คำตอบ: การพัฒนาเริ่มจากการมองหาสีเงินที่มีความเงางามใหม่ที่เหมาะกับลักษณะความล้ำหน้าของ CX-3 ฉันมุ่งเป้าที่เป็นไปได้ให้แคบลงสองทิศทาง หนึ่งคือเงินคลาสสิกด้วยการปรับในเงามืดอย่างชัดเจน สองคือเมทัลลิกเซรามิกซึ่งเป็นจุดเด่นของรูปลักษณ์ที่เป็นของแข็งที่มีแสงคล้ายเงาเคลือบอยู่ เราทดสอบโดยการลงสีบนมาสด้า 6 ด้วยสีเมทัลลิกเซรามิกพบว่า แทนที่ความคมชัดที่แข็งแกร่งที่คุ้นเคย สีเงินใหม่ไม่ได้แสดงถึงการปรับและการแสดงออกที่ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับเรามากนัก แต่มันก็มีเสน่ห์ที่ไม่ธรรมดา จากนั้นเมื่อเราใช้สีลงบนโมเดลนำเสนอ CX-3 มันกลับลงตัวมาก เมทัลลิกเซรามิกเป็นคู่สีที่ดีสำหรับรูปลักษณ์ที่มองดูแข็งและสว่างของพื้นผิวตัวถัง CX-3
5-5 CX3 global photo_Ceramic M
ทีมออกแบบ CX-3
CX-3 Design team

จากซ้ายไปขวา: ยาสูโอะ ซูสุกิ, โยชิจิ มัตสึดะ, ยูกินะ คิมุระ, ฮิโรอากิ ซาอิโตะ, ทากาฮิโระ มัทซูอิ