ADS

ADS

Breaking News

“ภาวิต ศุภปทีปมงคล” CBO คนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง

“The Young Execlusive 
“ภาวิต ศุภปทีปมงคล” 
CBO คนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง
หนึ่งในผู้บริหารอินเตอร์ไพร์ม มีเดียฯ
     วันนี้เราได้มีโอกาสพิเศษจะมาแนะนำผู้บริหารฯคนรุ่นใหม่ไฟแรงของบ.บริษัทอินเตอร์ไพร์ม มีเดีย จำกัดฯ บริษัทด้านสื่อโษฆณา งานคอนเสิร์ต งานอีเว้นท์ฯ ที่มีกิจกรรมต่างๆให้แฟนเพลงและลูกค้าได้ติดตามตลอดทั้งปี เขาคือคุณ ภาวิต ศุภปทีปมงคล ตำแหน่ง CBO อายุแค่ 30 แต่มีวิสัยทัศน์ที่ไปไกลกว่าคนหนุ่มวัยนี้ ลองมาติดตามเรื่องราวเขาเขาได้เลยครับ
หน้าที่รับผิดชอบในบริษัทอินเตอร์ไพร์ม มีเดีย จำกัดฯ
     “ผมจะมีหน้าที่ดูเเลใน 2 ส่วน คือ AE และ BD เรียกง่ายๆ คือ ขายเเละครอบคลุมไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจ ของบริษัทอินเตอร์ไพร์ม มีเดีย ซึ่งเป็นส่วนที่ทำรายได้ให้บริษัททั้งในทั้งทางตรงเเละทางอ้อม รวมไปถึงการนำเสนอแนวคิดใหม่ๆกับ คุณอ้วน ดร.จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ และ คุณดุ๋ง พาที สารสิน ซึ่ง 2 ท่านนี้เป็นผู้บริหารระดับสูงฯและก็ยังเป็นสุดยอดนักการตลาดของเมืองไทย เพื่อการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจสื่อโฆษณา คอนเสิร์ต และ ตลอดจนงานอีเว้นท์ กับแพลตฟอร์มและลู่ทางใหม่ๆที่ตลาดยังไม่เคยมี
มุมมองด้านการบริหารฯ
     หลักการบริหารงานของผมนอกจากจะยึดหลักการบริหารของบริษัทฯแล้ว ผมขอเเยกหลักการวิธีต่างๆออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน เพราะบริษัทเราทำงาน หลากหลายด้านด้วยกันเช่น
1.งานด้านโฆษณา งานอีเว้นท์ เเละ คอนเสิร์ตทั้งไทยและต่างปประเทศ ถ้าพูดถึงเรื่องโฆษณา เราก็ต้องพยายามหาทำเลที่ดีในการตั้งป้ายโฆษณาอยู่เรื่อยๆ ตามแหล่งชุมชนที่มองเห็นชัดเจน เราจะไม่สามารถหยุดนิ่งได้ เพราะธุรกิจสื่อฯเคลื่อนใหว ตามบริบทของโลกสังคมยุคใหม่ ได้ตลอดเวลา ใครหยุดคิดคนนั้นก็ล้าหลังหรือตกยุคทันที
2. ถ้าพูดถึงเรื่องคอนเสิร์ตเเละอีเว้น เรามั่นใจว่า ณ ตอนนี้เรายังไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ของวงการฯเท่าไหร่ เพราะบริษัทเราเปิดตัวมาเเค่ 3 ปี ยังเป็นน้องใหม่ที่กำลังเติบโตอยู่ แต่ที่ผ่านมาก็มีประชาชน แฟนคลับ ก็รู้จักอินเตอร์ไพร์มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการอยู่ในธุรกิจสื่อที่ยังไงก็เป็น “Red Ocean” นั้นไม่ง่าย แต่ด้วยความที่ผู้บริหารทุกคนที่นี้ไม่หยุดคิดและพร้อมจะท้าทายกับสิ่งใหม่ๆตลอดเวลา จึงสามารถทำให้ อินเตอร์ไพร์ม เป็น “Blue Ocean” ได้ไม่ยากเลย เราพยายามคิดค้นไอเดียใหม่ๆ ระดมสมองหรือ “Brainstorming” ตลอดเวลาในสิ่งที่ตลาดยังไม่เคยมีมา เพื่อทำให้สิ่งที่เรานำเสนอนั้นให้น่าสนใจกว่า เเละเเตกต่างกับตลาดที่มีอยู่ ตัวอย่างเช่น คอนเสิร์ตเจ เจตริน เรามีแพลนจะไปจัดบนเรือสำราญ ทำเป็น VIP มีอาหาร เครื่องดื่ม แบบบุฟเฟ่ต์เต็มอิ่มทั้งคอนเสิร์ตและอาหารฯ ซึ่งก็ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนมันก็ดูแตกต่างเเละพร้อมรับกับตลาดที่โตขึ้นทุกๆวัน ถ้าจะพูดถึง
และข้อ 3 เรื่องงานอีเว้นท์ เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทฯเราก็จะมีมหกรรมอาหารที่ใหญ่มากอีก 1 งานหนึ่งซึ่งบริษัทเราก็ได้รับเกียรติจาก ท่านผู้ว่าฯ กทม. ยินดีตอบรับจะมาร่วมเปิดงานด้วย ชื่อว่า “Prime World Food and Music Festival” รูปแบบงานจะมีบูทร่วมออกงานจำนวนมากมายถึง 130-150 บูท และจะเป็นงานมหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาโดยงานจะจัดที่
     “Oasis Arena Show DC” ถ.พระราม 9 ภายในงานจะมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมายมาร่วมงานและไฮไลท์ของงานคือ จะมีสวนสนุกที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อเพิ่มสีสันให้กับงานอีเว้นท์นี้ให้มากขึ้น และจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่เลยทีเดียว เล็กๆเราจะไม่ทำ เพราะมันจะดูไม่น่าสนใจเเละมันจะไม่สร้างความเเตกต่างให้กับตลาดเเละลูกค้าด้วย ดังนั้นเเนวทางการบริหารของผม ก็คือ คิด ริเริ่ม สร้างสรรค์ และทำให้สิ่งนั้นให้เกิดขึ้นจริง..ยิ่งเราตั้งเป้าว่า ภายในปี 2562-2563 เราจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Mai การคิดต่างจากสิ่งที่มีอยู่ในตลาดเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนของบริษัทเเละผู้ถือหุ้นและตอบโจทย์ของตลาดซึ่งก็คือ ผู้บริโภค จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง
ทำไมคุณถึงรักในงานด้านนี้
– ส่วนตัวผมเเละคุณพ่อ ก็ได้ร่วมลงทุนกับบริษัทนี้ตั้งเเต่เเรกที่ก่อตั้งมาจนถึงวันนี้ก็ 3 ปีเเล้วด้วยความที่เห็นวิสัยทัศน์ของบริษัทนี้เเละเจริญเติบโตมาเรื่อยๆ ประกอบกับว่า นิสัยผมชอบเล่นดนตรี ชอบสิ่งบันเทิง มันเหมือนว่าเราได้เจอสิ่งที่ใจเราชอบมันอยู่เเล้ว พอเราได้ทำมันก็จะกลายเป็นความรัก เป็น “Passion” หรือความหลงไหลไปโดยปริยาย ทำได้ไม่เหนื่อย เพราะการทำในสิ่งที่เรารัก เเละข้อดีของธุรกิจนี้คือ เราสามารถพัฒนามันไปได้ตลอดเวลาไม่มีวันตาย ไม่มีอะไรมาหยุดมันได้เลย ส่วนใหญ่เป็นการคิดนอกกรอบ มันโตได้เรื่อยๆ เพราะ ธุรกิจนี้ขึ้นอยู่กับไอเดีย ถ้าหยุดคิดก็จะอยู่กับที่ แต่ถ้าพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้มันเกิดขึ้นเรื่อยๆขึ้นมาเพื่อรองรับตลาด เเรงขับเคลื่อนก็จะสูงและก็วิ่งไปได้ไกลที่สุด
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยืน และชุดสูท
ผู้บริหารในบริษัทฯและบุคคลต้นแบบ (Role Model)
– ผมมีบุคคลต้นเเบบหลายท่าน เช่น Jack Ma , Carlos Slim , Warren Buffet เพราะชอบวิสัยทัศน์ในการลงทุนเเละศึกษาลักษณะการบริหารเพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับตัวเรามากที่สุด โดยส่วนตัวเเล้วผมเองไม่เชื่อว่าใครจะเก่งไปหมดทุกอย่างเเม้จะเป็นเจ้าของธุรกิจเองก็ยังมี ข้อเด่น ข้อด้อย ที่แตกต่างกันเลย ดังนั้นการใช้คนให้เหมาะกับงานหรือ (Put the right man on the right job) พยายามมองให้ออกว่า เขาเด่นด้านไหนก็ให้เขาไปทำในทางนั้น องค์กรก็จะไปเติบโตไปได้ไกล เหมือนที่ Jack Ma เคยพูดว่า ให้จ้างคนที่เก่งกว่าเรามาบริหาร และทำงานด้วยความสุข องค์กรก็จะเติบโตอย่างไม่หยุดแค่นั้น
     ถ้าพูดถึงผู้บริหารที่เป็นเเบบอย่างในบริษัทฯ ที่ผมชื่นชม นับถือผลงาน วิสัยทัศน์ และเเนวคิด ก็จะเป็น พี่อ้วน ดร.จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ กับ พี่ดุ๋ง พาที สารสิน ครับ พี่อ้วนมักจะสอนผมเสมอในเรื่องการลงทุน การใช้เงินไปทำงาน จากเด็กที่เล่นหุ้นไม่เป็นเลย เล่นเเล้วขาดทุนตลอด จนได้ถือหุ้นหลายตัวเเละทำกำไรจากตลาดได้ นอกจากการลงทุนพี่อ้วนยังสอนผมเกี่ยวกับมุมมองเเนวคิดการทำธุรกิจ แนวติดทางการตลาด แนวคิดการดำเนินชีวิต เรียกว่า เเทบจะทุกเรื่อง เรียกว่า เป็นพี่ชายผมไปอีก 1 คนเเล้วครับ ส่วนของพี่ดุ๋ง พาที จะเป็นต้นเเบบของผมในเรื่องของ Personal Branding และการบริหารองค์กรโดยภาพรวม การสร้างเเบรนด์อย่างไรให้มีมูลค่าและน่าจดจำ เป็นต้นเเบบของการ คิดริเริ่มสร้างสรรค์และทำให้เกิดขึ้นจริงอย่างเเท้จริง และนอกจากเรื่องงาน เราก็ยังสามารถพูดคุยกันในเรื่องดนตรีที่เรารักเหมือนกันได้ เพราะพี่ดุ๋งกับผมมี “Llifestyle” ที่คล้ายกัน คือ ชอบสะสมกีต้าร์ ชอบเล่นดนตรี เหมือนกันกับ 2 ผู้บริหารของอินเตอร์ไพร์ม มีเดียฯ ทั้งคู่นี้ถือเป็นสุดยอดนักการบริหารการตลาด และเรียกว่าเป็นคุณครูของผมที่สอนผมในทุกๆเรื่อง ทำให้เราเปลี่ยนเเนวคิดไปได้ในหลายๆอย่างครับ
     นี้คือมุมมองและวิสัยทัศน์ของหนุ่มนักบริหารรุ่นใหม่ ที่เข้ามาบริหาร บ. อินเตอร์ไพร์ม มีเดียฯ บริษัทด้านสื่อยักษืใหญ่ ที่กำลังเจริญเติบโตด้วยรายได้นับร้อยล้านในเวลาไม่กี่ เขาเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี คิดการณ์ไกล เป็นหนึ่งฟันเฟืองที่พร้อมจะก้าวไปและเติบโตในเส้นทางนักบริหารคนรุ่นใหม่ไฟแรง ภายใต้การกำกับดูแลของ2 ผู้บริหารฯที่เป็นโค้ชที่ดีไปในตัวอีกด้วย
กี่ยวกับ  : นายภาวิต ศุภปทีปมงคล ตำแหน่ง CBO บริษัท อินเตอร์ไพร์ม มีเดีย จำกัด” อายุ 30 ปี

Position : Chief Brand Officer (CBO) 
Education:
-Bachelor Degree : Faculty of commerce and Accountancy Chulalongkorn University ( BBA)
-Certificate of Academic Excellence in terms of business and marketing communication from Depaul University, Chicago (The Chicago Experience) USA.

ไม่มีความคิดเห็น