ADS


Breaking News

บอร์ด SENA ไฟเขียวเพิ่มทุนไม่เกิน 262 ล้านหุ้น ขายผู้ถือหุ้นเดิม รุกถือหุ้น TTRE

ใช้เป็นหัวหอกลุยธุรกิจพลังงานทดแทน
เดินหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มกำลังการผลิต 46.5 MW
ชี้เพิ่มฐานรายได้จากแหล่งใหม่-ทำให้พื้นฐานแกร่งยิ่งกว่าเดิม
บอร์ด บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) ไฟเขียวเพิ่มทุนไม่เกิน 262 ล้านหุ้น ขายผู้ถือหุ้นเดิม ในราคาส่วนลดไม่เกิน 50% ของราคาตลาด เป้าหมายเพื่อเข้าลงทุนใน TTRE สัดส่วน 99.9995% ปักธงให้เป็นหัวหอกในการช่วยลุยธุรกิจไฟฟ้าพลังงานทดแทนเต็มเหนี่ยว!!!   เปิดฉากลงทุนร่วมกับบีกริมฯ ในโครงการโซลาร์ฟาร์มกำลังการผลิต 46.5 เมกกะวัตต์ มูลค่าโครงการ 3,336 ลบ."ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์"มั่นใจการรุกคืบสู่ธุรกิจพลังงานทดแทนช่วยต่อยอดธุรกิจ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน และช่วยตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจยุคใหม่ที่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมเป็นมิตรกับ สังคม ที่สำคัญเป็นการเพิ่มอีกหนึ่งไลน์ธุรกิจที่จะสร้างฐานรายได้แหล่งใหม่ให้ กับ SENA อีกทั้งช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงให้บริษัทยิ่งขึ้น เหตุเป็นธุรกิจที่เสี่ยงน้อยและสร้างรายได้สม่ำเสมอนะระยะยาว
     ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2558 ได้มีมติเห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท ที ที รีนิวเอเบิ้ลเอนเนอร์ยี่ จำกัด (TTRE)  จำนวน 425,998 หุ้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 99.9995 ของทุนจดทะเบียน ในราคาตามมูลค่าหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 425,998,000 บาท ซึ่ง TTRE ลงทุนในกิจการที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยร่วมกับ บริษัท บี.กริมเพาเวอร์ จำกัด (BGP) เพื่อถือหุ้นของ บริษัท บี.กริม ทีทีอาร์อี โซลาร์ เพาเวอร์ จำกัด (BGTTRE) ในสัดส่วนร้อยละ 51 และ 49 ตามลำดับโดย BGTTRE จะประกอบกิจการลงทุนในกิจการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) ขนาดกำลังการผลิต 46.5 เมกะวัตต์ (MW) มูลค่าเงินลงทุนในส่วนของ TTRE ประมาณ 1,701.4 ล้านบาท จากมูลค่าเงินลงทุนของโครงการทั้งหมดประมาณ 3,336.0 ล้านบาท
    พร้อมกันนี้ ได้มีมติเห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ ขึ้นอีก  351,760,533 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 882,749,924 บาท เป็น 1,234,510,457 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 351,760,533 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ แบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) โดยจะจัดสรรหุ้นสามัญ จำนวนไม่เกิน 262,763,037 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนถืออยู่ (Right Offering) และเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวน 87,587,679 หุ้น  ส่วนที่เหลืออีกจำนวนไม่เกิน 1,409,817  หุ้นจัดสรรเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ให้แก่ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท และ/หรือ บริษัทย่อย ครั้งที่ 4 (SENA-WD) และการปรับสิทธิสำหรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ที่ออกให้แก่ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ และ/หรือ บริษัทย่อย ครั้งที่ 1 (SENA-WA), ครั้งที่ 2 (SENA-WB) และครั้งที่ 3 (SENA-WC)
    สำหรับการกำหนดราคาขายนั้น ในส่วนที่จะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม กำหนดราคาเสนอขายที่มีส่วนลดไม่เกินร้อยละ 50  ของราคาตลาด (คำนวณโดยอ้างอิงกับราคาซื้อขายถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ 15 วันทำการก่อนวันที่คณะกรรมการมีมติกำหนดราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน) และในส่วนของบุคคลในวงจำกัด กำหนดราคาเสนอขายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาดตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน ประกาศ ทจ. 28/2551และ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ สจ. 39/2551 เรื่องการคำนวณราคาเสนอขายหลัก ทรัพย์และการกำหนดราคาตลาดเพื่อการพิจารณาการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ในราคาต่ำ (ประกาศ สจ. 39/2551”) อย่างไรก็ดีราคาเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัดนี้จะไม่ต่ำกว่าราคาเสนอขายหุ้นต่อผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน
    ดร.เกษรา ระบุว่าการตัดสินใจเข้าลงทุนใน TTRE เพื่อใช้เป็นตัวแทนในการลงุทนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงานจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ SENA ในหลายๆ ด้าน เริ่มตั้งแต่การทำให้ มีแหล่งรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว โดยคาดว่าโครงการที่ TTRE ไปลงทุนจะได้กำไรในอัตราผลตอบแทนที่เหมาะสม โดยมีผลตอบแทนโครงการประมาณ 1114% ต่อปี อีกทั้งยังช่วยลดระยะเวลาการขอใบอนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการทำโครงการ Solar Farm ทำให้มีรายได้จากการประกอบการได้เร็วกว่าการเริ่มต้นขอใบอนุญาตต่างๆ และเริ่มลงทุนก่อสร้างด้วยตนเอง  และที่สำคัญ SENA จะมีประสบการณ์จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้ต่อยอดการผลิตไฟฟ้า Solar Farm และ Solar Rooftop ซึ่งเป็นธุรกิจที่สามารถเชื่อมโยงกับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้เป็นอย่างดี
     "เรามั่นใจว่าการเข้าไปรุกธุรกิจพลังงานทดแทน จะช่วยต่อยอดธุรกิจอสังหาฯ  เพราะเรามีศักยภาพในการจัดหาพื้นที่ในการทำโซลาร์ฟาร์ม และที่สำคัญโซลาร์ฟาร์มที่เราจับมือกับพันธมิตร มีสัญญารับซื้อไฟฟ้ารองรับแล้วคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ และเริ่มรับรู้รายได้ในปีหน้า อีกทั้ง  การจับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งแผงโซลาร์ จะทำให้เกิด Economic of Scale ขยายไปสู่การทำ Solar Rooftop ในโครงการบ้านของ SENA ซึ่ง มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าที่จะซื้อบ้านของบริษัทในอนาคต เนื่องจากเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบ้าน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบ้าน ของลูกค้า และที่สำคัญบริษัทยังมีการบริการหลังการขายที่ครบวงจร 360 องศา ทำให้ลูกค้าสบายหากมีการติดตั้งแผงโซลาร์กับบริษัท และเตรียมขยายไปสู่โครงการอื่น เนื่องจากการร่วมมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่จะทำให้ต้นทุนแผงโซล่าร์ถูกลง เอื้อต่อการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่เฉพาะลูกค้าของ SENA เท่านั้น"ผศ.ดร.เกษรากล่าวในที่สุด
ผศ.ดร.เกษรา กล่าวในช่วงท้ายว่า การเข้ารุกธุรกิจพลังงานของบริษัท ถือเป็นการตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจได้อย่างลงตัว เพราะธุรกิจพลังงานทดแทนจะช่วยเพิ่ม Recurring Income (รายได้ประจำ) ให้กับบริษัทเป็นมากกว่า 10% จากปัจจุบันที่ 8% ซึ่ง จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ขณะเดียวกันยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจในโลกยุคใหม่ที่ ประกอบการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสังคม
     นอกเหนือจากการจับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ที่มีความชำนาญด้านธุรกิจพลังงานทด แทนอย่าง บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด ในการจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุน Solar Farm ร่วมกันแล้ว ก่อนหน้านี้ SENA ลงนามความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง บริษัท Confidante Capital จำกัด ที่ปรึกษาทางการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และบริษัท First Solar จำกัด ผู้นำการผลิตโซล่าร์เซลล์ยักษ์ใหญ่ของโลก จากประเทศสหรัฐอเมริกา ในการต่อยอดและรุกเข้าสู่ธุรกิจ Solar Rooftop ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์