ADS

ADS

Breaking News

ถ้วย เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ออนทัวร์ถึงไทยให้ได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิด "ธนบูรณ์-ศุภชัย" ร่วมกิจกรรมโทรฟีทัวร์ใกล้ชิดแฟนบอลที่เซ็นทรัลเวิลด์

กรุงเทพฯ 28 ตุลาคม 2561 – ถ้วยแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ถึงประเทศไทยให้แฟนบอลชาวไทยได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิดกับกิจกรรมโทรฟีทัวร์ โดยมี "ตั้ม" ธนบูรณ์ เกศารัตน์ และ "อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด ร่วมพูดคุยถึงความพร้อมของทีมชาติไทยในการลงป้องกันแชมป์ และพบปะแฟนๆ อย่างใกล้ชิด ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา
ตามที่ฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018" ได้นำถ้วยรางวัลออกทัวร์ไปชาติต่างๆ ทั้ง 10 ชาติที่เล่นในรอบสุดท้าย ล่าสุดถ้วยรางวัลได้เดินมาถึงกรุงเทพฯ เป็นที่เรียบร้อย และเปิดให้แฟนบอลชาวไทยได้ชื่นชมที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณชั้น 1 โซนเบคอน เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้เชิญ "ตั้ม" ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ "อาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด สองนักเตะกำลังสำคัญของทีมชาติไทยที่จะลงป้องกันแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เพื่อคว้าแชมป์สมัยที่สามติดต่อกัน และสมัยที่หกในประวัติศาสตร์รายการนี้ มาร่วมงาน เพื่อให้แฟนๆ และสื่อมวลชนได้พบปะกับนักเตะชื่อดังของทีมชาติไทยชุดปัจจุบันอย่างใกล้ชิด
"ตั้ม" ธนบูรณ์ เกษารัตน์   กองกลางวัย 25 ปี จากสโมสรบางกอกกลาส เผยว่า “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งนี้เราจะป้องกันแชมป์ให้ได้ ซึ่งรายการนี้เป็นครั้งที่ 3 ของผม ก็รู้สึกกดดันทุกปี เพราะเราต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเราเป็นที่หนึ่งในอาเซียนอย่างแท้จริง ส่วนเรื่องการเตรียมความพร้อมคือให้มีสมาธิให้มากที่สุด โฟกัสในแมตช์ของทีมชาติอย่างเดียว และจะตั้งใจคว้าแชมป์ให้อยู่ในบ้าน สำหรับแมตช์แรกเจอติมอร์ เลสเต ซึ่งแมต์แรกเป็นแมตข์ที่กดดันที่สุดในทัวร์ เพราะเราไม่สามารถกำหนดได้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าใครจะพร้อมกว่ากัน  ส่วนคู่แข่งที่น่ากลัวยกให้อินโดนีเซีย เพราะเขากระหายที่อยากพิสูจน์ว่าจะก้าวมาเป็นเจ้าอาเซียน ซึ่งปีที่แล้วเราอยู่สายเดียวกับเขา เราสลับกันแพ้ชนะ”
ทางด้าน "อาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้าดาวรุ่งวัย 19 ปี จากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า “รู้สึกตื่นเต้น และ กดดันบ้าง แต่พยายามเน้นเรื่องสมาธิและศึกษาเทคนิคจากโค้ช และโฟกัสกับทีมให้มากที่สุด ตอนนี้ซ้อมทุกวัน พยายามศึกษาคู่แข่ง และต้องพร้อมอยู่ตลอด ส่วนแมตช์แรกจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่ความพร้อม เราเตรียมตัวและจะทำงานกันอย่างหนัก เชื่อว่าเราจะชนะและคลายความกดดันได้”
ทั้งนี้ ธนบูรณ์ เป็นหนึ่งในทีมชาติไทยชุดแชมป์สองสมัยติดต่อกันปี 2014 และ 2016 ขณะที่ ศุภชัย เพิ่งติดทีมชาติชุดใหญ่เล่นในรายการนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งเจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่คว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกสองสมัยติดต่อกัน และเป็นหนึ่งในนักเตะรุ่นใหม่ที่กำลังฟอร์มดีเป็นความหวังของทีมชาติ
สำหรับถ้วยแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ จะออกทัวร์ไปยังชาติต่างๆ ทั้ง 10 ชาติที่เล่นในรอบสุดท้าย เพื่อให้แฟนบอลได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศก่อนเริ่มการแข่งขัน ซึ่งที่ผ่านมาได้เดินทางไปเยือนกัมพูชา เมียนมาร์ และฟิลิปปินส์ ก่อนมายังกรุงเทพฯ และจะไปที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในสัปดาห์หน้า ตามด้วยกรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย ต่อไป
ฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบสุดท้าย กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน ถึง 15 ธันวาคม 2561 โดยทีมชาติไทยคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รวม 5 ครั้ง ในปี 1996, 2000, 2002, 2014, 2016  และรองแชมป์ ปี 2007, 2008, 2012  ตามด้วย สิงคโปร์ 4 ครั้ง ปี 1998, 2004, 2007, 2012  เวียดนาม 1 ครั้ง ปี 2008 และ มาเลเซีย 1 ครั้ง ปี 2010 
ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ

ฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เป็นการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน จัดขึ้นทุกสองปี จัดโดยสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน หรือเอเอฟเอฟ (ASEAN Football Federation – AFF) ได้รับการรับรองโดยฟีฟ่า (FIFA) และเป็นการชิงชัยของผู้เล่นทีมชุดใหญ่ หรือทีมชุด A ของแต่ละชาติสมาชิก โดยจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 1996 จากความร่วมกันระหว่างเอเอฟเอฟ และลากาแดร์ สปอร์ตส์


ในการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนครั้งที่ 12 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2561 และมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันใหม่ โดยยกเลิกการมีเจ้าภาพ มาแข่งแบบแบ่งกลุ่มเหย้า-เยือนแทน ในรอบแบ่งกลุ่มจะมี 10 ทีม ทีมอันดับ 1-9 ของอาเซียนผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไทย เมียนมาร์ อินโดนีเซีย กัมพูชา สิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว ส่วนอีก 2 ทีมคือ บรูไน และติมอร์ เลสเต จะลงแข่งรอบคัดเลือก 2 นัดแบบเหย้า-เยือน ในวันที่ 1 และ 8 กันยายนนี้ เพื่อหาผู้ชนะคว้าตั๋วใบสุดท้ายสำหรับรอบแบ่งกลุ่ม

การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ทีม แข่งแบบพบกันหมด 4 นัด โดยแต่ละทีมจะได้ลงเล่นในบ้าน 2 นัด และไปเยือน 2 นัด ก่อนคัดสองอันดับแรกของแต่ละกลุ่มเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งยังใช้ระบบเตะเหย้า-เยือนตามเดิม

การปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันใหม่ ก็เพื่อให้แต่ละชาติที่ร่วมแข่งขันมีแมตช์จัดแข่งในบ้านมากขึ้น และกระตุ้นความนิยม เพิ่มยอดผู้ชมในสนาม สร้างบรรยากาศการแข่งขันที่สนุกเร้าใจยิ่งขึ้น

จากเรตติ้งฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ที่พุ่งกระฉูดและบัตรเข้าชมเกมที่จำหน่ายหมด ช่วยการันตีว่าศึกลูกหนัง เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ซึ่งบ่อยครั้งได้รับการเปรียบเทียบว่าคือศึกเวิลด์คัพของภูมิภาคอาเซียน เป็นหนึ่งในรายการที่สนุกตื่นเต้นเร้าใจมากที่สุดของการแข่งขันฟุตบอลอาเซียน เพื่อตอกย้ำคำพูดดังกล่าว จะเห็นได้จากสถิติตัวเลขผู้ติดตามรับชมศึกลูกหนังเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 เป็นรายการกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดแห่งปีในประเทศอินโดนีเซีย และประเทศไทย โดยมียอดผู้ชมรวม 40 ล้านคน และ 35 ล้านคน ตามลำดับ ซึ่งมากกว่าเรตติ้งผู้ชมฟุตบอลยูโร 2016

นอกจากสร้างสถิติตัวเลขเรตติ้ง ในปี 2016 ยังมีเรื่องราวที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ลูกหนังอาเซียน เมียนมาร์และฟิลิปปินส์ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้ ขณะที่ทีมชาติไทยทำสถิติคว้าแชมป์มากที่สุด 5 สมัย และมีอีกเพียงสามชาติเท่านั้นนั่นคือ สิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย ที่ประสบความสำเร็จได้ครองถ้วยแชมป์ฟุตบอลรายการนี้

สำหรับบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์เปอเรชัน ผู้นำด้านการผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่น เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลอาเซียนคัพครั้งแรกในปี 2008 และเปลี่ยนชื่อรายการมาเป็น เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การต่อสัญญาในปี 2018 ถือเป็นความร่วมมือครั้งที่ 6 ติดต่อกันของซูซูกิ มอเตอร์ คอร์เปอเรชัน และเอเอฟเอฟ

ขณะเดียวกันในเดือนมีนาคม 2017 เอเอฟเอฟได้ต่อสัญญากับ ลากาแดร์ สปอร์ตส์ ให้เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการระดับชั้นนำของภูมิภาคอาเซียนต่อเนื่องออกไปอีกในปี 2018, 2020, 2022 และ 2024 ไม่เพียงเท่านั้นในปีนี้ เอเอฟเอฟยังเปิดตัวโลโก้ใหม่ของการแข่งขันที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ วัฒนธรรม และเทรนด์ต่างๆ ของกลุ่มคนในรุ่นไซเบอร์ เจเนอเรชัน และผู้จัดการแข่งขันยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมกลยุทธ์ ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีดิจิทัลในอันดับต้น เพื่อปฏิสัมพันธ์กับแฟนบอล และโปรโมทการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ และดึงดูดแฟนบอลจากทั่วภูมิภาคอาเซียนเพิ่มมากขึ้น


ติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลการแข่งขันเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : http://affsuzukicup.com/2018/

ไม่มีความคิดเห็น